วิ่ง ช่วยฟิตแอนด์เฟิร์มร่างกายให้แข็งแรง

ช่วงนี้เทรนด์วิ่งเพื่อสุขภาพกำลังมาแรง เราจึงมักเห็นผู้คนต่างถ่ายรูปตัวเองลงบนโซเชียล ในภาพลักษณ์ของนักวิ่งมาราธอนบ้าง หรือวิ่งอยู่ตามสวนสาธารณะสบายๆ ก็มี ทั้งหมดนี้นอกจากจะสร้างความชิคให้กับเจ้าของภาพแล้ว ยังมีส่วนในการสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายอย่างมาก รวมถึงปัจจุบัน ก็มีกิจกรรมมากมายรองรับผู้ที่ต้องการจะวิ่งในแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ฟันรัน มินิมาราธอน ฮาล์ฟมาราธอน เป็นต้น เรียกได้ว่า นอกจากจะสนุก สุขภาพดี ยังได้สังคมและเพื่อนใหม่อีกด้วย ดังนั้น สำหรับใครที่อยากจะวิ่ง แวะอ่านบทความในหน้านี้สักหน่อย จะถือว่ามาถูกทางที่สุด เพราะเรามีคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับการวิ่งมาฝาก

ประโยชน์ของการวิ่ง

ก่อนที่จะออกวิ่ง เชื่อว่ามีหลายคนแอบกลัวเหนื่อย กลัวร้อน หรือขี้เกียจ เอาเป็นว่ามาดู 10 ประโยชน์ของการวิ่งดังต่อไปนี้ แล้วคุณจะรีบออกไปซื้อรองเท้าแทบไม่ทัน

1. ความเครียดหายไป เพราะในขณะที่วิ่ง ร่างกายจะหลั่งสารแห่งความสุขหรือเอนโดฟินน์ออกมา ทำให้สดชื่น กระปรี้กระเปร่า ไม่เป็นโรคซึมเศร้า คลายความวิตกกังวล
2. สมองดี สถาบัน Neurology (USA) ชี้ว่าคนที่วิ่งเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคความจำเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ได้ดีกว่าคนที่ไม่วิ่งถึง 2 เท่า
3. ช่วยลดน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น เมื่อวิ่ง 45 นาที ในระดับความเหนื่อยปานกลาง อัตราการเต้นของหัวใจจะอยู่ที่ 140 ครั้งต่อนาที และจะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานต่อไปได้อีก 14 ชั่วโมงหลังจากวิ่งจบ
4. ข้อต่อไม่เสื่อมง่าย เกิดจากการขยับ ออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ
5. ช่วยลดความดันโลหิตสูงได้ เพราะการวิ่งมีผลทำให้เลือดลมภายในสูบฉีดและมีค่าการไหลเวียนของออกซิเจนที่ดีขึ้น จึงช่วยให้ความดันเป็นปกติ หัวใจแข็งแรง
6. สร้างกล้ามเนื้อ สถาบัน The American Journal of Physiology แนะนำให้วิ่ง 45 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ติดต่อกัน 4 เดือน จะช่วยเพิ่มเส้นใยกล้ามเนื้อใหม่ๆ ได้ถึง 20% เผาผลาญไขมันในร่างกาย ให้คุณมีรูปร่างกระชับ ลีนจนเห็นการเปลี่ยนแปลง
7. ลดคอเลสเตอรอล เพราะในขณะที่วิ่ง ร่างกายจะดึงไขมันเลวมาใช้และเพิ่มไขมันดี จึงทำให้ร่ายกาย เกิดความสมดุล
8. มีเวลาให้กับตัวเอง เพราะในขณะที่วิ่ง คุณจะอยู่กับตัวเองตลอดเวลา จึงทำให้รู้จัก เข้าใจความต้องการของตัวเองมากขึ้น
9. บุคลิกภาพดูดี เกิดจากผลพวงของการวิ่ง ที่ทำให้รูปร่างกระชับ หุ่นสวย กระฉับกระเฉง เนื่องจากความเสื่อมสภาพภายในร่างกายลดลง
10. ในเรื่องสุขภาวะทางเพศ The Archives of Sexual Behavior เคยทดลองว่า 71% ของชายหนุ่มอเมริกันที่มีปัญหาเรื่องไม่มีความสุขบนเตียง ชีวิตของพวกเขาดีขึ้นเมื่อหันมาวิ่ง 25–30 กิโลเมตรต่อสัปดาห์

วิธีการวิ่งที่ถูกต้อง

ถ้าพูดคำว่า วิ่ง ใครๆ ก็คิดว่าง่าย แต่ความจริงแล้ว ถ้าจะวิ่งเพื่อสุขภาพอย่างต่อเนื่องนั้น จะต้องมีท่าที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบตามมาภายหลัง เช่น ปวดหลัง ปวดข้อ เป็นต้น ดังนั้นมาดูวิธีที่ถูกต้องกัน

1. ศีรษะ ตั้งตรงเป็นแกนเดียวกับลำตัว สายตามองตรงไปข้างหน้าในระยะ 30-40 เมตร จะช่วยให้ไม่รู้สึกเกร็งกล้ามเนื้อคอ อย่ามองพื้นหรือปลายเท้า เพราะจะทำให้น้ำหนักลงที่บั้นเอว เป็นสาเหตุของการปวดหลัง
2. ลำตัว ต้องตั้งเป็นเส้นตรง ไม่งอหรือพับช่วงเอว ทิ้งน้ำหนักตัวและเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ปล่อยไหล่ตามสบาย ไม่เกร็งหรือยกสูง
3. มือและแขน กำมือหลวมๆ เกร็งข้อมือเล็กน้อยเพื่อป้องกันการสะบัดไปมา เพราะการสะบัด จะทำให้แขนและลำตัวเสียการควบคุม แกว่งแขนตัดเข้าหาลำตัวเล็กน้อย ขึ้นลงรับกับจังหวะการวิ่ง โดยยึดไหล่เป็นจุดหมุนและดึงข้อศอกไปข้างหลัง ห้ามขยับไปทั้งไหล่เหมือนว่ายน้ำ เพราะจะทำให้ไหล่บาดเจ็บได้
4. เข่าและเท้า มีวิธีการลงน้ำหนักอยู่ 2 แบบ คือ ลงที่ส้นเท้าและลงที่ปลายเท้า ซึ่งควรทำสลับกัน เพราะถ้าลงน้ำหนักแบบใดแบบหนึ่งเพียงอย่างเดียว จะทำให้กล้ามเนื้อที่ถูกใช้ซ้ำๆ จนเกิดอาการบาดเจ็บ

การเตรียมตัวก่อนวิ่ง

เนื่องจากการวิ่ง ถือเป็นการออกกำลังกายที่จะต้องใช้ระยะเวลาและพลังงานอย่างมาก ดังนั้น เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นที่จะต้องมีการเตรียมความพร้อม เพื่อไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บ จิตใจหดหู่ จนกลายเป็นท้อและยกเลิกไปในที่สุด

1. เช็คร่างกาย ว่าแข็งแรงอยู่ในระดับไหน มีโรคประจำตัวหรือไม่ รวมถึงต้องมีการปรึกษาแพทย์ก่อนวิ่งเสมอ
2. ฝึกร่างกาย เริ่มจากการวิ่งเบาๆ เหยาะๆ ด้วยระยะทางสั้นๆ ก่อน แล้วจึงค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาในวันถัดไป
3. ศึกษาเรื่องการ Cool down ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก โดยค่อยๆ ลดความเร็วลงก่อนที่จะหยุดวิ่ง ซึ่งถือว่าดีกว่าการหยุดกะทันหัน เพราะในขณะที่วิ่ง อัตราการเต้นของหัวใจจะสูงหรือถี่ ถ้าหยุดทันทีจะทำให้การเต้นของหัวใจไม่สมดุลกับร่างกาย อาจทำให้ความดันตกและหมดสติได้ ดังนั้น การ Cool Down จะช่วยให้หัวใจที่เต้นเร็วจากการสูบฉีดเลือดค่อยๆ ลดลงและปรับสู่ภาวะที่สมดุล
4. ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ถือเป็นการเตรียมเชื้อเพลิงให้กับร่างกาย สำหรับนักวิ่ง ควรทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงและย่อยง่าย เพื่อให้ได้ปริมาณแคลอรี่ที่เพียงพอ หลีกเลี่ยงโปรตีนและไขมันเพราะย่อยยาก ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการท้องอืด แน่นท้องในระหว่างวิ่ง
5. พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 7 ชั่วโมง อย่าอดนอนเด็ดขาด เพราะจะทำให้หน้ามืด อ่อนล้า อ่อนแรง ในขณะวิ่ง

ทั้งหมดนี้ถือข้อปฏิบัติสำหรับผู้ที่ต้องการออกกำลังกายด้วยการวิ่งโดยเฉพาะ ขอเพียงมีความตั้งใจที่แน่วแน่ ไม่ย่อท้อต่อความเหนื่อยล้า รับรองหุ่นดีๆ ร่างกายที่แข็งแรงรออยู่ไม่เป็นแค่ฝันแน่นอน

แบบประกันชีวิตที่แนะนำ

ประกันคุ้มครองชีวิตและโรคร้ายแรงตลอดชีพ | iShield

โรคร้าย ควบคุมไม่ได้ แต่ “ความสุข” คุณปกป้องได้

iShield ยืดเวลาแห่งความสุข ไม่หยุดไปกับโรคร้าย ทางเลือกใหม่ที่จะช่วยปกป้องความสุขของคุณและครอบครัวจากภัยโรคร้ายแรง วางแผนรับมือตั้งแต่วันนี้ อย่าปล่อยให้โรคร้ายแรงทำลายชีวิตคุณ เพราะโรคร้ายเกิดขึ้นได้แบบไม่คาดฝัน โดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว และใกล้ตัวกว่าที่คุณคิด หากไม่มีการเตรียมพร้อมรับมือใด ๆ อาจทำให้ความสุขทั้งหมดของชีวิตต้องหยุดลง

    สิทธิประโยชน์

  • ชำระเบี้ยสั้น เบี้ยประกันคงที่ตลอดสัญญา
  • 70 โรคร้ายแรงที่ไอชิลด์คุ้มครองทั้งระยะเริ่มต้นและระยะรุนแรง
  • เบี้ยประกันภัยในส่วนคุ้มครองชีวิตสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ (ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร)