คำถามที่พบบ่อย

กรุณาเลือกคำถามในหมวดหมู่ด้านล่างนี้

Category

  • คำถาม: ถ้าต้องการชำระเบี้ยประกันภัยด้วยบัตรเครดิต ต้องการให้ระบุวันตัดเป็นวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ได้หรือไม่เนื่องจากมีโปรโมชั่นของบัตรเครดิต ?

    คำตอบ: ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากทางบริษัทฯ จะทำการประสานงานกับธนาคารเจ้าของบัตรเครดิตได้เฉพาะวันทำการเท่านั้น

  • คำถาม: อยากทราบสาขาที่สามารถชำระเบี้ยประกันภัยด้วยเงินสด หรือรูดบัตรเครดิตได้เลยมีที่ไหนบ้าง ?

    คำตอบ: ลูกค้าสามารถชำระได้ที่สำนักงานสาขา 6 แห่ง ได้แก่ สาขาเชียงใหม่ สาขาขอนแก่น สาขาชลบุรี สาขาหาดใหญ่ (จังหวัดสงขลา) สาขาสุราษฎร์ธานี และ สาขาพิษณุโลก

    เวลาทำการ วันจันทร์-ศุกร์ 8.30-17.00 น. วันเสาร์ 8.30-12.00 น.

    หากไม่สะดวกไปชำระที่สาขา ลูกค้าสามารถติดต่อ 1159 เพื่อทำรายการชำระเบี้ยฯ ด้วยบัตรเครดิตออนไลน์ ตลอด 24 ชั่วโมง

  • คำถาม: เงื่อนไขของการตัดบัญชีอัตโนมัติ สามารถใช้บัญชีของใครได้บ้าง ?

    คำตอบ : เจ้าของบัญชีต้องเป็นผู้ขอเอาประกันฯ หรือผู้ชำระเบี้ยของผู้เยาว์ หรือเจ้าของกิจการ (กรณีขอทำประกันบุคคลสำคัญ) เท่านั้น

    หากเจ้าของบัญชีเป็นผู้รับผลประโยชน์ และมิได้เป็นผู้ชำระเบี้ยตามกรมธรรม์ สามารถชำระค่าเบี้ยประกันภัยให้กับผู้ขอเอาประกันฯ ได้ เฉพาะผู้ที่เป็น บิดา-มารดา-บุตร หรือ สามี-ภรรยา เท่านั้น

  • คำถาม: ทำไมการชำระเบี้ยฯ รายเดือน โดยการหักบัญชีอัตโนมัติของธนาคารถึงต้องชำระเบี้ยฯ งวดแรก 2 เดือน ?

    คำตอบ: เนื่องจากแต่ละธนาคารมีระยะเวลาในการตรวจสอบและแจ้งผลกลับมายังบริษัทฯ อย่างน้อย 15-30 วัน เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับกรมธรรม์ของลูกค้าในช่วงเวลาดังกล่าว บริษัทฯ จึงขอเรียกเก็บเบี้ยประกันงวดแรก 2 เดือนสำหรับลูกค้ารายเดือน

    หากลูกค้าต้องการทราบผลการหักบัญชีอัตโนมัติทันที แนะนำให้สมัครหักบัญชีอัตโนมัติผ่าน ATM/Internet Banking

    คลิกเพื่อดูวิธีสมัครบริการหักเบี้ยประกันอัตโนมัติผ่าน ATM

    คลิกเพื่อดูวิธีสมัครบริการหักเบี้ยประกันอัตโนมัติผ่านInternet Banking

  • คำถาม: ต้องการชำระเบี้ยประกันภัย แต่ไม่ได้รับใบแจ้งเตือนชำระเบี้ยประกันสามารถใช้เอกสารใดในการไปชำระได้บ้าง ?

