ลดหย่อนภาษีแบบไหนใช่ วิธีไหนโดน?

หนึ่งในปัญหาที่จะมาเยือนมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ถึงเกณฑ์จะต้องเสียภาษีก็คือ จะสรรหาวิธีการลดหย่อนภาษีแบบไหนดี ที่นอกจากจะถูกต้องตามกฎหมายแล้วยังเป็นการลดหย่อนภาษีที่ทำให้เราได้รับประโยชน์สูงสุดอีกด้วยแต่อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไป ลองตั้งสติดีๆ แล้วมาไล่เรียงดูกันทีละข้อโดยละเอียด เช็คลิสต์ดูว่าแบบไหนคือตัวช่วยที่ใช่สำหรับคุณ เพราะเงื่อนไขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อาจจะเยอะหน่อย แต่รับประกันว่ารู้ไว้ได้ใช้แน่นอน! และเพื่อให้คุณเข้าใจถึงแนวทางในการลดหย่อนภาษีได้ง่ายๆ เราจึงแบ่งค่าลดหย่อนแต่ละประเภทออกเป็นหมวดหมู่ดังนี้

ค่าลดหย่อนเบื้องต้นของผู้มีเงินได้
- หักค่าใช้จ่าย 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
- ค่าลดหย่อนส่่วนตัว ไม่เกิน 60,000 บาท
- คู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ ไม่เกิน 60,000 บาท

ค่าลดหย่อนเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต
- เงินสมทบกองทุนประกันสังคม สูงสุดไม่เกิน 9,000 บาท
- ค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบทั่วไป (กรมธรรม์อายุ 10 ปีขึ้นไป) ไม่เกิน 100,000 บาท

ค่าลดหย่อนเพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งและความอบอุ่นของสถาบันครอบครัว
- ถ้าบิดามารดาของคุณมีอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท ก็สามารถลดหย่อนภาษีได้ด้วยค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา คนละ 30,000 บาท และสามารถหักลดหย่อนสำหรับบิดามารดาของคู่สมรสได้อีกคนละ 30,000 บาท รวมถึงค่าเบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดารวมกันไม่เกิน 15,000 บาท แต่บิดา มารดา ที่นำไปขอลดหย่อน หากมีบุตรหลายคน จะต้องออกหนังสือรับรองว่าบุตรคนไหนเป็นคนเลี้ยงดู เพราะสามารถใช้สิทธิ์ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น
- ถ้าคุณมีบุตร หรือบุตรบุญธรรม มีเงื่อนไขที่ต้องพิจารณาอยู่เยอะพอสมควร นั่นคือ บุตรอายุไม่เกิน 20 ปี จำนวนไม่เกิน 3 คน ก็สามารถใช้ค่าเลี้ยงดูมาลดหย่อนภาษีได้ ไม่เกินคนละ 30,000 บาท
- ค่าลดหย่อนสำหรับคู่สมรส 60,000 บาท กรณีที่คู่สมรสของคุณไม่มีเงินได้ หรือมีแต่เลือกที่จะนำมาคำนวณภาษีรวมกัน และสำหรับคู่สมรสที่มีรายได้ทั้งคู่ สามารถหักลดหย่อนรวมกันได้ 120,000 บาท
- ค่าเบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา ที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15,000 บาท และถ้าคุณมีพี่น้องคนอื่นๆ อยากจะใช้สิทธิ์นี้ก็สามารถนำมาหารกันได้
- ค่าลดหย่อนจากการอุปการะเลี้ยงดูผู้พิการและผู้ทุพพลภาพ คนละ 60,000 บาท ซึ่งจะต้องมีความสัมพันธ์เป็นบิดามารดาของคุณ หรือของคู่สมรสคุณ เป็นคู่สมรส เป็นบุตร หรือบุตรบุญธรรมของคุณ หรือของคู่สมรส หรือเป็นบุคคลอื่น แต่คุณเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดู ก็สามารถนำมาลดหน่อยได้ 1 คน และคนพิการนรั้นจะต้องมีเงินได้พึงประเมินไม่เกิน 30,000 บาท
- กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง หักลดหย่อนได้ 60,000 บาท

ค่าลดหย่อนเพื่อส่งเสริมวินัยในการออม
- เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (กรณีทำงานบริษัทเอกชน) สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท
- เงินกองทุนการออมแห่งชาติ ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 500,000 บาท
- เงินสะสมกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน ไม่เกิน 500,000 บาท
- ค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ (กรมธรรม์อายุ 10 ปีขึ้นไป) ลดหย่อนได้ 15% ของรายได้ ไม่เกิน 200,000 บาท
- ลดหย่อนจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)ไม่เกิน 500,000 บาท
- เงินค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ลดหย่อนได้ 15% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท

ค่าลดหย่อนเพื่อส่งเสริมการลงทุน
- ถ้าคุณกู้ยืมเงินจากธนาคารมาซื้อที่อยู่อาศัย ก็สามารถใช้ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมนั้นมาลดหย่อนภาษีได้ สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท หรือถ้าเป็นการกู้ร่วมก็สามารถแบ่งดอกเบี้ยเฉลี่ยคนละเท่าๆ กันได้ แต่เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท และหากเป็นการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อบ้านหลังแรก ที่มีมูลค่าไม่เกิน 3 ล้านบาท ก็สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้ 20% ของราคาบ้านที่ซื้อมา เป็นระยะเวลา 5 ปี (ลดหย่อนเฉลี่ยปีละเท่ากัน)
- ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ลดหย่อนได้ 15% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท และต้องถือหน่วยลงทุนนี้ต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า 7 ปีปฏิทิน

ค่าลดหย่อนเพื่อสังคม ส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจ
- เงินบริจาคสนับสนุนการศึกษา ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า แต่ไม่เกิน 10% ของเงินคงเหลือหลังจากหักค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนอื่นๆ โดยสามารถค้นหารายชื่อสถานศึกษาได้จาก www.rd.go.th
- เงินบริจาคทั่วไป ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10%
- ค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวภายในประเทศ*
- ค่าซื้อสินค้าหรือใช้บริการภายในประเทศหรือรับประทานอาหาร*
(* อยู่ในขั้นตอนรออนุมัติ จากกระทรวงการคลัง ว่าจะสามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้เหมือนปีที่ผ่านมาหรือไม่)

__

และตอนนี้! ใครที่กำลังสนใจวิธี “ลดหย่อนภาษี” ด้วยประกันชีวิต
กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต มีเทศกาลลดหย่อนภาษีสุดคุ้ม มาฝากกัน!

สำหรับคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน ที่่ต้องการสร้างหลักประกันที่มั่นคงและตอบโจทย์ให้กับชีวิต ด้วยแบบกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ให้ผลประโยชน์สุดคุ้มค่า 3 ประการ ได้แก่

- ลดหย่อนภาษี
- คุ้มครองชีวิตทันที
- และเบี้ยประกันคงที่ตลอดสัญญา ไม่ปรับตามอายุ

ง่ายๆ! แค่เพียงผู้เอาประกันมีอายุ 20-70 ปี ก็สามารถเลือกแบบประกันที่เหมาะกับคุณได้ดั่งใจ ไม่ว่าจะเป็น

iGen ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ สำหรับคนรุ่นใหม่ จ่ายเบี้ยสั้นแค่ 6 ปี แต่คุ้มครอง 10 ปี แถมยังลดหย่อนภาษีสูงสุดต่อเนื่อง 6 ปี ทำให้สามารถวางแผนการเงินได้คล่องตัว และรับเงินคืนทุกปี 2% ตั้งแต่ปีที่ 1-10 และเงินคืนเมื่อครบกำหนดสัญญาอีก 178% รวมผลประโยชน์สูงสุด 198% ของทุนประกัน

iProtect S ประกันคุ้มครองตลอดชีพ สำหรับวัยทำงานที่มีครอบครัว เน้นคุ้มครองระยะยาว จ่ายเบี้ย 10 ปี แต่คุ้มครองยาวนานถึงอายุ 85 ปี และรับผลประโยชน์คืน 100% ของทุนประกันเมื่ออยู่ครบกำหนดสัญญา รับเงินก้อนเป็นมรดกหลักล้าน! นั่นหมายความว่าผลตอบแทนแน่นอน ไม่ผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ และที่สำคัญ! เบี้ยประกันภัยหักลดหย่อนภาษีได้

iRetire แบบประกันบำนาญ จ่ายเบี้ยประกันภัยระยะสั้น ที่ให้ผลประโยชน์เงินบำนาญที่สูง พร้อมทั้งตอบโจทย์การลดหย่อนภาษีเต็มที่ เพราะเบี้ยประกันสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท โดยสามารถเลือกระยะเวลาจ่ายเบี้ยได้ ว่าจะจ่าย 5 ปี หรือจ่ายเบี้ยเพียงครั้งเดียว (single premium) และรับเงินบำนาญสูงสุด 20% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย (iRetire 5) โดยสามารถรับเงินบำนาญเป็นรายเดือนหรือรายปี และ 5% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย (สำหรับแบบจ่ายเบี้ย 1 ปี) พร้อมรับความคุ้มครอง 200% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย หรือ มูลค่าเงินเวนคืนกรมธรรม์ หรือ 110% ของเบี้ยประกันภัยของกรมธรรม์หลักที่ชำระมาแล้วทั้งหมด แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า (เฉพาะช่วงก่อนรับบำนาญ)

* ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง

สนใจสอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตเพื่อการลดหย่อนภาษี โทร.1159

__

คำนวณภาษีแบบง่ายๆ ยังไงไม่ปวดหัว?

