Balance เงินเดือนอย่างไรให้เหลือเก็บ ?

เป็นเรื่องสำคัญที่คุณจะต้องบริหารจัดการเงินเดือนของคุณให้สมดุลกับค่าใช้จ่ายในทุกๆ เดือน คนส่วนใหญ่มักจะจัดการเงินเดือนแบบปุปปับ ทำให้เกิดปัญหาเงินไม่พอถึงสิ้นเดือน หรือไม่มีเงินเก็บเพื่ออนาคตเลย นี่คือขั้นตอนง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณบริหารเงินเดือนอย่างมีประสิทธิภาพ

หลายๆ คนยังจัดการกับงบประมาณรายรับรายจ่ายของตัวเองอย่างไม่ถูกวิธี อย่างการแบ่งเงินจำนวนหนึ่งให้กับ "รายจ่ายทั่วไป" โดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเงินนั้นถูกใช้ไปกับอะไร วิธีการที่ถูกต้องคือ คุณจำเป็นต้องรู้ก่อนว่าคุณเสียเงินไปกับค่าใช้จ่ายอะไรและที่ไหนบ้าง โดยลองเขียนเป็นโน๊ตบันทึกไว้หรือพิมพ์เก็บไว้ในมือถือก็ได้ แล้วติดตามค่าใช้จ่ายในแต่ละข้อที่ถูกใช้ไปทั้งหมด จากนั้นช่วงสิ้นเดือนให้แบ่งทุกอย่างออกเป็นรายจ่ายประเภทต่างๆ เช่น ค่าเดินทาง, ค่าอาหาร, ค่ามือถือ, ค่าผ่อนบ้าน ฯลฯ และใช้ค่าใช้จ่ายรวมในเดือนนั้นมากำหนดเป็นรายจ่ายพื้นฐานของคุณในเดือนต่อๆ ไป เพื่อให้เห็นตัวเลขจริงๆ ของเงินเดือนที่เหลือ และยังทำให้คุณสามารถจัดการกับภาระรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปได้อย่างเร็วที่สุดอีกด้วย

หลังจากที่กำหนดงบรายจ่ายในแต่ละเดือนได้แล้ว ให้ตรวจดูว่าคุณมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายของคุณสูงกว่ารายได้ของคุณไหม โดยเช็คง่ายๆ ด้วยการย้อนกลับไปดูค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยแยกประเภทที่จำเป็น เช่น ค่าผ่อนที่อยู่อาศัย, ค่าผ่อนรถ, ค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน ฯลฯ หลังจากนั้นให้ดูจำนวนเงินที่เหลือ ซึ่งเงินจำนวนนี้จะเป็นเงินที่คุณจะสามารถแบ่งไว้เพื่อการออมและใช้ตามใจได้ โดยในส่วนของเงินออมนั้นควรเก็บประมาณ 10 - 25% ของจำนวนเงินที่เหลือจากค่าใช้จ่าย ในช่วงแรกๆ อาจจะเริ่มที่ 10% ก่อนก็ได้แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามกำลังที่ไหว การแบ่งเงินออมเป็นประจำนี้ช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าคุณมีเงินเก็บทุกเดือนแน่ๆ และเงินที่เหลืออยู่หลังจากการออมก็คือเงินส่วนที่คุณสามารถใช้จ่ายตามใจได้นั่นเอง

ให้ประเมินดูว่ามีอะไรที่สามารถทำได้เพื่อเพิ่มรายรับของคุณเอง เพราะไม่ว่าสถานการณ์ไหนวิธีในการเปลี่ยนแปลงงบประมาณการเงินของคุณก็จะมีอยู่สองวิธีเท่านั้น วิธีที่หนึ่งคือ “ลดค่าใช้จ่าย” และวิธีที่สองคือ “เพิ่มรายได้” ดังนั้นให้คุณประเมินรายรับรายจ่ายที่มีอยู่ตามความเป็นจริง ทำตามคำแนะนำก่อนหน้านี้ จากนั้นพิจารณาว่าสามารถเพิ่มรายได้จากช่องทางไหนได้อีกบ้างหรือไม่เพื่อให้ได้รายรับเพิ่มขึ้น และสร้างความมั่งคั่งให้กับคุณได้

ค่าใช้จ่ายในประเภทอื่นๆ คุณควรนำมาคำนวณในรายจ่ายอนาคตด้วย ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะอยู่ในรูปแบบของ ค่าท่องเที่ยวปีหน้า, ค่าเรียนต่อปริญญาโท หรือสิ่งที่มีลักษณะต้องจ่ายในอนาคต ค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะต้องถูกจัดทำงบประมาณไว้ล่วงหน้าและบันทึกเอาไว้ วิธีการจัดสรรคือ ให้คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ก็ตามที่จะเกิดขึ้นในปีถัดไปและแบ่งประเภทไว้ จากนั้นสร้างหมวดหมู่สำหรับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นระหว่าง 1-5 ปี เพื่อกำหนดขอบเขตการใช้เงินของคุณเองในแต่ละเดือน เท่านี้ก็จะช่วยจัดสมดุลให้กับงบประมาณการเงินของคุณได้ง่ายขึ้นแล้วครับ

ถ้าทำตามขั้นตอนเหล่านี้ได้ คุณก็จะมีเงินออมที่เพิ่มมากขึ้นหลังจากที่จ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดครับ หลักเกณฑ์ในการวางแผนการเงินที่ดี ควรย้อนกลับไปดูรายรับรายจ่ายย้อนหลังทุกๆ 6 เดือน และดูว่าคุณจะต้องปรับเปลี่ยนค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง หากคุณสามารถทำเช่นนี้ได้ การบริหารจัดการเงินเดือนให้สมดุลก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป และคุณก็จะเข้าใกล้กับความสำเร็จทางการเงินในระยะยาวได้อีกด้วยนะครับ

แบบประกันชีวิตที่แนะนำ

ประกันคุ้มครองรายได้ | iProtect

เพราะความแน่นอนคือความไม่แน่นอน

และหากมีสิ่งไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับคุณ ใครจะดูแล “คนข้างหลัง” ของคุณได้ดีเท่ากับสี่งที่คุณเตรียมไว้ให้พวกเขาเอง

    สิทธิประโยชน์

  • ความคุ้มครองสูงสุดถึง 120 เท่าตั้งแต่วันแรกที่คุณจ่ายเบี้ย* (กรณีเพศหญิง อายุ 1 เดือน และเลือกชำระเบี้ยเป็นรายปีจนถึงอายุ 85 ปี)
  • ค่าเบี้ยสบายกระเป๋าเพียงหลักร้อยต่อเดือน*
  • เลือกจ่ายเบี้ยสั้นเป็น 5ปีหรือ10ปีก็ได้ หรือค่อยๆจ่ายถึงอายุ 85 ปีก็มีให้เลือก