Midlife Crisis วิกฤตวัยกลางคนที่ตั้งรับไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย

อัศวินคิดว่าเพื่อนๆที่กำลังติดตามบทความของอัศวินอยู่นั้น อาจจะมีหลาย ๆ คนที่กำลังจะก้าวสู่ช่วงของวัยกลางคน ซึ่งในวัยนี้เราก็ได้ผ่านอะไรกันมาเยอะมาก ถ้าเปรียบเป็นการทำงานอัศวินคิดว่าแต่ละคนก็มีประสบการณ์ทำงานกันมาก็เกิน 10 ปีแล้วล่ะ

ในช่วงวัยนี้หลาย ๆ คนกลับมามองชีวิตของตัวเองและได้ทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ช่วงเวลาที่ผ่านมา ก็อาจจะคิดว่า ตอนสมัยที่พึ่งเรียนจบและเริ่มชีวิตการทำงานช่วงแรก ๆ นั้น เรามีความฝันและเป้าหมายในชีวิตเยอะมาก เช่น อยากทำงานแล้วไปอยู่ในตำแหน่งสูง ๆ อยากมีเงินเก็บเยอะ ๆ อยากทำอะไรหลาย ๆ อย่างที่ไม่เคยทำ อยากทำให้ที่บ้านสบายขึ้นกว่าเดิม

แต่พอมาถึงวันนี้ เรากลับรู้ว่าชีวิตของเรามันไม่ได้ไปไหนเลย หน้าที่การงานก็ไม่ได้ไปไกลอย่างที่คิด เงินเก็บที่เราอยากเห็นก็ยังมีไม่มาก ยังไม่ได้มีเวลาใช้ชีวิตแบบที่ตัวเองการ ยังไม่ได้ไปเที่ยวในที่ๆอยากไป แถมพ่อแม่ของเราก็อายุมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งไปเห็นเพื่อน ๆ โพสความสำเร็จต่าง ๆ ใน Social Network ยิ่งทำให้เรารู้สึกแย่ลงกว่าเดิมอีก รู้สึกว่าทำไมเราไม่เห็นมีชีวิตที่ดีเหมือนคนอื่นบ้างเลยนะ

อัศวินเลยอยากจะถามเพื่อนๆกันครับว่าเราเคยรู้สึกอย่างที่อัศวินเล่ามาไหม? หากกำลังรู้สึกแบบที่อัศวินคิดเนี่ยแปลว่าตัวเองกำลังเข้าสู่วิกฤติวัยกลางคน หรือ Midlife Crisis กันแล้ว ซึ่งภาวะนี้เราสังเกตตัวเองกันได้ตาม Checklist ดังนี้ครับ

· รู้สึกเบื่อกับชีวิต รู้สึกว่าเราไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไรอย่างที่หวังไว้ ชีวิตไม่มีความหมาย

· เห็นความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเพราะอายุมากขึ้นแล้วรับไม่ได้ อยากกลับไปเป็นหนุ่มสาวอีกครั้ง

· อยู่ๆก็ตัดสินใจทำอะไรแบบไม่คาดคิดอยู่ประจำ เช่น การตัดสินใจซื้อของ อยากได้ก็ซื้อเลย

· เริ่มสับสนกับชีวิต กลับตัวก็ไม่ได้ ให้เดินต่อไปก็ไม่รู้จะถึงเป้าหมายเมื่อไหร่

ซึ่งถ้าหากเราไม่รู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเองก็อาจจะทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปได้ทันที เช่น อยู่ ๆ ขอเลิกกับแฟนเพราะอยากจะไปใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ อยากมีความสัมพันธ์ใหม่ ๆ กับคนที่อายุน้อยกว่าจะได้รู้สึกกลับไปสู่วัยสดใสอีกครั้ง

รวมถึงพยามแก้ปัญหาความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของตัวเองด้วยการทุ่มซื้ออาหารเสริม ซื้อคอร์สเสริมความงามต่าง ๆ เพื่อให้ตัวเองยังคงดูดี และอายุน้อยลง บางคนก็อาจลงทุนเพื่อจะโชว์ความสำเร็จที่จับต้องกับเขาได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็นรถหรู นาฬิกาแบรนด์ดังกระเป๋าสตางค์ราคาแพง ๆ

พอเป็นแบบนี้เพื่อน ๆ ก็คงคาดเดาเหมือนอัศวินได้ใช่ไหมครับว่า ปัญหาที่จะตามเรามาก็คือปัญหาทางการเงินที่เราอาจจะสร้างขึ้นโดยไม่ได้คาดคิด มันเกิดจากอารมณ์ล้วน ๆ จากความเปลี่ยนแปลงของชีวิตในช่วงวัยกลางคนนี่แหละ ทีนี้เราจะวางแผนรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไรและทำอย่างไรไม่ให้กระทบเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ของเรา

