วางแผนการเงินอย่างไรเมื่อเรายังไม่รู้ว่า Covid-19 จะผ่านไปเมื่อไหร่

เพื่อนๆ จำกันได้ไหมครับว่าตั้งแต่ปลายปี 2019 มาจนถึงปีนี้ เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนยังต้องใช้ชีวิตกับ Covid-19 มาตลอดเลย คิดไปคิดมาก็ปีนิดๆ แล้วเนอะ หลายคนคงยังจำกันได้ใช่ไหมว่าช่วงมีนาคมเมื่อปีที่แล้ว พวกเราต้องกักตัวอยู่บ้านกันเป็นเดือน พอออกมาจากบ้านได้ก็ต้องใส่หน้ากาก ล้างมือกันตลอด ถึงช่วงเวลานั้นจะผ่านไปแล้ว แต่เราก็ประมาทไม่ได้ยังคงต้องระวังในการใช้ชีวิตอยู่ตลอดเวลานะ

อย่างว่านะชีวิตมันก็ไม่มีอะไรแน่นอน อย่างเดือนที่แล้วตอนเดือนธันวาคม 2563 ก็มีข่าวว่าเกิดการระบาดครั้งใหม่ ทำให้ต้องมีการควบคุมโรคในบางจังหวัด กรุงเทพก็ไม่รอดต้องทำตามมารตการต่างๆ เช่นกัน อย่างเช่น ออกไปกินข้าวนอกบ้านตอนเย็นๆ ก็ไม่ได้ จะร้องไห้ เรื่องนี้ทำให้เราได้เรียนรู้เลยนะ ว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้นได้และก็ไม่มีใครรู้ว่าจะมีอะไรรุนแรงอีกไหม แต่ถ้าสถานการณ์กลับมาดีแล้ว ทุกอย่างคลี่คลาย ก็คงเป็นเรื่องที่ดีต่อพวกเราเนอะ จะได้กลับมาใช้ชีวิตกันอย่างปกติ

เมื่อเรายังไม่รู้ว่า Covid-19 จะจบลงเมื่อไหร่ ลองมาดูสถานการณ์ในรูปแบบต่างๆ ที่มีโอกาสเกิดขึ้นกันดีไหม เผื่อเราจะได้รู้ว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไร จะได้นำไปวางแผนในการใช้ชีวิต การเงิน และสุขภาพของเราเอง ถ้าพร้อมแล้วตามอัศวินมาลุยกันทีละข้อเลย!

กรณีที่ 1 ยังต้องอยู่อย่างระวัง Covid-19 ไปอีกปี

หากเรายังต้องอยู่กับ Covid-19 โดยที่ยังไม่มียารักษา แต่สามารถใช้ชีวิตอย่างปกติเพราะสามารถควบคุมโรคระบาดเอาไว้ได้ อัศวินคิดว่าเราก็คงยังต้องตั้งการ์ดสูงๆ กันต่อนะครับ ต้องป้องกันตัวเองตลอดเวลาเลยล่ะ แล้วถ้าไม่จำเป็นก็อย่าไปในสถานที่ที่มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้ เช่น ที่ๆ มีคนเยอะๆ ที่ๆ แออัด ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า งานเทศกาล แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ ก็อย่าลืมป้องกันตัวเองเสมอๆ นะ ใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง ล้างมือบ่อยๆ และใส่ใจสุขภาพของตัวเองเสมอๆ อัศวินเป็นห่วง

ในส่วนเรื่องของการเงิน อัศวินขอแนะนำว่า เราจะต้องเก็บเงินสำรองฉุกเฉินไว้ตลอดเวลาอย่างน้อย 6 เท่าของรายจ่ายในแต่ละเดือน เช่น หากเราใช้จ่ายเดือนละ 20,000 ก็ควรมีเงินสำรองไว้ 120,000 บาท เพื่อป้องกันเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น อยู่ๆ เกิดโรคระบาดอีกที บริษัทปิดต้องตกงาน หรือต้องทำงานที่บ้านและถูกลดเงินเดือน หรืออาจจะเป็นเรื่องอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเกิดอุบัติเหตุ หรืออยู่ๆ ที่บ้านต้องใช้เงินสดจำนวนมาก ซึ่งการมีเงินสำรองฉุกเฉินก็ทำให้เราสามารถนำเงินเหล่านั้น มาใช้จ่ายในช่วงเวลาจำเป็นได้ ถ้าใครยังไม่มีเงินสำรอง มาเริ่มกับอัศวินพร้อมกันในเดือนนี้เลยนะ

กรณีที่ 2 เกิดการระบาดอย่างรุนแรง

อัศวินก็กลัวอยู่นะว่าเราจะเจอเหตุการณ์ระบาดหนักๆ เหมือนในประเทศอื่นหรือเปล่า แต่ถ้าเกิดขึ้นมาจะทำให้ชีวิตของเราพบกับความเสี่ยงทั้งในเรื่องของสุขภาพและการเงินกันอีกครั้ง เพราะรัฐบาลอาจจะสั่งให้กักตัวอยู่กับบ้าน ธุรกิจต่างๆ ต้องปิดตัวลงชั่วคราว ทำให้หลายๆ คนมีโอกาสตกงาน ซึ่งจะเกิดผลกระทบต่อการเงินอย่างแน่นอน และที่สำคัญก็คือไม่รู้ว่าจะต้องกักตัวนานแค่ไหนด้วยนะสิ กักตัวนานๆ เงินเก็บก็น้อยลงเรื่อยๆ อีกนะ

พอรู้อย่างงี้แล้วก็ต้องมาหาทางป้องกันกันเถอะ อัศวินคิดว่าเราอาจจะต้องลองมองหารายได้ที่หลากหลายมากขึ้นกันดีไหม ลองหางานที่เราสามารถทำเสริมได้เอาไว้ก่อนเลย มีรายได้หลายๆ อย่าง อย่างน้อยถ้ามีงานหนึ่งทำไม่ได้ก็ยังมีรายได้ทางอื่นอยู่ และอย่าลืมใช้จ่ายอย่างประหยัดด้วยนะ วิธีการง่ายๆ ที่อัศวินแนะนำเพื่อนๆ ให้ทำก็คือ เราเริ่มจากการทำบัญชีรายรับรายจ่ายเพื่อดูว่าในแต่ละวันเราใช้เงินไปกับอะไร อะไรที่เป็นสิ่งไม่จำเป็น ก็อาจจะลดการใช้เงินลง จะได้มีเงินเก็บสำรองมากขึ้น

แล้วก็อย่าลืมนะ หากเกิดโรคระบาดจริงๆ เวลาไปไหนก็ต้องเตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาดและป้องกันการติดเชื้อไปด้วยตลอดเวลา จะได้ปลอดภัย ไม่ต้องกังวลในการใช้ชีวิต และควรทำประกันสุขภาพที่จะมาช่วยในเรื่องค่ารักษาพยาบาล เผื่ออยู่ๆ เราป่วยเป็น Covid-19 ขึ้นมาแบบไม่รู้ตัว

กรณีที่ 3 มีวัคซีนรักษาคนป่วยให้ใช้อย่างแพร่หลาย

อัศวินเชื่อว่าเพื่อนๆ ทุกคนก็คงกำลังลุ้นกันอยู่ว่า วัคซีนรักษา Covid-19 จะสำเร็จเมื่อไหร่ จริงๆ ข่าวเรื่องวัคซีนก็ออกมาให้ดีใจตั้งแต่ปลายปีที่แล้วล่ะนะ เห็นมีความคืบหน้ามาเรื่อยๆ ก็หวังว่าอนาคตเราจะมีโอกาสที่จะใช้รักษาให้หายขาดได้ หากวัคซีนสำเร็จจริงๆแล้วถูกใช้อย่างแพร่หลาย ก็จะทำให้โลกเราผ่อนคลายมากขึ้น คนจะมั่นใจในการใช้ชีวิต อย่างน้อยก็รู้ว่าถ้าป่วยก็มียารักษาแล้ว คนก็กล้าจะเริ่มลงทุน และกล้าที่จะเอาเงินเก็บมาใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น