    คำตอบ: ลูกค้าสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น “MyAXA” แล้วใช้ บาร์โค้ด หรือ คิวอาร์โค้ด เพื่อสแกนชำระเบี้ยฯ ณ จุดบริการรับชำระ หรือสามารถติดต่อศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ 1159 เพื่อขอรับใบแจ้งเตือนชำระเบี้ย ผ่านอีเมล์

    คลิ๊กเพื่อดูข้อมูล “วิธีการชำระเบี้ยประกันภัย

  • คำถาม: บริษัทฯ มีการส่งหักบัญชีอัตโนมัติเพื่อชำระค่าเบี้ยประกันภัยอย่างไร ?

    คำตอบ: บริษัทฯ จะดำเนินการหักตามรอบการชำระของกรมธรรม์ หากตรงกันวันหยุดจะเลื่อนเป็นวันทำการถัดไป

    กรณีหักไม่ผ่านเนื่องจากเงินไม่พอจ่าย จะส่งหักในทุก 4 วันทำการถัดไป (หากตรงกันวันหยุดจะเลื่อนเป็นวันทำการถัดไป)

  • คำถาม: หลังชำระเบี้ยประกันภัยแล้ว กี่วันถึงจะได้รับใบเสร็จ ?

    คำตอบ: บริษัทฯ จะดำเนินการส่งข้อความการรับชำระเบี้ยฯ ผ่านทางอีเมล์ (Email) หรือ ข้อความ (SMS) ให้ลูกค้า ด้วย Email Address หรือหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ให้ไว้กับบริษัทฯ หากภายใน 4 วันทำการหลังการชำระ ท่านมิได้รับข้อความการรับชำระเบี้ยจาก บริษัทฯ โปรดติดต่อ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1159 ตลอด 24 ชั่วโมง

  • คำถาม: ชำระเบี้ยประกันในช่วงผ่อนผัน แต่เป็นการชำระในปีถัดไปเนื่องจากรอบชำระเป็นเดือนธันวาคม จะสามารถนำเบี้ยประกันมาลดหย่อนภาษีได้หรือไม่ ?

    คำตอบ: ลูกค้าสามารถนำไปหักลดหย่อนได้ในปีถัดไป โดยพิจารณาจากวันที่ชำระเบี้ยประกัน ชำระในปีภาษีใดจะสามารถนำไปลดหย่อนภาษีในปีนั้นๆ

  • คำถาม: หลักฐานที่นำไปยื่นหักลดหย่อนภาษี ใช้ใบเสร็จได้หรือไม่ ?

    คำตอบ: กรณีกรมธรรม์เริ่มสัญญาก่อนวันที่ 1 มกราคม 2563 ลูกค้าสามารถใช้ใบเสร็จในการลดหย่อนภาษีได้

    กรณีกรมธรรม์เริ่มสัญญาตั้งแต่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป ลูกค้าจะต้องให้ความยินยอมบริษัทฯ ในการนำส่งข้อมูลการชำระเบี้ยประกันภัยเพื่อลดหย่อนตามสิทธิ์ โดยไม่จำเป็นต้องนำส่งเอกสารให้กรมสรรพากรแต่อย่างใด

  • การโอนผ่านเคาน์เตอร์ของธนาคาร

    คำถาม: การชำระเบี้ยประกันภัยผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารสามารถชำระได้ที่ธนาคารใด และ เอกสารที่สามารถใช้ในการชำระเบี้ยมีอะไรบ้าง ?

    คำตอบ:
    - ธนาคารกรุงไทย
    - ธนาคารกรุงเทพ
    - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
    - ธนาคารกสิกรไทย
    - ธนาคารธนชาต
    - ธนาคารทหารไทย
    - ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ทุกสาขาทั่วประเทศ)

    คลิ๊กเพื่อดูช่องทางการชำระเบี้ยประกันภัย

    คลิ๊กเพื่อดูข้อมูลอ้างอิงสำหรับการชำระเบี้ยประกันชีวิตผ่านเคาน์เตอร์รับชำระ

    เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้เอาประกันภัยการชำระเบี้ยฯ ทุกครั้ง ควรใช้ “ใบแจ้งการชำระเบี้ยประกันภัย”

  • การชำระโดยหักบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หรือกระแสรายวัน