ใครที่ไม่เชี่ยวชาญเรื่องตัวเลข ไม่ถนัดการคำนวณ ก็ไม่ต้องกังวลใจเกี่ยวกับการวางแผนและการคำนวณภาษี เพราะมีตัวช่วยเบื้องต้นอย่าง elife.krungthai-axa.co.th/taxcalโปรแกรมคำนวณภาษีจากกรุงไทย-แอกซ่านอกจากนี้ยังสามารถติดตามข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาษีสรรพากรเพิ่มเติมได้ผ่านทาง e-taxinfo ด้วยการบอกรับข่าวสารผ่านทางอีเมลแบบฟรีๆ

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าคุณจะเลือกแบบประกันชีวิตต่างๆ หรือวิธีใดที่คุณจะนำมาใช้ในการลดหย่อนภาษีนั้น คุณจะต้องตรวจสอบและศึกษาหาข้อมูลให้ดีอยู่เสมอ เพราะนอกจากจะช่วยลดหย่อนภาษีรายปีแล้ว ยังเป็นผลประโยชน์ต่อชีวิตของคุณในระยะยาวอีกด้วย

แบบประกันชีวิตที่แนะนำ

ประกันสะสมทรัพย์ | iGen

วางแผนภาษี ด้วยเบี้ยประกันคงที่ ผ่านประกันชีวิตระยะสั้น
iGen (ไอเจ็น) แบบประกันประเภทสะสมทรัพย์ที่ตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ หรือผู้ที่ต้องการวางแผนทางการเงินในระยะเวลาสั้นๆ และใช้ประโยชน์ในการวางแผนภาษีผ่านประกันชีวิตด้วยเบี้ยประกันภัยคงที่ เท่ากันทุกเพศทุกวัย กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนทางการเงินของคุณ ช่วยให้ชีวิต และการเงินของคุณควบคู่กันไปอย่างมั่นคง

    สิทธิประโยชน์

  • สมัครง่าย • ผ่านช่องทางไลน์เพย์ • เว็บไซต์ กรุงไทย-แอกซ่า • เว็บไซต์แร็บบิท ไฟแนนซ์ เบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียงวันละ 85 บาท
  • ออมระยะสั้น ชําระเบี้ยประกันภัย 6 ปี แต่ได้รับความคุ้มครอง ออมระยะสั้น ถึง 10 ปี
  • สิทธิ์ลด หย่อนภาษี รับผลประโยชน์จากการออมที่คุ้มค่า และนําไปลดหย่อนภาษีได้

ประกันคุ้มครองตลอดชีพ | iProtect S

ส่งต่อทุกความห่วงใย ด้วยการสร้างความมั่นคงทางการเงิน

เริ่มสร้างกองมรดกตั้งแต่วันนี้ ผ่านประกันชีวิต iProtect S เพื่อส่งต่อทุกความห่วงใย ให้กลายเป็นความมั่นคงทางการเงินเป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่น

    สิทธิประโยชน์

  • ความคุ้มครองสูง ถึง 31 เท่า ตั้งแต่วันแรกที่คุณจ่ายเบี้ย*
  • สร้างมรดกหลักล้าน ด้วยเบี้ยประกันภัยเพียง 88 บาท ต่อวัน*
  • จ่ายเบี้ยประกันภัยสั้น เพียง 10 ปีแต่ คุ้มครองถึงอายุ 85 ปี

ประกันประเภทบำนาญ | iRetire

ให้ความสุขอยู่คู่กับคำว่า "เกษียณ"

iRetire แบบประกันบำนาญชำระเบี้ยประกันภัยระยะสั้น ที่ให้ผลประโยชน์เงินบำนาญที่สูง เลือกได้ทั้งรายเดือนและรายปี

และให้คุณสามารถวางแผนเกษียณได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งตอบโจทย์การลดหย่อนภาษีอย่างเต็มที่ เพื่อให้คุณใช้ชีวิตเกษียณได้อย่างมีความสุข

    สิทธิประโยชน์

  • รับทางเลือกในการเริ่มต้นวางแผนอนาคต หลังการเกษียณของคุณ: iRetire 1 ชำระเบี้ยประกันภัยเพียงครั้งเดียว, iRetire 5 ชำระเบี้ยประกันภัย 5 ปี
  • รับเงินบำนาญสูงสุด 20% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย (iRetire 5) โดยสามารถรับเงินบำนาญเป็นรายเดือนหรือรายปี เพื่อสอดคล้องกับการใช้ชีวิตของคุณ
  • รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 200,000 บาท*