วิธีบังคับตัวเอง ให้มีเงินออมไว้ใช้ในอนาคต

เคยรู้สึกไหม ว่าทำไมเงินเดือนเดือนหนึ่ง มันช่างหายไปเร็วราวกับสายลม? เคยสงสัยไหม ว่าทำไมรายจ่ายมันถึงเยอะแยะ ไม่รู้มาจากไหน? เคยกังวลไหม ว่าทำไมทำงานมาก็นาน แต่แทบไม่มีเงินเหลือเก็บเลย?

ถ้าใครเคยรู้สึกแบบนี้กับตัวเองมาบ้าง แม้ตอนนี้การเงินจะแย่ เพราะไม่มีเงินเก็บก้อนใหญ่เหมือนคนอื่น แต่อย่างน้อยก็ยังเป็นสัญญาณที่ดีว่า เรายังมีสติพอจะมองเห็นในสิ่งที่เกิดขึ้น และไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้นต่อไป แต่สำหรับใครอีกหลายคน อาจจะยังไม่เคยรู้สึกตัว หรือไม่เคยกังวลด้วยซ้ำ ว่าจะมีเงินเหลือเก็บหรือไม่ ในเมื่อทุกวันนี้ยังหาเงินได้มีเงินใช้ทุกเดือนอยู่ตลอดเวลา

แต่ใครเหล่านั้นอาจจะหลงลืมไปว่า เราไม่สามารถทำงานหาเงินไปได้ตลอดชีวิต

แม้ตอนนี้เราจะยังหาเงินได้อยู่เพราะมีงานทำ มีเรี่ยวแรง มีสุขภาพที่ดี แต่สิ่งที่ทุกคนจะต้องพบเจอแน่ๆ ก็คือ วันหนึ่งเราจะต้องหยุดทำงาน ไม่ว่าเราจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม ทั้งถูกให้หยุดจากที่ทำงานเพราะถึงอายุเกษียณ หรือเพราะเรี่ยวแรงและสุขภาพเริ่มถดถอยไปตามกาลเวลา จนไม่สามารถทำงานได้ดีเหมือนเดิม และเมื่อเราหยุดทำงาน เราก็จะไม่มีรายได้ แต่รายจ่ายไม่ได้หยุดตามไปด้วย ในเมื่อเรายังต้องกินต้องใช้อยู่ตลอดเวลา ซ้ำร้ายกว่านั้น หากเกิดเหตุไม่คาดฝันระหว่างทาง ไม่ว่าจะเป็นเจ็บไข้ได้ป่วย ตกงาน หรือร้ายแรงที่สุดคือพิกลพิการ กลายเป็นคนทุพพลภาพ แล้วเราจะทำอย่างไร หากวันเหล่านี้มาถึง โดยที่เราไม่มีเงินเก็บเพื่อรองรับเหตุการณ์เหล่านี้ไว้ล่วงหน้าเลย?

เราจึงต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งก่อนว่า ถ้าเราใช้จ่ายวันนี้จนหมดเพื่อหาความสุขในปัจจุบันจนเต็มร้อย ความสุขในอนาคตของเราจะเหลือเท่ากับ “ศูนย์” ในทำนองเดียวกัน ถ้าเราอยากให้อนาคตมีความสุขเต็มร้อย โดยการไม่ยอมใช้จ่ายในปัจจุบันเลย ความสุขในปัจจุบันของเราก็อาจจะเหลือศูนย์ได้เช่นกัน เราจึงต้องรู้จัก “แบ่ง” ความสุขให้เท่าๆ กัน ด้วยการใช้จ่ายในวันนี้ส่วนหนึ่ง และเก็บไว้ใช้จ่ายในวันหน้าอีกส่วนหนึ่ง เพื่อให้ชีวิตเรามีความสุขแต่พอดี ทั้งวันนี้ และวันหน้า

