4 วิธีแก้ปัญหา Burnout สำหรับคนเบื่องานและหมดไฟ

เนื่องจากอัศวินเห็นเพื่อนๆหลายๆคนทำงานแล้วเครียด ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เลยต้องมานั่งเช็คกับหลายๆคนว่าตอนนี้มีความเสี่ยงที่จะเกิดการ Burnout กันบ้างไหม เช่น เวลาพูดถึงงานแล้วเบื่อ เซ็ง หมดไฟ บ่นว่าทำไปแล้วไม่เห็นอนาคต ไม่รู้มันจะทำให้ตัวเราก้าวหน้ายังไง และอาจทำให้เราไม่อยากทำงาน จนเกิดอาการผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อย ๆ

แต่พอเรามานั่งคิดถึงอีกด้านคือเรื่องเงิน ยิ่งเครียดเข้าไปใหญ่ เพราะการหมดพลังทำงานนั้นมันจะส่งผลต่อการเงินด้วย เวลาที่เราทำงานไม่ดี ทำตามเป้าหมายไม่ได้ เหล่าบรรดาหัวหน้าก็จะเริ่มมาสอดส่องพฤติกรรมของเรา ซึ่งเรื่องใหญ่ที่ตามมาก็คือ เงินเดือนก็อาจจะไม่ถูกปรับขึ้น โบนัสได้น้อยกว่าคนอื่น หากทำงานได้ไม่ดีอาจจะถูกเชิญให้ออกไปทำงานอย่างอื่นก็ได้ สรุปว่าไฟมอด เงินหมด ชีวิตสุขภาพและการเงินก็เสี่ยงที่จะพังตาม ๆ กันไป

เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าเราเจอปัญหาประมาณนี้อยู่ ต้องรีบหาทางแก้ไขนะครับ อัศวินก็เลยจะมาเสนอ 4 วิธีที่ทำให้เรามีชีวิตที่ไม่ Burnout ทั้งเรื่องงานและเรื่องเงินกัน

1. ลองทำสิ่งใหม่ๆที่เราชอบ

อะไรที่ไม่ใช่ก็อย่าไปฝืน เพราะท้ายสุดเราจะทำได้ไม่นานอยู่ดี ลองให้เวลาและคุยกับตัวเราเองซักนิดว่า แท้จริงแล้ว เรามีความสามารถในเรื่องอะไร แล้วอยากลองทำอะไรที่เป็นโอกาสใหม่ ๆ บ้าง อัศวินขอยกตัวอย่างเพื่อนคนนึงนะครับ เขาเรียนจบด้านบัญชีและเป็นผู้ตรวจสอบบัญชี มีประสบการณ์กว่า 10 ปี แต่รู้สึกเบื่อและ Burnout มาก แต่เขามาค้นพบทีหลังว่า จริง ๆ มีความสุขกับการทำขนมที่ได้คิดสูตรใหม่ๆ ซึ่งเป็นงานที่เขาทำได้ทั้งวัน ทำไปทำมา มีเพื่อน ๆ หลายคนได้ลองชิม และมีคนสั่งซื้อมากขึ้น เขาก็เลยลาออกมาเป็นแม่ค้าขายขนมซะเลย

พออัศวินเห็นแบบนี้ก็เลยเข้าใจว่าจริง ๆ แล้วเราทุกคนอาจจะมีความชอบและทักษะหลาย ๆ อย่างในชีวิตอีกเยอะมากเลยนะ เพียงแต่เราอาจจะยังไม่เคยลองนำมาหยิบใช้ และหลายคนก็อาจจะกังวลว่า การลาออกจากงานที่มั่นคงมาเปลี่ยนอาชีพอื่นที่ไม่เคยทำเป็นเรื่องที่มีความเสี่ยง แต่เชื่ออัศวินอย่างนึงนะ ถ้าเราได้ทำในสิ่งที่ชอบแล้วเรารู้สึกว่าเราไม่เหนื่อยที่จะทำ เรามี passion กับงาน เงินที่ได้น้อยในช่วงแรก ๆ แต่หากได้ทำด้วยใจ ย่อมจะสร้างความสำเร็จได้มากกว่างานที่ทำให้ชีวิตหมดไฟในระยะยาวอยู่แล้ว

