ทำไม T - SHAPED MODEL ถึงเป็นทักษะสำคัญต่อการสร้างรายได้ในยุคโควิด

หลังจากที่โควิด 19 ได้แพร่ระบาดเข้ามาในประเทศไทยอัศวินเชื่อว่าหลาย ๆ คนก็คงจะได้เห็นจากข่าวกันใช่ไหมว่า มีคนได้รับผลกระทบเยอะมาก เช่น ถูกลดเงินเดือน ตกงาน เป็นต้น แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ปรับตัวจนอยู่รอดในภาวะวิกฤตนี้ได้ด้วยเหมือนกันนะ ซึ่งคนเหล่านี้เป็นกลุ่มคนที่มีทักษะและความรู้รอบด้าน องค์กรใหญ่ก็จะชอบมากเพราะเป็นที่ต้องการตัว หรือหากคนกลุ่มนี้ตกงาน ก็ตกไม่นาน แปปเดียวก็มีคนมาจีบมาจ้าง ถ้าไม่มีคนจ้างเขาก็ไปทำฟรีแลนซ์ทำงานของตัวเองได้ พูดง่ายๆ ก็คืออยู่รอดได้ทุกสถานการณ์นั่นล่ะ

พอมาถึงตรงนี้ เพื่อน ๆ ก็คงอยากรู้ใช่ไหมครับว่า เอ๋! แล้วเราจะเป็นคนหล่อคนสวยเลือกได้ที่ใครๆ ก็อยากได้เราไปทำงานยังไงได้บ้าง? สิ่งที่เราจะต้องมีก็คือทักษะที่โด่ดเด่นซึ่งเราเรียกว่า ‘T-Shape Model’ นั่นคือเก่งทั้งแบบลึกและเก่งในแบบกว้างๆ

โดยปกติแล้วเวลาที่เราเรียนจบมาแล้วก็ไปทำงาน เรามักจะมีความเชี่ยวชาญเป็นเรื่องๆ ไป เช่น เรียนจบบัญชี ทำงานด้านบัญชี ก็จะเชียวชาญด้านบัญชี ส่วนใครเรียนจบการตลาด ไปทำงานการตลาด ก็จะเก่งเรื่องการตลาด สิ่งนี้เราเรียกว่าความเชี่ยวชาญในเชิงลึก (Specialist) แต่ถ้าเกิดเรารู้ในเชิงกว้าง (Generalist) ด้วยละ เช่น ไม่ได้เก่งบัญชีอย่างเดียว รู้ทั้งการเงิน การตลาด การจัดการ แถมคุยกับทนายความเรื่องกฎหมายรู้เรืองและยังพูดได้ถึง 3 ภาษา รับรองว่า ชีวิตปังขึ้นเรื่อยๆ

มาดูกันนะครับว่าถ้าเรามีทักษะหลากหลาย เป็นคนที่มี T-Shape model จะมีข้อดียังไงต่อตัวเราบ้าง

1. สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปแค่ไหนก็ปรับตัวได้เสมอ

ลองคิดกันนะครับว่า เวลาที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจหรือโรคระบาด ทำให้ธุรกิจต้องสะดุด ผู้บริหารเขาประเมินแล้วว่าจะต้องลดต้นทุน จะเกิดอะไรขึ้น? แน่นอนว่าคนที่เก่งหลายๆ ด้าน เขาจะโดนผลกระทบน้อยกว่าเพื่อน ไม่โดนให้ออกง่ายๆ เพราะสามารถปรับตัวได้ตลอดเวลา ไปทำงานในส่วนอื่นได้เพราะมีทักษะพร้อม อีกทั้งบริษัทก็ไม่จะไม่ค่อยปล่อยให้คนเก่งๆ หลุดมือไปง่ายๆ หรอก การหาคนเก่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไหร่