ปัญหาที่หลายคนไม่มีเงินเก็บ เก็บเงินไม่อยู่ ออมเงินไม่ได้ นอกจากเรื่องจะเป็นเพราะไม่ตระหนักถึงความเสี่ยงของการไม่มีเงินใช้ในอนาคตแล้ว สาเหตุหลักก็คือ เราไม่เคยให้ความสำคัญกับเงินออมว่าเป็น “ค่าใช้จ่าย” ตัวหนึ่ง ที่เราต้องเก็บไว้ใช้จ่ายในอนาคต เหมือนค่ากินอยู่ ค่าเดินทาง ค่าช้อปปิ้ง ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ที่เป็นค่าใช้จ่ายรายเดือนตัวอื่นๆ เลย ดังนั้น เมื่อเราปฏิบัติกับมันเป็นแค่ “เงินเหลือเก็บ” เราจึงจะรอเก็บเงินเมื่อมีเงินเหลือจากการ ใช้จ่ายเรื่องอื่นๆ แล้วเท่านั้น ทำให้สุดท้ายก็ยากที่จะเหลือเงินเก็บ เพราะเราให้ความสำคัญกับมันเป็นลำดับสุดท้าย จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเราถึงเก็บเงินไม่อยู่

เมื่อเรารู้สาเหตุแล้ว ทางแก้ก็คือ ก็เปลี่ยนไปให้เงินเก็บกลายเป็นค่าใช้จ่ายอันดับแรกซะเลยสิ!

ได้เงินมาเมื่อไหร่ ก็จ่ายให้ “ตัวเราในอนาคต” ก่อนเป็นคนแรก ด้วยการตัดเก็บไปเลย เสมือนรายได้จริงๆ ของเราคือรายได้หลังหักเงินเก็บแล้วเท่านั้น เราอาจจะเริ่มตัดเก็บสัก 10% ก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้นเป็น 20%-30% ของรายได้ เมื่อรายได้เพิ่มขึ้นก็ได้ เหลือเท่าไหร่ก็ค่อยใช้เท่านั้น เพื่อเป็นการควบคุมการใช้จ่ายของตัวเองไปในตัว

ถ้าใครกลัวว่าจะห้ามใจไม่อยู่ เอาเงินที่เก็บไว้มาใช้ หรือไม่ยอมตัดเก็บไว้ตั้งแต่แรก เราก็อาจจะเอา “ระบบ” เข้ามาช่วย ให้หักเงินจากบัญชีเราไปออมอัตโนมัติในที่ที่ไม่สะดวกแก่การถอนเหมือนอยู่ในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ เช่น ไว้ในบัญชีเงินฝากประจำ, บัญชีกองทุนรวม หรือในประกันการออมเพื่อการเกษียณอายุ เช่น ‘PR60 ของทาง กรุงไทย-แอกซ่า’ ที่เราจะถูกสร้างวินัยให้จ่ายเบี้ยทุกปี โดยที่เราไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ จนกว่าจะถึงเวลาที่กำหนดเท่านั้น เช่น เมื่อถึงเวลาเกษียณ เพื่อให้ตัวเองถูกบังคับให้ออมเงิน ถือเป็นการสร้างวินัยทางการเงินระยะยาวให้ตัวเองแบบอัตโนมัติ เราก็สามารถหมดห่วงได้ว่าเราจะเก็บเงินอยู่หรือไม่ เพราะเราถูกบังคับให้ต้องเก็บแน่ๆ

อยากมีชีวิตที่มั่นคงและมีความสุขตลอดชีวิต ทั้งในวันนี้และวันหน้า ก็ต้องให้มีเงินใช้ในวันนี้อย่างเหมาะสมและอย่าลืมเหลือเงินให้ใช้ในวันหน้าอย่างพอเพียงด้วยนะครับ