    คำถาม: การชำระเบี้ยประกันภัยโดยหักบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หรือกระแส รายวัน สามารถหักได้จาก บัญชีธนาคารใด และเอกสารที่ต้องดำเนินการมีอะไรบ้าง

    คำตอบ:
    - ธนาคารกรุงไทย
    - ธนาคารกรุงเทพ
    - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
    - ธนาคารไทยพาณิชย์
    - ธนาคารกสิกรไทย

    ทุกสาขาทั่วประเทศ พร้อมแนบเอกสารที่เป็นลายเซ็นสด อย่างละ 2 ฉบับ ดังนี้

    - หนังสือยินยอมหักค่าเบี้ยประกันอัตโนมัติ (DA/CCPA Form)

    - สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารหน้าแรก

    - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทางกรณีชาวต่างชาติ

    หมายเหตุ:

    - ลูกค้าชำระเบี้ยประกันเป็นรายเดือน ทางบริษัทจะให้ชำระผ่านบัญชีธนาคารเท่านั้น

    - ธนาคารมีระยะเวลาในการตรวจสอบลายเซ็นและแจ้งผลอนุมัติกลับมายังบริษัทฯ อย่างน้อย 15-30 วัน เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับกรมธรรม์ของลูกค้าในช่วงเวลาดังกล่าว กรุณาชำระด้วยช่องทางอื่นจนกว่าจะได้รับการอนุมัติ หากลูกค้าต้องการทราบผลการหักบัญชีอัตโนมัติทันที แนะนำให้สมัครหักบัญชีอัตโนมัติผ่าน ATM/Internet Banking

    คลิกเพื่อดูวิธีสมัครบริการหักเบี้ยประกันอัตโนมัติผ่าน ATM

    คลิกเพื่อดูวิธีสมัครบริการหักเบี้ยประกันอัตโนมัติผ่านInternet Banking

  • การชำระผ่านบัตรเครดิต

    คำถาม: การชำระเบี้ยประกันภัยผ่านบัตรเครดิต สามารถชำระผ่านช่องทางไหน และเอกสารที่ต้องดำเนินการมีอะไรบ้าง ?

    คำตอบ: ลูกค้าสามารถเลือกช่องทาง ดังต่อไปนี้

    1. ชำระผ่านบัตรเครดิตออนไลน์ เมื่อสมัครกรมธรรม์ผ่านแอปพลิเคชัน Advisor Zone

    2. ชำระผ่านบัตรเครดิตออนไลน์ด้วยระบบ Quickpay ลูกค้าสามารถขอลิงก์เพื่อทำรายการชำระได้ผ่านทางศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (โทร 1159)

    3. ชำระผ่านบัตรเครดิตด้วยตนเองที่เคาน์เตอร์บริการลูกค้า ที่ศูนย์บริการครบวงจร (One Stop Service) สำนักงานใหญ่ สำนักงานสาขาทั้ง 6 แห่ง และสำนักงานตัวแทน

    4. กรอกรายละเอียดใน "หนังสือยินยอมให้เรียกเก็บเงินชำระค่าเบี้ยประกันภัยจากบัตรเครดิต" (ท่านสามารถติดต่อตัวแทนของท่านเพื่อแจ้งการชำระเบี้ยฯ ผ่านบัตรเครดิตและแผนกรับชำระเบี้ยฯจะทำการหักวงเงิน ณ วันที่ได้รับเอกสารครบถ้วน)

    - กรุณาระบุหมายเลขบัตรเครดิตให้ชัดเจนและครบถ้วน

    - ลงชื่อในหนังสือยินยอมฯ ให้ตรงตามลายเซ็นหลังบัตรเครดิต

    - แนบสำเนาบัตรเครดิต 1 ฉบับ

    - ส่งหนังสือยินยอมฯ ที่กรอกรายละเอียดเรียบร้อยครบถ้วน 1 ฉบับ

    พร้อมเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมายังบริษัทฯ ทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ : แผนกรับชำระเบี้ยประกันภัย เลขที่ 9 อาคาร จี ทาวเวอร์ แกรนด์ รามา 9 ชั้น 1,20-27 ถนน พระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

  • คำถาม: บัตรเครดิตที่สามารถนำมาหักชำระเบี้ยประกันภัย ประเภทบัตรเครดิตอะไรบ้าง และได้กี่ธนาคาร ?