แต่ถ้าหากต้องตกงานจริงๆ บอกเลยว่าเขาก็ไม่คงตกงานยาวหรอก เพราะเอาความสามารถที่มีไปทำงานอย่างอื่นได้ ยกตัวอย่างเช่น ตอนอยู่ในบริษัทเราเป็นพนักงานขายสินค้าที่พูดภาษาจีนได้ แถมยังมีความรู้ด้านการตลาดและรู้จักนิสัยคนจีนเป็นอย่างดี พอต้องออกจากงานจริงๆ เราอาจจะเอาความเชี่ยวชาญมาทำอย่างอื่นก็ได้ เช่น ทำคอร์สสอนภาษาจีนเพื่อการทำธุรกิจ การย้ายไปทำงานเป็นที่ปรึกษาบริษัทที่ทำธุรกิจจีน หรือการเป็นล่ามด้านธุรกิจทางออนไลน์ให้กับบริษัทไทย เป็นต้น

2. ช่วยลดความเสี่ยงในการทำงานของตัวเอง

เพื่อนๆ สังเกตกันไหมว่าในปัจจุบันโลกเรานั้นเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ไม่กี่ปีก่อนเรายังใช้อินเตอร์เน็ทบ้านในการหากข้อมูลกันอยู่เลย เดี๋ยวนี้เรามีเครื่องมือเครื่องใช้และ Application เต็มไปหมด อะไรที่เปลี่ยนแปลงเร็วก็มักจะทำให้ธุรกิจและหลายๆ คนปรับตัวไม่ทัน แต่ถ้าคนที่มีความสามารถเยอะๆ แบบ T-Shape Model เขาจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ทันโลกอยู่ตลอดเวลา และนำทักษะที่เขามีอยู่ไปเชื่อมโยงในเรื่องต่างๆ ทำให้ตัวเองทำงานต่อได้ คนกลุ่มนี้ปรับตัวเก่ง ทักษะที่เขามีก็จะช่วยลดความเสี่ยงและข้อจำกัดต่างๆ ที่จะสร้างผลกระทบต่อหน้าที่การงานของเขาได้อีกด้วย

อัศวินขอยกตัวอย่างเช่น บางคนเป็น Graphic designer ที่มีความสามารถหลากหลาย ทำกราฟิกก็ได้ ตัดต่อวีดีโอก็ได้ ซึ่งเขามีความรู้ในเรื่องเทคโนโลยีต่างๆ ที่ทำให้เขาสามารถรับงานออกแบบทางออนไลน์ได้ทั่วโลก มีความรู้ทางด้านภาษาที่ทำให้คนกับคนต่างชาติรู้เรื่อง แถมยังมีความรู้ทางการตลาดที่สามารถโปรโมทให้ลูกค้าสนใจตัวเขาได้ พอเป็นอย่างงี้บอกได้เลยว่า ถ้าเขาตกงานเขาก็มีทางรอดเพราะทำอะไรได้หลากหลายเต็มไปหมด

อีกตัวอย่างหนึ่งนะครับ สมัยนี้เพื่อนๆ หลายๆ คนก็คงอยากมีธุรกิจของตัวเอง เช่น ทำร้านกาแฟ เปิดร้านอาหาร ทำขนมขาย ซึ่งบางคนเก่งมากๆ เลยนะ ทำอะไรให้กินก็อร่อย แต่ไม่ได้เป็นคนที่รู้รอบด้าน ไม่รู้วิธีคิดด้านการเงิน ไม่รู้จะทำบัญชีอย่างไร ทำการตลาดไม่เป็น ซึ่งตรงนี้ก็มีความเสี่ยงมากๆ เลยนะ พอไม่รู้ในหลายๆ เรื่อง ทำให้ตัดสินใจผิดพลาด ก็อาจจะเจ๊งได้ง่ายๆ เลย

เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่า ใครที่มีความสามารถก็จะลดความเสี่ยงในงานตัวเองได้หลายๆ ด้านมาก อย่างแรกสุดเลยคือมีทางหาเงินเรื่อยๆ และเวลาเจอสิ่งที่ต้องตัดสินใจก็มีความรู้รอบด้านที่ทำให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น ลดความผิดพลาดได้