แต่เราก็ไม่ควรประมาทในการใช้ชีวิตเช่นเดิมนะ การมีวัคซีนรักษา ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่มีความเสี่ยงที่จะป่วย เราอาจจะป่วยเป็น Covid-19 ขึ้นมาก็ได้ และการป่วยแต่ละครั้งก็มีค่ารักษาพยาบาล ค่าหมอ ค่ายา และสมัยนี้ก็รู้ๆกันอยู่ใช่ไหมว่า ไปหาหมอแต่ละทีราคาไม่ต้องพูดถึงเลย แพงมาก!

ดังนั้น ถ้าเราซื้อประกันสุขภาพเอาไว้ก็จะช่วยให้ดีต่อใจได้ อย่างน้อยหากเราป่วยขึ้นมา ประกันก็จะมาดูแลค่าใช้จ่ายในการไปหาหมอให้เรา อย่างประกันสุขภาพ iHealthy ของทางกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ก็เป็นทางประกันสุขภาพที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงให้กับเราได้เหมือนกัน ใครสนใจถามอัศวินได้เลย

กรณีที่ 4 Covid-19 หมดไปจากโลก

ในกรณีสุดท้าย อัศวินหวังว่าจะเป็นไปได้ในอนาคต ถ้า Covid-19 สามารถรักษาให้หายขาดได้และไม่มีใครติดเชื้อโรคนี้อีกเลย ถึงตอนนั้นทุกคนคงจะดีใจมาก เพราะโลกก็จะกลับมาเป็นปกติ เราอาจจะกลับมาใช้ชีวิตกันในแบบเดิมได้ มาตรการต่างๆ ก็จะถูกยกเลิกไป ใช้ชีวิตกันได้แบบสบายๆเหมือนเดิม ถึงตอนนั้นพวกเราก็คงวางแผนเที่ยวต่างประเทศกันก่อนเลยล่ะเพราะไม่ได้เที่ยวกันมานาน

แต่อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่าโลกที่เราอยู่ใบนี้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ในอนาคตเราอาจจะพบกับโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ อีกก็ได้ พอ Covid-19 จากไป ก็อาจจะมีโรคใหม่มาแทนในอนาคตก็ได้ การดูแลสุขภาพให้แข็งแรง การเตรียมพร้อมทางการเงิน และการใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องทำเช่นเดิมนะ

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว อัศวินก็อยากจะสรุปให้ทุกคนได้รู้กันนะ ไม่ว่าสถานการณ์เกี่ยวกับ Covid-19 จะเปลี่ยนแปลงไปในทางไหน การวางแผนในเรื่องต่างๆ ของชีวิตก็ต้องทำอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะสุขภาพ หากวันนี้ไม่มี Covid-19 เราก็ยังคงต้องระวังโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การเจ็บป่วยทั่วไป หรือ แม้แต่การเป็นโรคร้ายแรง การมีประกันคุ้มครองชีวิตก็จะช่วยให้เราอุ่นใจ เพราะประกันจะมาช่วยในการดูแลค่ารักษาพยาบาลหากเราเกิดเจ็บป่วยได้

เพื่อนๆ ที่กำลังมองหาแผนการคุ้มครองในเรื่องชีวิตและสุขภาพ มีความคุ้มครองผู้เอาประกันภัยกรณีเจ็บป่วยจากไวรัสโคโรนา (COVID-19) ขอแนะนำประกันสุขภาพเหมาจ่าย iHealthy ของทางกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ที่สุดของแผนประกันสุขภาพ คุ้มครอง ครอบคลุมทุกความต้องการ ทุกที่ทุกเวลา ถ้าสนใจอย่าลืมติดต่อสอบถามที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์กันนะ โทร 1159 หรือทางเว็บไซต์ https://ktaxa.live/ihealthy-am-121