รอบรู้เรื่องมรดก...แบ่งอย่างไรไม่ให้เกิดปัญหา

หลากหลายเหตุการณ์ หลากหลายข่าวที่เราเคยได้ยินเกี่ยวกับการทะเลาะวิวาทเพื่อแย่งชิงมรดกกัน บางครั้งสาเหตุที่ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาท อาจไม่ได้เกิดจากความโลภของคนใดคนหนึ่ง แต่เกิดจากการไม่ได้รับความเป็นธรรมต่างหาก และเมื่อบุคคลในครอบครัวเสียชีวิตอย่างนี้ต้องจัดการมรดกกันอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา เรามีคำแนะนำมาฝากแล้ว ลองไปติดตามกันเลย

ก่อนอื่นเรามารู้จักความหมายของมรดกกันหน่อยดีกว่าว่าคืออะไร มรดก คือ ทรัพย์สิน สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินเงินทอง บ้าน ที่ดิน รถยนต์ หรือแม้แต่สิทธิการเป็นเจ้าหนี้ก็ตาม ยกเว้นแต่ว่าเจ้าของมรดกมีหนี้สิน เกินกว่ามรดกที่ยกให้ ผู้รับมรดกตกทอดก็จะไม่ต้องรับผิดชอบหนี้สินที่เกินกว่ามรดกที่ตัวเองได้รับ เช่น เจ้าของมรดก มีทรัพย์สินก่อนเสียชีวิต 10 ล้านบาท แต่มีหนี้สินรวมทั้งหมด 20 ล้านบาท ผู้ได้รับมรดกก็จะได้รับทรัพย์สิน 10 ล้านบาท พร้อมกับหนี้สินอีก 10 ล้านบาท โดยไม่ต้องรับผิดชอบหนี้สินส่วนเกินแต่อย่างใด

แล้วต้องแบ่งมรดกอย่างไร จะไม่เกิดปัญหากันนะ? การแบ่งมรดกเพื่อหลีกเลี่ยงการแย่งชิงต้องแบ่งก่อนจาก เพราะคนที่มีทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ทั้งที่ดิน หุ้นส่วน อสังหาริมทรัพย์ รถยนต์ เงินสด ของมีค่าต่างๆ นั้น ควรจะมีการปรึกษากันเรื่องการแบ่งสัดส่วนทรัพย์สิน ตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ และควรเป็นการจัดแบ่งมรดกที่เป็นธรรมต่อผู้สืบสันดานทุกคนด้วย ซึ่งการตกลงต้องจัดเป็นการประชุม และมีการบันทึกข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร รวมทั้งอาจจัดให้มีการประชุมร่วมกันเป็นระยะ เช่น เป็นรายเดือน เพื่อแถลงรายได้ ผลกำไร รายจ่าย ที่สำคัญต้องมีการตกลงเรื่องรายได้ ซึ่งจะต้องแบ่งให้บุตรที่เป็นผู้ดูแลกิจการเท่านั้น

ข้อดีของการจัดแบ่งทรัพย์สินตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ คือ ทำให้เกิดความชัดเจน และบุตรที่ได้รับก็ยังมีความสามารถทำมาหากินให้สร้างรายได้ต่อยอดไปอีกด้วย เพราะในบางกรณีที่พ่อแม่อายุยืน บุตรก็อาจจะอายุมาก ทำให้เสียโอกาส พ่อแม่ส่วนใหญ่จะมีวิธีจัดการ เช่น แบ่งให้ลูกทุกคนในสัดส่วนเท่าๆ กัน โดยมีข้อแม้ว่าให้ทำกิจการจากเงินที่ได้รับ เหมือนเป็นการให้เงินไปลงทุน ทำให้กิจการเจริญก้าวหน้าตั้งแต่ยังมีโอกาส

แต่ข้อเสียของการให้ทรัพย์สินก่อนตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ก็มี เช่น กรณีตัวอย่างที่บุตรไม่สามารถรักษาไว้ได้ นำทรัพย์สิน เช่น บ้านหรือที่ดินไปขาย ทำให้ไม่มีที่อยู่ ต้องกลับมาให้พ่อแม่ดูแล สำหรับมรดกประเภทอสังหาริมทรัพย์ ปัญหานี้สามารถป้องกันได้ โดยพ่อแม่สามารถให้บุตรไปจดสิทธิเก็บกินแก่พ่อแม่ที่สำนักงานที่ดินซึ่งอสังหาริมทรัพย์ตั้งอยู่ เช่น เรามีบ้าน และเราอยากให้ลูกก่อน เพื่อให้ลูกนำไปลงทุน เราก็สามารถให้ลูกไปจดสิทธิเก็บกินให้ตนเองได้ เป็นระยะเวลา เช่น 30 ปีหรือตลอดชีวิตของพ่อแม่ ลูกจะนำไปขาย หรือจำหน่ายจ่ายโอนไม่ได้ หากจะนำไปจำนองก็ต้องได้รับการยินยอมจากพ่อแม่ก่อนเท่านั้น

เพราะฉะนั้นทางหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่แนะนำ คือ ความประนีประนอมต่อกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก มีผู้คนมากมายที่จะมีส่วนได้รับมรดก แต่ที่ต้องคำนึงมากที่สุดก็คือครอบครัว เพราะเป็นคนที่เราต้องอยู่ด้วยกันไปอีกนาน เมื่อถึงเวลาที่เราหมดทรัพย์สินหรือมีหนี้สินเต็มตัว ก็มีเพียงครอบครัวเท่านั้นที่จะให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลและดูเราต่อไปได้

แบบประกันชีวิตที่แนะนำ

ประกันตลอดชีพ | Life Legacy

กองมรดกหลักล้าน เริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้

แบบประกัน Life Legacy (WLNP60L/WLNP99L) คือทางเลือกและทางออกที่เหมาะสมสำหรับคุณ

ช่วยให้คุณสามารถวางแผนล่วงหน้า เพื่อจัดสรรมรดกของคุณตามที่คุณต้องการส่งต่อความมั่งคั่งของคุณให้คนที่คุณรัก

    สิทธิประโยชน์

  • เลือกชำระเบี้ยได้ 2 ระยะ ถึงอายุ 60 หรือ ถึงอายุ 99
  • เบี้ยประกันภัยต่ำ คุ้มครองตั้งแต่วันแรกที่ชำระเบี้ยประกันภัย
  • ผลประโยชน์ได้รับการยกเว้นภาษีมรดก