3. ออกแบบช่องทางการสร้างรายได้หลายช่องทาง

มีคนเคยบอกอัศวินว่า คนที่รู้รอบด้านนะ นอกจากเราจะเห็นความเสี่ยงและปิดความเสี่ยงได้ เขายังมองโอกาสได้อีกหลายรูปแบบอีกด้วย ลองมาสำรวจตัวเองดูนะว่าเรามีความรู้ ความสามารถ และทักษะอะไรบ้าง และสิ่งเหล่านั้นสามารถเอาไปช่วยเหลือใครได้บ้าง บางทีเราอาจจะได้ช่องทางการหาเงินในรูปแบบใหม่ๆ ก็ได้

ตัวอย่างเช่น เราทำงานประจำเป็นพนักงานออฟฟิศคนหนึ่งที่ทำงานจันทร์ถึงศุกร์ แต่ในอีกด้านของชีวิตก็คือ เราชอบเล่นดนตรีมาก เล่นได้ทั้งเปียโน ระนาด กีต้าร์ เราอาจจะนำความสามารถทางด้านดนตรีนี้ไปให้กับคนที่ต้องการในวันเสาร์อาทิตย์ก็ได้เช่นกันนะ บางคนก็อาจจะไปเล่นตามร้านอาหารตอนกลางคืนเพื่อสร้างความสุขให้คนที่ไปเที่ยว แถมเราก็ได้เงินเพิ่มด้วย หรือ บางคนเล่นดนตรีไทยได้ ก็ไปรับจ้างเล่นตามงานต่างๆ งานขึ้นบ้านใหม่ งานแต่งงาน งานเลี้ยงฉลอง ซึ่งก็ทำให้เราสร้างรายได้ทางอื่นได้อีกด้วยนอกเหนือจากงานประจำ

นอกจากนี้ บางคนที่มีไอเดียเด็ดๆ ก็คงจะคิดหารายได้เพิ่มอีกเยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็น การสร้างช่องดนตรีของตัวเองตามสื่อออนไลน์ การรับจ้างสอนดนตรี การแต่งเพลงขาย หรือไปรับงานเป็นดีเจเปิดเพลงก็ได้เหมือกัน เพราะฉะนั้นมีความสามารถอย่างเดียวไม่พอ ต้องลองออกแบบช่องทางการสร้างรายได้ที่หลากหลายไว้ด้วยนะ

4. โอกาสต่อการเติบโตในองค์กร

เพื่อนๆ คิดว่าเวลาที่บริษัทใหญ่ๆ เขาจะแต่งตั้งใครซักคนขึ้นไปเป็นหัวหน้าทีมเรา หรือเป็นผู้บริหาร เขาจะเลือกคนแบบไหน? หลังจากที่อัศวินเล่าเรื่อง T-Shape Model แล้ว เพื่อนๆ ก็คงจะเดาได้แล้วนะครับว่า ก็ต้องเป็นคนที่รู้รอบด้าน หลากหลายและสามารถตัดสินใจให้กับองค์กรได้เป็นอย่างดี

ลองสังเกตดูนะครับคนที่เป็นผู้บริหารเก่ง ๆ หลายๆ คน เขาก็เติบโตมาจากพนักงานตัวเล็กๆ แบบเราในอดีตทั้งนั้นล่ะ แรก ๆ เวลาที่เข้ามาทำงานก็จะต้องรับผิดชอบงานของตัวเอง พัฒนาให้เชี่ยวชาญ

แต่วันที่เราต้องก้าวไปสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น T-Shape Model จะมาช่วยเราแล้ว เราต้องพัฒนาตัวเองให้มีความรู้อย่างรอบด้านด้วยถึงจะเติบโตได้ เช่น มีความรู้ในการจัดการทีมงาน รับนโยบายจากผู้บริหารและวางแผนงานได้ กำหนดงบประมาณที่ต้องใช้ สามารถสื่อสารงานต่างๆ ให้น้องๆ เข้าใจและทำงานออกมาได้ สามารถวัดผลงานและแนะนำวิธีการทำงานของน้องๆ ในทีมให้ดีขึ้นได้

ตรงนี้นอกจากจะทำให้ตัวเรามีคุณค่า เป็นคนเก่งขององค์กรแล้ว พอผู้บริหารระดับสูงเห็นว่าเรา เราทำได้ดี เขาก็จะให้โอกาสในตำแหน่งงานที่สูงขึ้น เช่น ตำแหน่งผู้อำนวยการ ที่ต้องรู้ทุกอย่างที่ทุกคนทำ แล้วคอยอำนวยการแต่ละทีมมาทำงานร่วมกันเพื่อเนื้องานขององค์กรได้

เพราะฉะนั้นแล้ว การเติบโตตามตำแหน่งในองค์กรนั้น นอกเหนือจากต้องใช้ทักษะความสามารถเฉพาะทางแล้ว ความรู้รอบตัวก็สำคัญต่อตำแหน่งที่สูงขึ้นไม่แพ้กัน เพราะจำเป็นต้องอาศัยมุมมองที่หลากหลายต่อการตัดสินใจต่อเรื่องสำคัญอยู่เสมอ ดังนั้น ความฝันของคนทำงานที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำขององค์กร จึงต้องอาศัย T-Shape Model เป็นพื้นฐาน เห็นไหมว่าเรื่องนี้สำคัญมากๆ เลย

เพื่อนๆก็คงอยากรู้ใช่ไหมครับว่าแล้วเราจะเริ่มต้นสร้างทักษะแบบ T-Shape Modelได้อย่างไร?

อัศวินมองว่าทุกคนมีสิ่งที่ตัวเองถนัดอยู่แล้ว เพียงแต่เรายังไม่ลองศึกษาเพิ่มเติมให้ลึกเท่านั้นเอง หรือหากมีความสนใจหลายด้านก็ลองนำความรู้ในแต่ละด้านมาเชื่อมโยงกัน แล้วต่อยอดให้เป็นเรื่องใหม่ๆ ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลหรือแลกเปลี่ยนความคิดกับเพื่อนๆ ที่มีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันดู เพราะอัศวินเชื่อว่าแนวทางนี้จะทำให้ทุกคนเก่งขึ้นและมีทักษะที่หลากหลายอย่างแน่นอน

ท้ายสุดอัศวินก็อยากจะบอกกับเพื่อนๆ ทุกคนว่า การที่เราพยายามพัฒนาตัวเอง ตั้งใจทำงานให้ชีวิตเก่งขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่ดีนะ แต่การทำงานนั้นไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต การดูแลตัวเอง ดูแลครอบครัวที่เรารัก และการสร้างสมดุลเรื่องชีวิตและการทำงานเป็นสิ่งที่สำคัญเสมอ เพราะในสมัยนี้โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ มีอยู่เยอะมาก หากเรามีความฝันที่จะก้าวหน้าในเรื่องของชีวิตการงานก็ต้องใส่ใจเรื่องสุขภาพประกอบด้วยนะครับ อัศวินเป็นห่วงทุกคนเสมอ ขอให้ดูแลสุขภาพกันด้วยนะ

T-Shape Model ไม่ได้ทำให้เรามีทักษะในการเก่งงานอย่างเดียว แต่ต้องเก่งในเรื่องการจัดการความเสี่ยงต่างๆ ที่จะเข้ามากระทบต่อชีวิตและการเงินของเราด้วยนะครับ อัศวินขอเสนอ LifePlus+ Saver แบบประกันสะสมทรัพย์ จากกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต แบบประกันที่เหมาะสมสำหรับก้าวเริ่มต้นของคนวัยเริ่มทำงานก็เป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่น่าสนใจ หากสนใจติดต่อสอบถามที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ได้ที่ โทร 1159 หรือทางเว็บไซต์ https://ktaxa.live/lifeplus-saver-cs-331