2. ลดความกังวลด้วยการบริหารเป้าหมาย

เวลาที่หลายคนกำลังรู้สึก Burnout ในชีวิต นั่นเป็นเพราะเรามีปัญหาที่เราต้องจัดการเยอะมาก อัศวินเข้าใจทุกคนนะเดี๋ยวนี้ปัญหาหลาย ๆ อย่างมันซับซ้อนเหลือเกิน นอกจากเรื่องงาน เรื่องเงินแล้วยังมีเรื่องความสัมพันธ์ต่าง ๆ กับคนอื่นๆอีก ก็เลยอยากจะแนะนำให้ทุกคนลองถอยออกมามองดูทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับชีวิตของตัวเราเองก่อน แล้วลองตั้งเป้าหมายในการจัดการเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อเราจะได้แก้ปัญหาได้ทีละเรื่อง

เริ่มจากตั้งเป้าหมายระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว และในแต่ละระยะเราอาจจะจัดเรียงความสำคัญในแต่ละเรื่องว่าอะไรต้องมาก่อนมาหลัง แล้วขยายผลให้เราสามารถจัดการเรื่องใหญ่ ๆ ได้ทั้งเรื่องงานและเรื่องเงินนะครับ

ตัวอย่างเช่น สมมติเรารู้สึกว่าเราล้ากับการทำงานในช่วงนี้มากๆ คิดอะไรไม่ออกเลย ลองเอางานทั้งหมดมาเรียงก่อนเลย ดูว่าช่วงเช้าและช่วงบ่ายเราจะต้องส่งงานอะไร เป้าหมายของทั้งเดือนทั้งปีเป็นอย่างไรบ้าง เราจะรู้ว่าเวลาไหนจะต้องทำอะไรและทำให้เราจัดการงานให้ดีขึ้นได้

ส่วนในเรื่องเงินก็ไม่ได้ต่างกันนะครับ มาตั้งเป้าหมายกันว่าในแต่ละวันเรามีรายรับรายจ่ายอะไรบ้าง เราสามารถแบ่งเงินออมในแต่ละเดือนได้เท่าไหร่และนำเงินไปลงทุนตามเป้าหมายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายระยะสั้น (เก็บเงินเที่ยว) ระยะกลาง (เก็บเงินแต่งงาน) และ เป้าหมายระยะยาว (เก็บเงินเกษียณ ซื้อบ้านใหม่) พอเราแบ่งเงินเอาไว้ออมตามเป้าหมายที่ชัดเจน มีแผนในการบริหารที่ดี เราก็จะกังวลกับเรื่องเงินน้อยลงกว่าเดิมแน่นอน

3. ออกไปเที่ยวเพื่อเพิ่มพลังชีวิต

อัศวินเชื่อว่าทุกคนมีพลังในการทำงานเต็มที่อยู่เสมออยู่แล้ว แต่ถ้าเกิดความอ่อนล้า หมดแรง เราเองก็ไม่สามารถใจจดใจจ่อกับการทำงานให้ดีได้ เราจึงต้องให้เวลากับตัวเองในการชาร์จพลัง ด้วยการพักผ่อนด้วยเช่นกัน แต่การเติมพลังของคนสมัยใหม่นั้นไม่ใช่แค่กินข้าวและเดินเล่นเฉยๆ แต่เราสามารถนำเงินที่เราหามา ไปลงทุนซื้อประสบการณ์ใหม่ ๆ พร้อมกับการพักผ่อนที่สามารถเติมความรู้เพื่อให้เราได้ไอเดียใหม่ ๆ กลับมาด้วยก็ได้

ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศหรือต่างประเทศ เพื่อไปพบผู้อื่นที่มีความแตกต่างในความเชื่อและความคิด ซึ่งทำให้เราได้เห็นมุมมองใหม่ในโลกกว้าง หรือการไปทำกิจกรรมที่ไม่เคยทำมาก่อน เช่น เที่ยวพิพิธภัณฑ์ ทำ workshop การทำอาหาร หรือบางคนอาจจะหาเวลาว่างไปนั่งเล่นบอร์ดเกมส์ฝึกสมองกับเพื่อนๆ ก็ได้

