ใครควรคำนึงถึงการซื้อประกันชีวิต?

ใครควรคำนึงถึงการซื้อประกันชีวิต?
โดย ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์

โลกนี้มีประกันให้เลือกทำมากมาย ทั้งประกันสุขภาพ ประกันรถยนต์ ประกันอัคคีภัย ฯลฯ เมื่อมีคนเอ่ยถึงประกันชีวิต คำถามยอดนิยมที่เรามักได้ยินคือ

“ใครกัน…ที่มีความจำเป็นจะต้องคำนึงถึงการทำประกันชีวิต?”

“คนที่มีประกันสุขภาพแล้วยังควรทำไหม?”

คำตอบสั้นๆ คือ “ทุกคนควรทำ” โดยเฉพาะคนที่มีคนใกล้ตัวและเขายังคงต้องพึ่งพาทางการเงินจากคุณอยู่

จากบทความ “The Big Picture: ประกันชีวิตเข้าใจไม่ยาก” คนเราซื้อประกันชีวิตเพื่อการันตีไม่ให้คนใกล้ตัวเราถูกกระทบทางด้านการเงินมากเกินไปในกรณีที่เราเสียชีวิต ฉะนั้นความต้องการในการซื้อประกันชีวิตจะขึ้นอยู่กับว่าเราอยู่ในช่วงอายุที่จะมีความต้องการนี้มากน้อยแค่ไหน โดยปกติแล้วความต้องการนี้จะมีค่อนข้างน้อยเวลาเรายังอายุไม่มาก (เราเป็นผู้พึ่งพาผู้อื่น) แต่จะเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันเมื่อเรากำลังเริ่มสร้างครอบครัว (ผู้อื่นกำลังพึ่งพาเรา) และสุดท้ายก็จะลดลงเมื่อเราแก่เฒ่า จนคนที่เคยพึ่งพาเราเขาเริ่มพึ่งพาตนเองได้

ความต้องการนี้ก็มักแตกต่างกันตามสถานะและจำนวนเงินทดแทนที่ “ผู้ถูกดูแล” ต้องการในแต่ละครอบครัวด้วย ในครอบครัวที่มีสามีหรือภรรยาเพียงผู้เดียวเป็นผู้หารายได้เพื่อเลี้ยงดูบุตรหลายคนรวมไปถึงปู่ย่าตายายที่อยู่ด้วยกัน ยิ่งมักมีความต้องการมากกว่าในกรณีที่ทั้งสามีทั้งภรรยาต่างเป็นผู้หารายได้และทั้งคู่ไม่มีลูก ไม่มีญาติผู้ใหญ่ที่ต้องดูแล

ส่วนคนที่ลูกหลานอยู่ในวัยที่พึ่งตนเองได้แล้วหรือคนที่มีทรัพย์สินมากพอที่จะทำประกันด้วยตัวเอง (self-insured) ล่ะ? ยังมีความจำเป็นต้องคำนึงถึงประกันชีวิตหรือไม่? หากไปสำรวจข้อมูลจากต่างประเทศ จะพบว่าคนที่ร่ำรวยมหาศาลก็ยังมักทำประกันชีวิตด้วย 2 เหตุผลหลักๆ ต่อไปนี้

1. เพื่อลดภาระภาษีมรดกได้ในบางกรณี ในประเทศไทยการจ่ายเงินประกันชีวิตต่อผู้รับผลประโยชน์ที่ได้ระบุชื่อไว้ไม่ถือว่าอยู่ภายใต้การเรียกเก็บภาษีมรดก ถือเป็นการลดภาระภาษีมรดกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

2. เพื่อรักษาสภาพคล่องของครอบครัวและสร้างความเป็นธรรม แม้ว่าบางครอบครัวจะมีสินทรัพย์มากมาย ไม่ใช่ทุกอย่างที่จะสามารถแปลงเป็นเงินสดเพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายระยะสั้นของครอบครัวได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินทรัพย์จำพวกที่ดินซึ่งอาจสูญเสียมูลค่าหากต้องรีบขายเพื่อแบ่ง อีกทั้งการระบุเงินประกันชีวิตเป็นชื่อผู้รับผลประโยชน์ไปตั้งแต่แรกก็จะเป็นการแบ่งทรัพย์สินที่มีความเป็นธรรมและความชัดเจนมากกว่าการที่เราปล่อยให้ลูกหลานที่เหลือต้องลำบากใจตัดสินใจกันเองด้วย

สถานการณ์เหล่านี้ท้ายสุดแล้วก็เป็นแค่ตัวอย่างที่อาจไม่ลงตัวกับครอบครัวได้ทุกแบบ แต่หวังว่ามันจะช่วยให้ผู้อ่านไม่ลืมคำนึงถึงประกันชีวิตในการวางแผนชีวิตครอบครัวและการเงินนะครับ

แบบประกันชีวิตที่แนะนำ