เตรียมตัวอย่างไรก่อนจะถึงวัย 40

เวลาเป็นสิ่งที่ไม่เคยโกหกใคร เราทุกคนย่อมผ่านช่วงชีวิตวัยรุ่นกันมาแล้วทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเล็กหรือรุ่นใหญ่ต่างก็เป็นช่วงชีวิตที่มีทั้งความสุข ทุกข์ สนุก สมหวัง ผิดหวัง บ้างก็พลาดพลั้ง พอเวลาผ่านไปเราก็อายุมากขึ้นตาม ความผิดพลาดก็น้อยลง เนื่องจากเราได้เรียนรู้จากประสบการณ์ในอดีต เรามองโลกกว้างมากขึ้น คิดอะไรได้ช้าลงแต่ละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้น ร่างกายที่เคยฟิตเปรี๊ยะก็เริ่มหย่อนยาน แต่บางทีเรามัวแต่ใช้ชีวิตจนลืมเตรียมพร้อมก่อนถึงวัยที่มีอายุมากขึ้น เผลอแป๊บเดียวก็เข้าวัย 40 แล้ว เลยงงๆ ว่า เอ๊ะ! จะเอายังไงกับชีวิตต่อดี? จะออมเงินก่อนมั้ย? จะลงทุนในธุรกิจอะไร? จะทำประกันสุขภาพที่ไหนดี? ก่อนที่เราจะมานั่งปวดหัวกัน วันนี้เรามีวิธีเตรียมตัวแจ่มๆ มาฝากครับ

1. ร่างกาย

สิ่งสำคัญที่แท้จริงแล้วคือ “สุขภาพ” เรานี่ไงครับ พอเราอายุมากขึ้น ร่างกายก็ต้องเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา แถมพอแก่ขึ้น ไหนจะฮอร์โมนที่หลั่งออกมาไม่เหมือนตอนเป็นวัยรุ่น ไหนจะความเหี่ยวของอวัยวะในร่างกายอีก การย่อยอาหารก็ย่อยยากมากขึ้น เพราะฉะนั้นการจะรักษาสุขภาพให้ดีนั้น เราต้องออกกำลังกาย เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ อันไหนที่กินแล้วเสียสุขภาพก็เขี่ยทิ้งไป ไม่ต้องเสียดาย ต้องมีการพักผ่อนที่เหมาะสมกับร่างกาย เช่น การนอน การเที่ยวสถานที่สงบๆ และอีกมากมายเลยล่ะครับ

2. ที่อยู่อาศัย

ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด อพาร์ทเมนต์ และอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ เป็นสถานที่ที่เราจะใช้อยู่ไปจนแก่เฒ่าและถือว่าเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้เงินก้อนโตเลยทีเดียว ดังนั้นการวางแผนจ่ายหนี้ให้สมดุลกับรายรับรายจ่ายจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยล่ะ อีกทั้งการวางเป้าหมายในอนาคตให้ชัดเจน จะช่วยให้เราไปถึงเป้าหมายอย่างมีแบบแผนและง่ายมากขึ้นด้วยนะ

3. ความมั่นคงทางการเงิน

อย่างที่กล่าวไปในข้อสอง นอกจากการวางแผนสำหรับรายรับรายจ่ายแล้ว ปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กันคือ หน้าที่การงานที่มั่นคง ซึ่งจะนำไปสู่ความมั่นคงทางการเงินนั่นเองครับ พอเราอายุมากขึ้น ประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดชีวิตนั้นประเมินค่าไม่ได้เลยแหละครับ เพราะฉะนั้นคนส่วนใหญ่ที่ย่างเข้าวัย 40 แล้วเนี่ย ถือว่ามีความมั่นคงค่อนข้างสูง คนที่ทำงานบริษัทก็อาจมีฐานเงินเดือนมากจนเป็นที่น่าพอใจ ส่วนคนที่เป็นเจ้าของกิจการก็อยู่ในช่วงที่รายรับร่ายจ่ายและกำไรนิ่งกว่าตอนที่เริ่มกิจการใหม่ๆ นอกจากจะมีความมั่นคงทางการงานและการเงิน สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือการออมเงิน เพราะว่านอกจากจะต้องแบกภาระการผ่อนอสังหาริมทรัพย์แล้ว บางคนยังต้องผ่อนรถ จ่ายค่าเล่าเรียนลูกหลาน แถมยังมีค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอีกมากมาย ถ้าเราไม่วางแผนรายรับรายจ่ายให้เหลือเงินออมไว้เผื่อฉุกเฉินแล้วล่ะก็ อาจเดือดร้อนภายหลังได้ครับ

4. จัดการกับความเสี่ยงในชีวิต

ถ้าเราไม่วางแผนจัดการกับมันก่อนที่ความเสี่ยงนั้นจะกลับมาจัดการเราแล้วล่ะก็ ถือว่าเป็นความประมาทที่น่ากลัวมากนะครับ เพราะเราไม่สามารถมองเห็นอนาคตได้ยังไงล่ะ ความเสี่ยงที่ว่านี้ก็คือ การเสียชีวิตกระทันหัน ความเจ็บไข้ ตกงาน โดนขโมยขึ้นบ้าน สุนัขที่เลี้ยงไว้ไปกัดเด็กข้างบ้าน ฯลฯ ถ้าเราไม่วางแผนไว้ซะตอนนี้อาจจะลำบากภายหลัง เพราะถ้าเงินออมไม่พอ และยิ่งเราเป็นคนที่หาเลี้ยงครอบครัว มีภาระที่ต้องใช้จ่าย หากสิ่งที่กล่าวไปเกิดขึ้น กรณีที่แย่ที่สุดคือเมื่อเราไม่สามารถหารายได้ได้อีกต่อไป คนที่เราดูแลอยู่อย่างพ่อแม่ ภรรยา ลูก อาจเดือดร้อนได้ เพราะฉะนั้นวิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือเราต้องเตรียมพร้อม และการมีประกัน ทั้งประกันสุขภาพ ทั้งประกันอุบัติเหตุ หรือใครมีลูกมีหลานก็ทำประกันสุขภาพเด็กไว้ด้วยจะดีมาก ที่กล่าวมานี้ก็ถือเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยเราได้มากกว่าการมีแค่เงินออมแน่นอนครับ

