ดูแลความรักอย่างไรในเมื่อโลกนี้เต็มไปด้วยความเสี่ยง

เดือนกุมภาพันธ์นั้นเปรียบเสมือนเดือนแห่งความรักของทุกคนในโลกใบนี้ ว่าแต่เพื่อน ๆ เห็นด้วยกับอัศวินเหมือนกันใช่ไหมว่า ความรักนั้นไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์และความห่วงใยกันระหว่างคู่ครองเท่านั้น แต่ยังหมายถึงความรักระหว่างเรากับคนอื่น ๆ ในครอบครัวด้วย และแน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากอยากให้คนที่เรารักลำบาก ยิ่งเฉพาะในช่วงนี้ที่โรคภัยไข้เจ็บอย่าง Covid-19 ยังคงเป็นความเสี่ยงในสังคมไทย ทำให้หลายคนเครียดและวิตกไปตาม ๆ กัน เราก็ต้องให้ความสำคัญกับสุขภาพทางใจกันเยอะ ๆ เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญมาก มาแสดงความห่วงใยด้วยการบอกรักให้กับคนรอบข้างกันนะ ในบทความนี้อัศวินจะเล่าวิธีการดูแลความรักจากความเสี่ยงอย่างไร ตามอัศวินมาเลย

1. ประเมินความเสี่ยงในชีวิตของเราก่อน

เคยไหมที่เวลาเราอ่านข่าวในมือถือหรือดูในทีวีในแต่ละวัน จะพบข่าวเรื่องอุบัติเหตุกันบ่อย ๆ เช่น อยู่ ๆ มีรถชนกัน มีรถไฟชนรถทัวร์จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต บางทีก็มีข่าวที่คนเดิน ๆ อยู่แล้วมีอะไรตกใส่หัวแบบไม่รู้ตัว และยิ่งช่วงหน้าหนาวเนี่ยบางทีก็ต้องระวังจะไม่สบาย ในปีก่อน ๆ ก็มีข่าวโรคระบาดใหม่ ๆ เกิดขึ้นที่กลายเป็นความเสี่ยง อย่างในตอนนี้เราก็เจอ Covid-19 ที่รายงานข่าวกันทุกวันทั่วโลก ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเราจะพบกับความเสี่ยงอะไรบ้าง เพราะยังมีเรื่องเล็ก ๆน้อย ๆ ในชีวิตอีกเพียบเลย เพราะฉะนั้นแล้วอัศวินว่าทุก ๆ คนก็ต้องมาประเมินความเสี่ยงในตัวเรากันด้วยนะว่าในแต่ละวันเรามีโอกาสจะเจออะไรบ้าง ทั้งในเรื่องของอุบัติเหตุ สุขภาพ และโรคร้ายแรงต่าง ๆ

ยกตัวอย่าง หากเราต้องเดินทางด้วยมอเตอร์ไซต์รับจ้างไปที่ออฟฟิศทุกวัน แปลว่าในแต่ละวันเรามีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการจราจรสูงมาก อีกทั้งด้วยสภาพอากาศที่ไม่ค่อยดี ฝุ่นก็เยอะ ก็อาจจะทำให้เราพบปัญหาสุขภาพในระบบทางเดินหายใจได้ นอกจากนี้ หากออฟฟิศเราอยู่กลางใจเมืองและเป็นอาคารขนาดใหญ่ที่มีคนมาทำงานเป็นจำนวนมาก ก็ต้องคอยสังเกตดูด้วยว่า ทีมงานรักษาความปลอดภัยได้มีการตรวจตราป้องกันผู้ป่วยเข้ามาในอาคารอย่างมีมาตรฐานหรือไม่ เพราะสถานที่ที่คนอยู่จำนวนมากอาจจะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคระบาดเช่นเดียวกัน ลองสังเกตการใช้ชีวิตและสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เราจะพอเห็นได้เลยนะว่าเรามีความเสี่ยงอะไรบ้าง

2. ประเมินผลกระทบความเสี่ยงต่อคนที่เรารัก

อัศวินเชื่อว่าทุกคนก็อยากจะมีชีวิตที่มีความสุขกับคนที่เรารักไปนาน ๆ ละเนอะ แต่เรื่องในอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน จริงอยู่ที่ว่าในวันนี้เรายังทำงานหาเงินได้ ยังมีเงินมาดูแลคุณพ่อคุณแม่ แฟนและลูกของเราได้ในทุก ๆ วัน แต่หากวันดีคืนดีเราเกิดเป็นอะไรขึ้นมา อยู่ ๆ ทำงานไม่ได้ และเกิดไม่มีรายได้กะทันหัน ตอนนั้นจะเกิดผลกระทบต่อคนที่เรารักเยอะเลยนะ

อัศวินขอยกตัวอย่างสมมติให้ทุกคนคิดตาม เช่น หากเราอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ที่อยู่ในวัยเกษียณ ไม่มีรายได้ แต่มีค่าใช้จ่ายด้วยกันอยู่ที่เดือนละ 10,000 บาท โดยที่เราส่งเงินให้เขาทุกเดือน ๆ เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย วันดีคืนดีเราเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาและเสียชีวิต นั่นหมายความว่าคุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องนำเงินเก็บของตัวท่านเองมาใช้ ซึ่งหากเขาไม่มีเงินเก็บกันเลยหรือเงินเก็บน้อยมากเช่นกัน อาจจะต้องขายสมบัติและกลับมาทำงานอีกครั้ง ดูแล้วเศร้าเลยอ่ะ และหากใครมีครอบครัว มีลูกด้วยเรื่องนี่ยิ่งลำบากเข้าไปใหญ่เลย