แบบประกันชีวิตที่แนะนำ

ประกันเกษียณอายุ | PR60

กรุงไทย-แอกซ่าสินเกษียณ (PR60) คืนกําไรชีวิตหลังเกษียณอายุ
ตอบทุกความต้องการเพื่อการเกษียณอายุ จากการทํางานหนักตลอดระยะเวลา 30-40 ปีที่ผ่านมาทุกคนต้องการจะมีชีวิตใน บั้นปลายที่สุขสบายได้ใช้ชีวิตอย่างที่ตัวเองตั้งใจและมีความสุขกับครอบครัว อันเป็นที่รักในวัยเกษียณ แต่จะมีสักกี่คนที่ทําได้ตามที่ใจต้องการ

    สิทธิประโยชน์

  • อุ่นใจด้วยเงินคืนท่ีเพิ่มข้ึนทุกปี โดยเริ่มต้น ณ สิ้นปีที่ 2 ด้วยอัตราปีละ 0.1% ของจํานวนเงิน เอาประกันภัย และเพิ่มขึ้นทุกปี ด้วยอัตราปีละ 0.1% ไปจนถึง 1% หลังจากนั้นรับ 1% ของจํานวนเงินเอาประกันภัยไปจน กระทั่งอายุ 59 ปี
  • มั่นใจวัยเกษียณ ด้วยเงินก่อน ณ อายุ 60 ปี ซึ่งข้ึนอยู่กับอายุรับประกันภัย เพื่อ เป็นของขวัญเริ่มต้นวัยเกษียณให้กับตัวคุณ
  • พิเศษเงินปันผล* ท่านมีสิทธิได้รับผลประโยชน์เพิ่มเติมจากเงินปันผล ณ วันครบ กําหนดสัญญา สูงสุด 18%* ของจํานวนเงินเอาประกันภัย

ประกันประเภทบำนาญ | iRetire

ให้ความสุขอยู่คู่กับคำว่า "เกษียณ"

iRetire แบบประกันบำนาญชำระเบี้ยประกันภัยระยะสั้น ที่ให้ผลประโยชน์เงินบำนาญที่สูง เลือกได้ทั้งรายเดือนและรายปี

และให้คุณสามารถวางแผนเกษียณได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งตอบโจทย์การลดหย่อนภาษีอย่างเต็มที่ เพื่อให้คุณใช้ชีวิตเกษียณได้อย่างมีความสุข

    สิทธิประโยชน์

  • รับทางเลือกในการเริ่มต้นวางแผนอนาคต หลังการเกษียณของคุณ: iRetire 1 ชำระเบี้ยประกันภัยเพียงครั้งเดียว, iRetire 5 ชำระเบี้ยประกันภัย 5 ปี
  • รับเงินบำนาญสูงสุด 20% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย (iRetire 5) โดยสามารถรับเงินบำนาญเป็นรายเดือนหรือรายปี เพื่อสอดคล้องกับการใช้ชีวิตของคุณ
  • รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 200,000 บาท*

ประกันสะสมทรัพย์ | iGen

วางแผนภาษี ด้วยเบี้ยประกันคงที่ ผ่านประกันชีวิตระยะสั้น
iGen (ไอเจ็น) แบบประกันประเภทสะสมทรัพย์ที่ตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ หรือผู้ที่ต้องการวางแผนทางการเงินในระยะเวลาสั้นๆ และใช้ประโยชน์ในการวางแผนภาษีผ่านประกันชีวิตด้วยเบี้ยประกันภัยคงที่ เท่ากันทุกเพศทุกวัย กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนทางการเงินของคุณ ช่วยให้ชีวิต และการเงินของคุณควบคู่กันไปอย่างมั่นคง

    สิทธิประโยชน์

  • สมัครง่าย • ผ่านช่องทางไลน์เพย์ • เว็บไซต์ กรุงไทย-แอกซ่า • เว็บไซต์แร็บบิท ไฟแนนซ์ เบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียงวันละ 85 บาท
  • ออมระยะสั้น ชําระเบี้ยประกันภัย 6 ปี แต่ได้รับความคุ้มครอง ออมระยะสั้น ถึง 10 ปี
  • สิทธิ์ลด หย่อนภาษี รับผลประโยชน์จากการออมที่คุ้มค่า และนําไปลดหย่อนภาษีได้