เคล็ดลับที่จะทำให้คุณ “ใช้เงิน” พร้อมกับ “ออมเงิน” ได้อย่างสมดุล

“ใช้เงิน” หรือ “ออมเงิน” หรือทั้งสองอย่างดี? ในยุคสมัยที่คนนิยมออกไปใช้ชีวิตกัน การจะออมเงินดูจะเป็นเรื่องยากเหลือเกิน เพราะการที่จะไปเที่ยวไปพบปะสังสรรค์กับผู้คนยังไงก็ต้องใช้เงิน นี่คือเคล็ดลับในการออมเงิน ในขณะที่คุณก็สามารถออกไปใช้เงินได้อีกด้วย มาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

ไม่มีอะไรที่จะมีผลกระทบต่อการเงินในอนาคตของคุณได้ นอกจากความสามารถในการเข้าใจกระแสเงินสดของตัวคุณเอง ถ้าคุณต้องการเงินออมมากขึ้น หรือจะใช้เงินเพิ่ม คุณจะต้องรู้รูปแบบและนิสัยการใช้เงินของตัวเอง เริ่มต้นด้วยการดูวิธีใช้เงินในแต่ละอาทิตย์ เพราะระยะเวลาจะสั้นมากกว่าการดูแบบรายเดือนและง่ายต่อการวิเคราะห์รูปแบบด้วย เพราะการที่จะดูว่าคุณใช้เงินเกินไปหรือไม่ถ้าเทียบกับอาทิตย์ก่อนหน้านั้น

ความชัดเจนในสิ่งที่คุณต้องการทั้งในระยะสั้นและระยะยาวนั้น จะช่วยให้คุณตัดสินใจในการใช้เงินในแต่ละครั้งได้ง่ายขึ้น และคุณก็จะมีความสุขมากกว่าเมื่อคุณมองย้อนกลับไป แนะนำว่าให้ตั้งเป้าหมายใหญ่ๆ ให้กับตัวเองก่อน และมุ่งประเด็นไปที่เป้าหมายนั้น เมื่อเจอสิ่งที่จะทำให้คุณต้องไขว้เขวจนต้องใช้จ่ายเงินออกไป ให้นึกถึงเป้าหมายนั้น ซึ่งช่วยให้คุณปฏิเสธได้ง่ายมากขึ้น

ให้เริ่มจากการแบ่งเงินออกมาจากค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อเดือน เช่น ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าผ่อนรถ ฯลฯ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้คือค่าที่คุณต้องจ่ายในทุกๆ เดือน ต่อมาก็แบ่งค่าใช้จ่ายรายวัน เช่น ค่าเดินทางไปเรียนหรือทำงาน ค่าอาหาร ฯลฯ ค่าใช่จ่ายส่วนนี้อาจมีขึ้นและลงได้ เพราะฉะนั้นควรใช้อย่างระวัง ไม่ให้จ่ายเกินกว่าที่กำหนด และที่เหลือก็จะเป็นเงินที่เหลือในแต่ละเดือน เท่านี้คุณก็จะสามารถตั้งข้อจำกัดของรายจ่าย และกำหนดเงินออมของคุณได้ง่ายขึ้นแล้วล่ะ

ให้สร้างบัญชีไว้สำหรับเก็บออมแยกส่วนในแต่ละเป้าหมาย อย่างเช่นเปิดบัญชีเพื่อออมไว้ไปเที่ยวต่างประเทศ หรือ บัญชีเพื่อออมไว้สำหรับซื้อรถ เป็นต้น การทำแบบนี้จะช่วยให้คุณถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้เร็วขึ้น และยังออกไปใช้ชีวิตได้มากขึ้นอีกด้วย

ข้อนี้อาจจะฟังดูขัดแย้งกันกับข้ออื่นๆ แต่ว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญมากที่คุณจะมีเงินสำรองไว้รับมือกับสิ่งที่ไม่คาดคิด การวางแผนนี้จะช่วยให้เราเผชิญกับความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นได้เสมอ จึงเป็นเหมือนการเสริมสร้างสุขภาพทางการเงินของเราให้แข็งแรง ทำให้ภูมิคุ้มกันความเสี่ยงของเราเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และจะช่วยให้เราสามารถผ่านปัญหาทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว รวมถึงยังช่วยปกป้องเงินออมในบัญชีอื่นๆ เพื่อไม่ให้ต้องถูตัดนำมาใช้แก้ปัญหาได้อีกด้วย

หากทำตามข้อแนะนำทั้ง 5 ข้อนี้แล้วล่ะก็ คุณก็สามารถที่จะคุมสมดุลระหว่างการ​ “ใช้เงิน” และการ “ออมเงิน” ควบคู่กันไปได้อย่างไม่ติดขัด และไม่นานคุณก็จะมีเงินใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่ และมีเงินออมที่เพียงพอสำหรับเป้าหมายในอนาคตด้วยครับ

แบบประกันชีวิตที่แนะนำ

ประกันคุ้มครองตลอดชีพ | iProtect S

ส่งต่อทุกความห่วงใย ด้วยการสร้างความมั่นคงทางการเงิน...

เริ่มสร้างกองมรดกตั้งแต่วันนี้ ผ่านประกันชีวิต iProtect S เพื่อส่งต่อทุกความห่วงใย ให้กลายเป็นความมั่นคงทางการเงินเป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่น

    สิทธิประโยชน์

  • ความคุ้มครองสูง ถึง 31 เท่า ตั้งแต่วันแรกที่คุณจ่ายเบี้ย*
  • สร้างมรดกหลักล้าน ด้วยเบี้ยประกันภัยเพียง 88 บาท ต่อวัน*
  • จ่ายเบี้ยประกันภัยสั้น เพียง 10 ปีแต่ คุ้มครองถึงอายุ 85 ปี

ประกันชีวิตควบการลงทุน | iWealthy

การออมเพื่อความสำเร็จในการบริหารความมั่งคั่ง เพิ่มมูลค่าทางการเงินพร้อมการปกป้องอย่างมั่นคงในเวลาเดียวกัน เพื่อส่งต่อความมั่งคั่งที่ยั่งยืนจากรุ่นสู่รุ่น

    สิทธิประโยชน์

  • ลงทุนง่ายด้วยการชำระเบี้ยเป็นรายงวดทั้งในส่วนของการลงทุนและคุ้มครอง
  • มีความยืดหยุ่น สามารถปรับสัดส่วนการลงทุนและความคุ้มครองได้ตามต้องการ
  • ผลตอบแทนที่มากกว่า รับโบนัสสำหรับการถือกรมธรรม์ตั้งแต่ปีที่ 6 เป็นต้นไป