1. ลองหาความสำเร็จใหม่ๆ ใกล้ๆ ตัว

อัศวินคิดว่าความสำเร็จในชีวิตของเรานั้น มันไม่ได้มีแค่เรื่องการงานและการเงินเพียงอย่างเดียว เราสามารถสร้างสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ใกล้ตัวให้เป็นความสำเร็จได้เช่นกัน ลองนำสิ่งที่ตัวเองสนใจและสิ่งที่ตัวเองชอบมาทำกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงานอดิเรกต่าง ๆ เช่น การเข้าครัวทำอาหารเมนูใหม่ ๆ การสร้างงานศิลปะต่าง ๆ และการเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ ในทุก ๆ วัน ความสำเร็จเล็ก ๆ แบบนี้ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตเรามีคุณค่ามากขึ้นนะ

2. อย่าไปเปรียบเทียบชีวิตเรากับคนอื่น

อัศวินคิดว่าชีวิตของแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกัน มีความถนัดและความเก่งในเรื่องที่ต่างกันอยู่แล้ว การไปเปรียบเทียบกับคนอื่นอาจจะทำให้เราเครียดเปล่า ๆ แต่ลองหามุมมองที่เป็นแง่ดีของเรากันดูนะครับว่า ในวันนี้เราได้ทำอะไรสำเร็จมากกว่าเมื่อวานในเรื่องอะไรบ้าง อาจจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การพาคนในครอบครัวออกไปเที่ยวนอกบ้าน การได้เห็นรอยยิ้มที่มีความสุขจากสิ่งที่เราทำนั้นก็ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่และทำให้ชีวิตเรามีคุณค่าในทุก ๆ วันได้เหมือนกันครับ

3. อย่าให้อารมณ์มาพาเราใช้เงิน

อย่างที่อัศวินเล่าให้ฟังในตอนต้นว่า ในช่วงภาวะวัยกลางคนหลายๆคนอาจจะใช้อารมณ์ไปกับการซื้อของต่าง ๆ เพื่อสร้างความสำเร็จที่จับต้องได้ เพราะฉะนั้นแล้วก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้ออะไรต้องกลับมาถามตัวเองเสมอ ๆ นะครับว่า “เรากำลังซื้อเพราะความจำเป็น หรือ เราแค่อยากได้สิ่งนั้น” และอย่าลืมวางแผนการเงินในทุก ๆ เรื่องนะครับ เรายังต้องมีชีวิตอีกยาวนาน เพื่อใช้ชีวิตในวัยเกษียณอย่างมีความสุข

4. ให้ความสำคัญเรื่องการวางแผนสุขภาพและเป้าหมายทางการเงิน

ก็ต้องยอมรับนะครับว่า ในช่วงวัยนี้ก็เป็นช่วงที่เราจะต้องพบความเปลี่ยนแปลงในหลาย ๆ เรื่อง เช่นเรื่องสุขภาพ ที่เราจะรู้สึกว่า ร่างกายเราแก่ขึ้น ไม่กระฉับกระเฉงเหมือนเมื่อก่อน ก็ต้องดูแลตัวเอง ทั้งในเรื่องการกินและการออกกำลังกาย อีกทั้งในวัยนี้เราจะต้องสร้างหลักประกันของตัวเองให้มั่นคงมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้เราไปสู่เป้าหมายทางการเงินที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเป้าหมายทางการเงินของครอบครัว หรือ เป้าหมายเก็บเงินเพื่อยามเกษียณ อย่าลืมนะครับว่าการเงินและสุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ของชีวิตเลยล่ะ

การวางแผนต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาเป็นสิ่งที่สำคัญ พอ ๆ กับการวางแผนดูแลอนาคตของตัวเองนะครับ เริ่มกันตั้งแต่วันนี้ ด้วย iLink ประกันไฮบริด จากกรุงไทย-เเอกซ่า ประกันชีวิต บทบาทใหม่ของประกันชีวิตควบการลงทุน ให้คุณเลือกเพิ่มความคุ้มครองได้ดั่งใจ หลากหลายตามไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวคุณ เหนือกว่าด้วยจำนวนเงินเอาประกันภัยสูงสุด 280 เท่า* ให้ผลประโยชน์สูงสุด 3 ต่อ กรณีเสียชีวิต และแนบสัญญาเพิ่มเติมโรคร้ายแรง พร้อมความคุ้มครองสูงสุด 200% สนใจติดต่อสอบถามที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ได้ที่ โทร 1159 หรือทางเว็บไซต์ https://ktaxa.live/ilink-cs-21 ได้เลยนะครับ