5. ลงทุนในกองทุนเพื่อการเกษียณ

ไม่มีใครอยากทำงานไปตลอดชีวิตหรอกครับ การออมเงินในกองทุนเพื่อการเกษียณก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่ดีอย่างนึงที่เราควรจะทำ หากบริษัทที่เราทำงานอยู่ไม่มีกองทุนสบทบเพื่อตอนเกษียณ ลองมองหากองทุนตามสถาบันการเงินที่เปิดไว้เพื่อออมและลงทุนเอาไว้เผื่อเวลาเกษียณก็ได้ครับ กองทุนเหล่านี้มักจะให้ผลตอบแทนที่แตกต่างกัน ดังนั้นเราควรจะศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนการลงทุนนะครับ

6. เตรียมตัวออกไปท่องเที่ยวหาความสุขให้ชีวิต

พอเราอายุมากขึ้น มีความมั่นคงในหลายๆ ด้านแล้ว การวางแผนไปเที่ยวนั่นคือออพชั่นเสริมครับ หลังจากที่ก่อร่างสร้างตัวมายาวนาน แถมยังถูกจำกัดด้วยเวลาและการเงินอีก ถึงเวลาที่เราจะตอบแทนตัวเองโดยการออกไปหาความสุขตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ไม่ว่าจะไปคนเดียว ไปกับเพื่อน ไปกับคนรัก หรือไปกับครอบครัวย่อมให้ความสุขที่แตกต่างกันครับ

ปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่าคนเราแก่ตัวขึ้นทุกวินาที เรี่ยวแรงเราก็ลดลง ถ้าเราเตรียมตัวตอนที่แก่ไปแล้ว อาจจะไม่ทันการณ์ ดังนั้นเริ่มเตรียมตัวก่อนเราก็สบายก่อนนะครับ

แบบประกันชีวิตที่แนะนำ

ประกันชีวิตควบการลงทุน | iWealthy

การออมเพื่อความสำเร็จในการบริหารความมั่งคั่ง เพิ่มมูลค่าทางการเงินพร้อมการปกป้องอย่างมั่นคงในเวลาเดียวกัน เพื่อส่งต่อความมั่งคั่งที่ยั่งยืนจากรุ่นสู่รุ่น

    สิทธิประโยชน์

  • ลงทุนง่ายด้วยการชำระเบี้ยเป็นรายงวดทั้งในส่วนของการลงทุนและคุ้มครอง
  • มีความยืดหยุ่น สามารถปรับสัดส่วนการลงทุนและความคุ้มครองได้ตามต้องการ
  • ผลตอบแทนที่มากกว่า รับโบนัสสำหรับการถือกรมธรรม์ตั้งแต่ปีที่ 6 เป็นต้นไป

ประกันคุ้มครองชีวิตและโรคร้ายแรงตลอดชีพ | iShield

โรคร้าย ควบคุมไม่ได้ แต่ “ความสุข” คุณปกป้องได้

iShield ยืดเวลาแห่งความสุข ไม่หยุดไปกับโรคร้าย ทางเลือกใหม่ที่จะช่วยปกป้องความสุขของคุณและครอบครัวจากภัยโรคร้ายแรง

วางแผนรับมือตั้งแต่วันนี้ อย่าปล่อยให้โรคร้ายแรงทำลายชีวิตคุณ

เพราะโรคร้ายเกิดขึ้นได้แบบไม่คาดฝัน โดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว และใกล้ตัวกว่าที่คุณคิด

หากไม่มีการเตรียมพร้อมรับมือใด ๆ อาจทำให้ความสุขทั้งหมดของชีวิตต้องหยุดลง

    สิทธิประโยชน์

  • ชำระเบี้ยสั้น เบี้ยประกันคงที่ตลอดสัญญา
  • 70 โรคร้ายแรงที่ไอชิลด์คุ้มครองทั้งระยะเริ่มต้นและระยะรุนแรง
  • เบี้ยประกันภัยในส่วนคุ้มครองชีวิตสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ (ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร)

ประกันประเภทบำนาญ | iRetire

ให้ความสุขอยู่คู่กับคำว่า "เกษียณ"

iRetire แบบประกันบำนาญชำระเบี้ยประกันภัยระยะสั้น ที่ให้ผลประโยชน์เงินบำนาญที่สูง เลือกได้ทั้งรายเดือนและรายปี

และให้คุณสามารถวางแผนเกษียณได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งตอบโจทย์การลดหย่อนภาษีอย่างเต็มที่ เพื่อให้คุณใช้ชีวิตเกษียณได้อย่างมีความสุข

    สิทธิประโยชน์

  • รับทางเลือกในการเริ่มต้นวางแผนอนาคต หลังการเกษียณของคุณ: iRetire 1 ชำระเบี้ยประกันภัยเพียงครั้งเดียว, iRetire 5 ชำระเบี้ยประกันภัย 5 ปี
  • รับเงินบำนาญสูงสุด 20% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย (iRetire 5) โดยสามารถรับเงินบำนาญเป็นรายเดือนหรือรายปี เพื่อสอดคล้องกับการใช้ชีวิตของคุณ
  • รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 200,000 บาท*