4 สัญญาณ อาการกรดไหลย้อน เช็ควิธีรักษาด้วยตัวเองเบื้องต้น ก่อนไปหาหมอ

โรคกรดไหลย้อนคืออีกหนึ่งโรคยอดฮิตของคนวัยทำงานที่หลาย ๆ คนอาจจะเคยเป็น แต่รู้หรือไม่ว่าหากปล่อยเอาไว้จนเกิดอาการรุนแรง อาจนำไปสู่การเป็นโรคมะเร็งหลอดอาหารได้ วันนี้เราจึงนำความรู้เรื่องกรดไหลย้อนมากฝากกัน เพื่อให้คุณสามารถสังเกตอาการและไปพบแพทย์ได้ทันเวลา

มารู้จักกับกรดไหลย้อน

โดยปกติแล้วเมื่อเรารับประทานอาหารเข้าไป หูรูดหลอดอาหารส่วนล่างจะคลายตัวเปิดให้อาหารเข้าสู่กระเพาะอาหารและหูรูดจะหดตัวเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำย่อยไหลย้อนขึ้นไป ซึ่งหากกล้ามเนื้อส่วนนี้ทำงานผิดปกติก็จะทำให้น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารสามารถไหลย้อนขึ้นไปสู่หลอดอาหาร และทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อนนั่นเอง โดยอาจมีสาเหตุมาจาก พฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสม อย่างการทานอาหารรสเปรี้ยวหรือเผ็ดมากเกินไป ดื่มชา กาแฟ การเอนตัวนอนทันทีหลังรับประทานอาหาร โรคอ้วน และการตั้งครรภ์ อาการของผู้ที่มีกรดไหลย้อนจะรู้สึกแสบคอ เจ็บคอเรื้อรัง เรอเปรี้ยว แสบร้อนกลางอก หรืออาจจะรู้สึกเจ็บหน้าอกคล้ายกับโรคหัวใจ ซึ่งอาการของโรคกรดไหลย้อนสามารถแบ่งออกตามความรุนแรง และความถี่ของการเกิดอาการได้เป็น 4 ระยะดังนี้

ระยะที่ 1 ระยะที่มีอาการเล็กน้อย (Mild GERD)

มีอาการแสบร้อนกลางอก เจ็บหน้าอก รู้สึกเหมือนมีเสมหะอยู่ในลำคอ คลื่นไส้คล้ายมีอาหารหรือน้ำไหลย้อนขึ้นมาที่คอ เกิดอาการเพียงแค่ 1 หรือ 2 ครั้งต่อเดือน สามารถรักษาด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น ลดความเครียด ลดการสูบบุหรี่ ลดน้ำหนัก ไม่สวมเสื้อผ้าคับเกินไป หลีกเลี่ยงการเอนตัวนอนทันทีหลังการทานอาหาร หรือเมื่อรับประทานอาหารเสร็จควรเว้นระยะเวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน

ระยะที่ 2 ระยะที่มีอาการปานกลาง (Moderate GERD)

ในระยะนี้จะเกิดอาการหลายครั้งต่อสัปดาห์จนรบกวนกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ควรเข้าพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับยาและการรักษาที่เหมาะสมกับอาการ หากปล่อยไว้อาจทำให้เกิดอาการหลอดอาหารอักเสบได้

ระยะที่ 3 ระยะอาการรุนแรง (Severe GERD)

อาการในระยะนี้จะรุนแรงซึ่งเกิดจากอาการกรดไหลย้อนร่วมกับอาการอักเสบของหลอดอาหาร เช่น เจ็บคอ ไอเรื้อรัง เสียงแหบเรื้อรัง ซึ่งอาจเกิดขึ้นหลายครั้งต่อสัปดาห์หรือทุกวัน ระยะนี้เป็นระยะที่เสี่ยงต่อการเกิดอาการแทรกซ้อนที่รุนแรงขึ้น ควรเข้าพบแพทย์เพื่อเข้ารับการส่องกล้องและเช็คค่า pH ของกรดในกระเพาะอาหาร

ระยะที่ 4 ระยะที่เข้าสู่มะเร็งหลอดอาหาร (Reflux induced precancerous lesions or esophageal cancer)

เป็นผลจากการที่ไม่ได้รับการรักษาอาการรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นเวลานานหลายปี ทำให้กรดเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อในหลอดอาหารจนเกิดการอักเสบเรื้อรัง ส่งผลให้เยื่อบุผิวบริเวณหลอดอาหารมีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์มะเร็ง จนทำให้เป็นโรคมะเร็งหลอดอาหารในที่สุด อาการที่เพิ่มขึ้นมาในระยะนี้ คือ กลืนอาหารลำบากคล้ายมีก้อนอยู่ที่คอ (Dysphagia) หากเกิดอาการนี้ควรรีบติดต่อแพทย์เฉพาะทางทันที โดยการรักษาอาจต้องได้รับการผ่าตัด หรือการรักษาตามอาการของโรคมะเร็ง เช่น การฉายแสดงและเคมีบำบัด

ในปัจจุบันมีผู้ป่วยที่มีอาการกรดไหลย้อน และพัฒนากลายไปเป็นโรคมะเร็งหลอดอาหารเพียงแค่ 10% เท่านั้น ถึงแม้จะมีอัตราเสี่ยงน้อยแต่การหมั่นคอยสังเกตอาการ และปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อลดความเสี่ยงและความรุนแรงของโรคก็เป็นสิ่งที่จำเป็นที่ควรทำ

แหล่งที่มาของข้อมูล

• Houston Heartburn & Reflux Center, Texas

• Cooper University Health Care

• ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

• สมาคมประสาททางเดินอาหารและการเคลื่อนไหว

• โรงพยาบาล

• งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี