The Big Picture: ประกันชีวิตเข้าใจไม่ยาก

The Big Picture: ประกันชีวิตเข้าใจไม่ยาก
โดย ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์

หลายคนมักเข้าใจผิดว่าประกันชีวิตเป็นเรื่องที่เข้าใจยาก ไม่แน่ใจว่ามันต่างกับการทำประกันสุขภาพหรือประกันชนิดอื่นๆ อย่างไร รูปแบบประกันชีวิตก็มีให้เลือกมากมาย ใครจ่าย ใครเสียชีวิต ใครได้ รายละเอียดดูมีมากมายจนอาจสับสนได้

ซึ่งจริงๆ แล้ว…ประกันชีวิตเข้าใจไม่ยากเลยครับ อีกทั้งหลักการโดยรวมก็ไม่ได้ต่างกับการทำประกันชนิดอื่นๆ นัก

แล้วสรุปการทำประกันชีวิตคืออะไร?

หากให้สรุปแบบเรียบง่ายที่สุดก็คือการที่เราตกลงทำสัญญากับบริษัทประกันชีวิตว่า “เราจะจ่ายเงินค่าเบี้ยประกันก้อนเล็กๆ เป็นรายเดือน ราย 3 เดือน หรือ รายปี (แล้วแต่ที่บริษัทฯ มีให้เลือก) เพื่อแลกกับเงินก้อนใหญ่ที่ทางบริษัทฯ จะมอบให้กับผู้รับประโยชน์ในกรณีที่เราเสียชีวิต” โดยยิ่งชีวิตคุณมีความเสี่ยงสูง หรือ ยิ่งคุณต้องการให้บริษัทฯ จ่ายเงินให้กับผู้รับประโยชน์มากขึ้นเท่าไหร่ ค่าเบี้ยประกันที่คุณจะต้องชำระระหว่างยังมีชีวิตอยู่ก็ย่อมต้องมากขึ้น

ฟังดูแล้วหลักการโดยรวมก็ไม่ได้ต่างนักกับการทำประกันสุขภาพเพื่อเป็นการสร้าง “เบาะรองรับ” ในกรณีที่เราเจ็บไข้ได้ป่วย หรือการทำประกันรถยนต์เผื่อกรณีรถชนจริงไหมครับ?

จุดเด่นของประกันชีวิตที่แตกต่างจากประกันชนิดอื่นๆ

การซื้อประกันชีวิตเป็นการซื้อประกันโดยเรา ไม่ได้เพื่อตัวเราโดยตรง แต่เพื่อให้คนที่เรารักไม่ลำบากในวันที่เราจากไป

เพราะฉะนั้นเหตุผลหนึ่งที่คนเราซื้อประกันชีวิตก็คือ เราไม่ต้องการให้คนใกล้ตัวที่ยังต้องพึ่งพารายได้และแรงกายของเราอยู่ เช่น ลูก หรือ คู่ครอง ต้องมาตกระกำลำบากทางการเงินอย่างหนักในช่วงเวลาที่พวกเขาก็กำลังลำบากทางจิตใจกันมากอยู่แล้วจากการจากไปของเรา

การซื้อประกันชีวิตกับมุมมองเศรษฐศาสตร์

ในมุมมองเศรษฐศาสตร์นั้น การซื้อประกันชีวิตเป็นการตัดสินใจยอมทยอยจ่ายเงินก้อนเล็กๆ เพื่อแลกกับการการันตีไม่ให้คุณภาพชีวิตของคนในครอบครัวตกลงไปต่ำเกินไปหากผู้หารายได้หลักเสียชีวิตไป ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากมองว่าเป็นเรื่องปกติเนื่องจากมนุษย์ส่วนมากไม่ต้องการรับความเสี่ยงรุนแรงถึงขั้นทำลายอนาคตคนที่เขาแคร์

ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่าการประกันชีวิตจริงๆ แล้วยังมีอีกหลายรูปแบบ ที่ต่างก็มีลักษณะความคุ้มครอง ระยะเวลาสัญญา และผลประโยชน์แตกต่างกันให้เราเลือก มีทั้งแบบที่จะมีการจ่ายเงินเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต (ดังตัวอย่างข้างต้น) และแบบที่บริษัทจ่ายเงินให้เราหากเรามีชีวิตพ้นระยะเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ยังมีแบบที่เราสามารถผสมการออมทรัพย์เข้าไปพร้อมกันได้อีกด้วย

แต่ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิตแบบไหน หากท่านผู้อ่านเข้าใจหลักการโดยรวมของประกันชีวิตในบทความนี้แล้ว ก็จะไม่สับสนกับตัวเลือกที่มีมากมาย อีกทั้งจะได้ใช้ประโยชน์จากตัวเลือกเหล่านี้เพื่อทำประกันชีวิตที่เข้ากับสถานการณ์ทางการเงินและแผนชีวิตครอบครัวคุณได้ดีที่สุดครับ

แบบประกันชีวิตที่แนะนำ

ประกันคุ้มครองชีวิตและโรคร้ายแรงตลอดชีพ | iShield

โรคร้าย ควบคุมไม่ได้ แต่ “ความสุข” คุณปกป้องได้

iShield ยืดเวลาแห่งความสุข ไม่หยุดไปกับโรคร้าย ทางเลือกใหม่ที่จะช่วยปกป้องความสุขของคุณและครอบครัวจากภัยโรคร้ายแรง

วางแผนรับมือตั้งแต่วันนี้ อย่าปล่อยให้โรคร้ายแรงทำลายชีวิตคุณ

เพราะโรคร้ายเกิดขึ้นได้แบบไม่คาดฝัน โดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว และใกล้ตัวกว่าที่คุณคิด

หากไม่มีการเตรียมพร้อมรับมือใด ๆ อาจทำให้ความสุขทั้งหมดของชีวิตต้องหยุดลง

    สิทธิประโยชน์

  • ชำระเบี้ยสั้น เบี้ยประกันคงที่ตลอดสัญญา
  • 70 โรคร้ายแรงที่ไอชิลด์คุ้มครองทั้งระยะเริ่มต้นและระยะรุนแรง
  • เบี้ยประกันภัยในส่วนคุ้มครองชีวิตสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ (ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร)

ประกันชีวิตควบการลงทุน | iWealthy

การออมเพื่อความสำเร็จในการบริหารความมั่งคั่ง เพิ่มมูลค่าทางการเงินพร้อมการปกป้องอย่างมั่นคงในเวลาเดียวกัน เพื่อส่งต่อความมั่งคั่งที่ยั่งยืนจากรุ่นสู่รุ่น

    สิทธิประโยชน์

  • ลงทุนง่ายด้วยการชำระเบี้ยเป็นรายงวดทั้งในส่วนของการลงทุนและคุ้มครอง
  • มีความยืดหยุ่น สามารถปรับสัดส่วนการลงทุนและความคุ้มครองได้ตามต้องการ
  • ผลตอบแทนที่มากกว่า รับโบนัสสำหรับการถือกรมธรรม์ตั้งแต่ปีที่ 6 เป็นต้นไป

ประกันคุ้มครองตลอดชีพ | iProtect S

ส่งต่อทุกความห่วงใย ด้วยการสร้างความมั่นคงทางการเงิน...

เริ่มสร้างกองมรดกตั้งแต่วันนี้ ผ่านประกันชีวิต iProtect S เพื่อส่งต่อทุกความห่วงใย ให้กลายเป็นความมั่นคงทางการเงินเป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่น

    สิทธิประโยชน์

  • ความคุ้มครองสูง ถึง 31 เท่า ตั้งแต่วันแรกที่คุณจ่ายเบี้ย*
  • สร้างมรดกหลักล้าน ด้วยเบี้ยประกันภัยเพียง 88 บาท ต่อวัน*
  • จ่ายเบี้ยประกันภัยสั้น เพียง 10 ปีแต่ คุ้มครองถึงอายุ 85 ปี