3 วิธีช่วยคำนวนทุนประกันชีวิตให้เพียงพอ

3 วิธีช่วยคำนวนทุนประกันชีวิตให้เพียงพอ
โดย ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์

สำหรับหลายคนแล้ว คำถามที่ว่า “ควรมีทุนประกันชีวิตเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอ?” อาจจะเป็นคำถามที่ตอบไม่ง่ายนัก แต่ก็เป็นคำถามที่เราควรจะ “ทำการบ้าน” มาให้ดีก่อนลงมือทำประกันชีวิต

ในบทความนี้ ผมเลยมี 3 คำถามย่อยๆ ที่จะมาช่วยให้เราคำนวนทุนประกันชีวิตที่เหมาะสมได้ง่ายขึ้นครับ

เมื่อคุณจากไป เงินเท่าไหร่ถึงจะ “เพียงพอ” ต่อครอบครัว?

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำประกันชีวิตคือคุณภาพชีวิตของผู้รับผลประโยชน์ หรือคนในครอบของคุณนั่งเอง เพราะฉะนั้น แม้ว่าคุณจะคิดว่าตัวเลขกลมๆ เช่น 1 ล้าน หรือ 10 ล้าน “น่าจะพอ” สำหรับเขา ผมแนะนำว่าให้คุยเรื่องนี้แบบเปิดใจกับพวกเขาเลยดีกว่าครับ ว่าตัวเลขประมาณนี้เพียงพอไหมเมื่อคุณจากไป แน่นอนว่าไม่มีใคร “โอเค” กับการจากไปของคนรักอยู่แล้ว แต่หากเกิดเหตุการณ์อันไม่คาดฝันขึ้นมา คุณจะอุ่นใจได้ที่คุณได้ให้เสียงของพวกเขาเป็นส่วนสำคัญในการคำนวนทุนประกันให้พอกับทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายในอนาคตไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว

ทุนประกันชีวิตก้อนนี้ สามารถทำอะไรได้อีกบ้างไหม?

สมมุติว่าเมื่อปรึกษากันแล้วว่า 10 ล้านบาทคือทุนประกันที่น่าจะพอกับรายจ่ายประจำวันและรายจ่ายรายการใหญ่ๆ เช่น สุขภาพหรือการศึกษา แต่เท่านั้นไม่พอ คุณควรคิดเผื่อให้ทุนประกันทำหน้าที่เป็น “กองทุนครอบครัว” ที่จะคอยทำหน้าที่แทนตัวคุณเสมือนว่าคุณยังอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่คู่ครองของคุณพร้อมทำหน้าที่บริหารเงินก้อนนั้น ตัวอย่างเช่น ทุนประกัน 10 ล้านบาท หลังจากที่คุณเสียชีวิตหากคู่ครองของคุณสามารถบริหารให้ทุนประกัน 10 ล้านบาทนี้งอกเงยได้ปีละเฉลี่ย 5% มันจะทำให้ครอบครัวคุณมี “เงินใหม่” ที่งอกออกมาจากก้อนทุนประกันนี้ได้เฉลี่ยมากกว่า 5 แสนบาททุกปี ซึ่งหากครอบครัวคุณคาดว่าจะมีรายจ่ายเกิน 5 แสนบาทต่อปีแน่ๆ ทุนประกันที่ 10 ล้านบาทที่คิดว่าพอนี้ ก็อาจไม่เพียงพอนะครับ

ได้คำนวนหนี้สินอย่างครบถ้วนแล้วหรือยัง?

หนี้สินเป็น “รายจ่ายอนาคต” ที่หลายคนมักลืมเวลาคำนวนทุนประกัน รายการหนี้สินที่ควรคำนึงถึงมีตั้งแต่ เงินกู้จากธนาคาร ไม่ว่าจะเพื่อธุรกิจ ผ่อนบ้าน หรือผ่อนรถยนต์ หนี้บัตรเครดิตค้าง หนี้ภาษีอากรค้าง ฯลฯ ทั้งหมดนี้ควรเป็นส่วนหนึ่งในการคำนวนทุนประกัน เนื่องจากเราไม่ต้องการให้คนข้างหลังต้องมาแบกภาระหนี้สิน โดยเฉพาะในกรณีที่จ่ายไม่ไหวจนอาจถูกยึดบ้านซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของพวกเขา

เชื่อว่าทั้ง 3 คำถามข้างต้นคงพอจะทำให้คุณพอเห็นภาพของการคำนวนทุนประกันชีวิตที่เหมาะกับคุณคร่าวๆ ได้นะครับ เพื่อให้คุณกลับมารีเช็คตัวเองได้ว่าควรต้องเตรียมพร้อมและมองในส่วนไหนบ้างที่จะมีประกันชีวิตที่ “ลงตัวที่สุด” กับตัวคุณและครอบครัวครับ

แบบประกันชีวิตที่แนะนำ

ประกันควบการลงทุน | iInvest

ประกันควบการลงทุน | iInvest สะสม ปกป้อง ส่งต่อ ความมั่นคั่งของคุณอย่างง่าย

ถือเป็นการตอบโจทย์การออมเพื่อความสําเร็จในการบริหารความมั่งคั่ง เพิ่มมูลค่าทางการเงิน พร้อมปกป้อง ความมั่งคั่งของคุณในเวลาเดียวกัน เพื่อส่งต่อความมั่งคั่งที่ยั่งยืนจากรุ่นสู่รุ่น

    สิทธิประโยชน์

  • ลงทุนง่าย - ชําระเบี้ยครั้งเดียว และสามารถเพิ่มเงินลงทุนได้ตลอดเวลาตั้งแต่ปีท่ี 2 เป็นต้นไป
  • ผลตอบแทนที่มากกว่า - จ่ายโบนัสสําหรับการถือกรมธรรม์ตั้งแต่ปีที่ 5 เป็นต้นไป (0.25% ส้ินปีท่ี 5-10 และ 0.5% สิ้นปีที่ 11 เป็นต้นไป ของบัญชีกรมธรรม์เฉลี่ย) - โอกาสที่กองทุนจะเติบโตเพิ่มสูงขึ้นในระยะยาว (5 ปีขึ้นไป) สูงกว่าการออม หรือการลงทุนบางประเภท
  • ผลประโยชน์กรณีเสียชีวิต 110% ของเบี้ยชําระครั้งเดียวหลังหักจํานวนเงินทั้งหมดที่ถอนออกจากกรมธรรม์ (ถ้ามี) หรือ 110% ของมูลค่าบัญชีกรมธรรม์แล้วแต่อย่างใดมากกว่า

ประกันคุ้มครองตลอดชีพ | iProtect S

ส่งต่อทุกความห่วงใย ด้วยการสร้างความมั่นคงทางการเงิน...

เริ่มสร้างกองมรดกตั้งแต่วันนี้ ผ่านประกันชีวิต iProtect S เพื่อส่งต่อทุกความห่วงใย ให้กลายเป็นความมั่นคงทางการเงินเป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่น

    สิทธิประโยชน์

  • ความคุ้มครองสูง ถึง 31 เท่า ตั้งแต่วันแรกที่คุณจ่ายเบี้ย*
  • สร้างมรดกหลักล้าน ด้วยเบี้ยประกันภัยเพียง 88 บาท ต่อวัน*
  • จ่ายเบี้ยประกันภัยสั้น เพียง 10 ปีแต่ คุ้มครองถึงอายุ 85 ปี

ประกันคุ้มครองรายได้ | iProtect

เพราะความแน่นอนคือความไม่แน่นอน

และหากมีสิ่งไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับคุณ ใครจะดูแล “คนข้างหลัง” ของคุณได้ดีเท่ากับสี่งที่คุณเตรียมไว้ให้พวกเขาเอง

    สิทธิประโยชน์

  • ความคุ้มครองสูงสุดถึง 120 เท่าตั้งแต่วันแรกที่คุณจ่ายเบี้ย* (กรณีเพศหญิง อายุ 1 เดือน และเลือกชำระเบี้ยเป็นรายปีจนถึงอายุ 85 ปี)
  • ค่าเบี้ยสบายกระเป๋าเพียงหลักร้อยต่อเดือน*
  • เลือกจ่ายเบี้ยสั้นเป็น 5ปีหรือ10ปีก็ได้ หรือค่อยๆจ่ายถึงอายุ 85 ปีก็มีให้เลือก