เมื่อเรารู้อย่างงี้แล้ว เราก็ไม่ควรประมาทนะครับ สิ่งแรกที่เราต้องทำก็คือการใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท ต้องคิดเสมอ ๆ ว่ายังมีคนที่เรารักรอเราอยู่และเรายังเป็นกำลังสำคัญในการดูแลเขา การใช้ชีวิตในแต่ละวันท่องไว้เสมอว่า “ปลอดภัยไว้ก่อน” นอกจากนี้เราควรจะต้องเตรียมแผนทางการเงินรองรับเอาไว้ด้วย เช่น การเก็บเงินเผื่อเอาไว้ หรือ การทำประกันป้องกันความเสี่ยง เพื่อที่จะให้ผลกระทบทางการเงินที่จะเกิดกับเขาลดน้อยลงที่สุด

3. การโอนย้ายความเสี่ยงจะช่วยชีวิตทางการเงินให้ดีขึ้น

เมื่อเราไม่รู้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น แต่เราประเมินกันไว้แล้วว่าถ้าเกิดขึ้นจริง ๆ จะกระทบอะไรบ้าง เรื่องนี้อัศวินคิดว่าเราก็เตรียมป้องกันเอาไว้ก่อนได้นะ จากตัวอย่างที่อัศวินเล่าให้ฟัง ถ้าเกิดเราจะต้องส่งเงินให้พ่อแม่เราเดือนละ 10,000 บาท เราทำทุนประกันเอาไว้อย่างน้อย 60,000 - 120,000 บาท หากเกิดอะไรกับเราขึ้นมา เป็นเหตุที่ทำให้เราดูแลเขาต่อไม่ได้ อย่างน้อยยังมีทุนประกันมอบให้เขาได้ใช้ชีวิตต่อ 6 เดือนถึง 1 ปี ก็เป็นเวลาที่มากพอที่เขาจะเตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงและหาหนทางที่จะหาเงินให้กับตัวเองในอนาคต ยกตัวอย่างเช่น หากเราทำประกัน LifeProtect 18 ประกันตลอดชีพของกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ประกันฉบับนี้จะสร้างหลักประกันให้กับครอบครัวของเราตั้งแต่วันแรกที่ทำ และหากเรายังมีชีวิตดูแลคนที่เรารักไปได้เรื่อย ๆ เงินที่เราจ่ายไปทั้งหมดก็ไม่สูญหายไปไหน สามารถรับเงินคืนเมื่อครบสัญญา หรือ สามารถเวนคืนได้ตามมูลค่ากรมธรรม์ หรือ 101% ของเบี้ยประกันหลักที่ชำระมาได้อีกด้วย เห็นไหมว่าเรื่องการโอนย้ายความเสี่ยงนี้สำคัญมาก ๆ เลยนะ เวลาที่เรากลับไปที่บ้าน เราเห็นหน้าพ่อแม่ แฟน ลูก ต้องถามตัวเองว่า เราได้เตรียมพร้อมเผื่อวันที่เราไม่อยู่แล้วหรือยัง

4. อย่าลืมมองดูความเสี่ยงหลาย ๆ ด้านของชีวิต

ท้ายสุดอัศวินอยากจะบอกกับเพื่อน ๆ ทุกคนนะว่าความเสี่ยงนั้นมีอยู่หลายอย่างมาก ต้องพิจารณากันให้รอบด้าน อย่าประมาทเลยล่ะ เพราะไม่มีใครรู้หรอกว่า วันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร มาร่วมกันวางแผนป้องกันไว้ก่อนดีกว่า ทางกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต มีแบบประกันที่ตอบโจทย์ชีวิตได้อย่างมากมายครอบคลุมทุกด้านของชีวิต ทั้งในเรื่องของความคุ้มครองชีวิต และสุขภาพ การออมเพื่อการศึกษาให้ลูกของเรา การออมเพื่อเป็นทุนในวัยเกษียณ และการสร้างหลักประกันให้กับคนที่อยู่ข้างหลัง อย่าลืมนะครับว่าหากเราป้องกันความเสี่ยงเอาไว้ในทุกด้าน ย่อมทำให้ชีวิตเรามั่นคงทางการเงินมากขึ้น เริ่มต้นวางแผนกันตั้งแต่วันนี้ด้วยกัน

สำหรับคนที่กำลังมองหาหลักประกันให้กับครอบครัว เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน อัศวินขอแนะนำ LifeProtect 18 ประกันตลอดชีพ คุ้มครองเพิ่มค่า อนาคตเพิ่มสุข โดยกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต อย่าลืมทำให้ตัวคุณเองเพื่อคุณที่คุณรักนะครับ สนใจติดต่อสอบถามที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ได้ที่ โทร 1159 หรือทางเว็บไซต์

https://ktaxa.live/lifeprotect18-am-221