ทั้งหมดนี้ถือเป็นการลงทุนเพื่อตัวเอง ได้พักสมองด้วยการเติมทักษะและความรู้ใหม่ ๆ ที่เราชอบ และเมื่อถึงเวลาที่เรากลับมาทำงาน ก็จะมีแนวคิดใหม่ ๆ เข้ามาเติมเต็มทำให้เราสามารถทำงานได้ดีขึ้นได้ด้วยครับ

4. เพิ่มคุณค่าตัวเองด้วยการให้ความรู้คนอื่น

หลายคนที่รู้สึกว่าตัวเองกำลัง Burnout นั้น อาจจะเป็นเพราะเขารู้สึกว่าพอทำงานไปแล้ว ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าอะไรเลย ทำงานไปวัน ๆ แต่ไม่ได้รู้สึกว่ามีความสุขอะไร หนึ่งในวิธีการที่อัศวินคิดว่าเพื่อน ๆ สามารถเอาไปทำได้ก็คือ เราอาจจะนำสิ่งที่เราชอบ เราคิดว่ามันมีคุณค่าต่อตัวเราและคนอื่นๆ มาแปลงเป็นความรู้ให้กับคนรอบตัว ก็ไม่แน่นะว่าเราอาจจะเจอช่องทางทำเงินใหม่ ๆ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับตัวเราด้วยก็ได้ แถมมีความสุขในการเป็นผู้ให้ด้วย

เราอาจจะนำประสบการณ์และสิ่งที่ตัวเองชอบมามอบให้คนอื่นนอกช่วงเวลางาน เช่น บางคนมีความสามารถในการถ่ายรูป ชอบถ่ายรูปเป็นชีวิตจิตใจ พอนอกเวลางานนำความสามารถที่มีไปหาเงินได้ ตั้งแต่การสอนคนอื่นถ่ายรูป การรับจ้างถ่ายรูป หรือการนำรูปสวย ๆ ที่ตัวเองถ่ายไปขาย

อีกตัวอย่างหนึ่งที่อัศวินเห็นเพื่อนๆที่สนใจการเงินมักจะทำกันก็คือ การสอนเพื่อน ๆ คนอื่นวางแผนการเงิน การลงทุน ความเสี่ยงของชีวิตและการทำประกัน จนหลาย ๆ คนกลายเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนบุคคล สามารถช่วยเหลือเพื่อน ๆ ให้วางแผนสร้างความมั่งคั่งได้

สุดท้ายนี้อัศวินก็อยากจะบอกว่า เมื่อเราท้อใจในการทำงาน เกิดความเครียดและภาวะ Burnout ก็ต้องหาทางแก้ด้วยวิธีต่าง ๆ นะครับ ลองหาโอกาสที่เราจะทำในสิ่งที่เราชอบ ค่อย ๆ แก้ปัญหาให้กับตัวเองอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ลองลงทุนไปทำในสิ่งที่ชอบ หาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ และลองนำสิ่งที่ชอบไปส่งต่อเป็นความรู้และรายได้ใหม่ ๆ ก็จะทำให้เรามีชีวิตในการทำงานที่ดีขึ้นและสามารถต่อยอดทางการเงินได้อีกด้วยนะครับ

ก็เพราะเป็นห่วง อัศวินอยากให้ทุกคนมีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดีอยู่ตลอดเวลา ทำงานแล้วมีความสุข เติบโตในหน้าที่การงาน บรรลุเป้าหมายตามที่ฝัน พร้อมทั้งประสบความสำเร็จในเรื่องการเงินอีกด้วย อัศวินขอแนะนำ LifePlus+ Saver จากกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต แบบประกันสะสมทรัพย์ ก้าวเริ่มต้นของวัยเริ่มทำงาน ช่วยให้เก็บเงินถึงเป้าหมาย เป็นอีกทางที่ช่วยให้เพื่อน ๆ สามารถเก็บเงินออมอย่างมีวินัยและไปสู่ความฝันทางการเงินที่ต้องการได้ สนใจติดต่อสอบถามที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ได้ที่ โทร 1159 หรือทางเว็บไซต์ https://ktaxa.live/lifeplus-saver-cs-331