    คำตอบ: บัตรเครดิตภายในประเทศ ได้แก่ VISA , MASTER และ JCB ทุกธนาคาร

  • คำถาม: การชำระเบี้ยประกันภัยด้วยบัตรเครดิต สามารถชำระแทนกันได้หรือไม่ ?

    คำตอบ: ได้ เฉพาะผู้ที่เป็น บิดา-มารดา-บุตร หรือ สามี-ภรรยา เท่านั้น หากนอกเหนือจากที่กล่าว โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม

    คลิกเพื่อดูข้อมูลการพิสูจน์ความสัมพันธ์สำหรับการชำระเบี้ยประกันชีวิตแทน

  • การชำระค่าเบี้ยประกันผ่านบัตรเครดิตอัตโนมัติ (CCPA)

    คำถาม: การชำระเบี้ยประกันอัตโนมัติผ่านบัตรเครดิต (CCPA) มีเงื่อนไขและต้องดำเนินการอย่างไร

    คำตอบ: ลูกค้าสามารถติดต่อศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1159 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อขอ “ลิงก์” สำหรับสมัครชำระค่าเบี้ยประกันอัตโนมัติผ่านบัตรเครดิต โดยผู้เอาประกัน หรือผู้ชำระเบี้ยตามกรมธรรม์ (กรณีกรมธรรม์ผู้เยาว์) เป็นผู้แจ้งความประสงค์และผ่านการยืนยันตัวตนกับเจ้าหน้าที่ด้วยตนเองเท่านั้น

    คลิ๊กเพื่อดูเงื่อนไขการสมัครหักชำระเบี้ยประกันอัตโนมัติด้วยบัตรเครดิต (CCPA) ผ่านช่องทาง Quick Pay

    คลิ๊กเพื่อดูขั้นตอนการสมัครหักชำระเบี้ยประกันอัตโนมัติด้วยบัตรเครดิต (CCPA) ผ่านช่องทาง Quick Pay

  • คำถาม: หากทำการสมัคร CCPA สำเร็จวันนี้ สามารถหักค่าเบี้ยได้เลยหรือไม่

    คำตอบ: ไม่สามารถหักค่าเบี้ยประกันได้ ณ วันที่ทำรายการสมัครสำเร็จ บริษัทจะดำเนินการหักในงวดถัดไป กรณีต้องการให้หักค่าเบี้ยประกันอัตโนมัติในงวดปัจจุบันจะต้องทำการสมัครให้สำเร็จ ก่อนถึงวันครบกำหนดชำระอย่างน้อย 7 วัน

  • การชำระด้วยเช็ค

    คำถาม: การชำระเบี้ยประกันภัยด้วยเช็คต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง ?

    คำตอบ: เช็คจะต้องเป็นของผู้เอาประกันภัยเท่านั้น ชำระเช็คแทนกันได้เฉพาะพ่อ-แม่-บุตร หรือ สามี-ภรรยา หรือบุคคลที่มีนามสกุลเดียวกันโดยให้แนบเอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์ด้วยทุกครั้ง หรือแบบประกันบุคคลสำคัญ จะต้องแสดงเอกสาร หนังสือรับรองจดทะเบียนนิติบุคคล หรือ หนังสือบริคนห์สนธิ พร้อมจดหมายชี้แจงรายละเอียดการชำระเบี้ยและรายชื่อผู้เอาประกัน

    คลิกเพื่อดูข้อมูลการพิสูจน์ความสัมพันธ์สำหรับการชำระเบี้ยประกันชีวิตแทน

    - รับเช็คลงวันที่ล่วงหน้าได้ไม่เกิน 2 เดือน นับตั้งแต่วันที่เจ้าหน้าที่แผนกรับชำระเบี้ยได้รับเช็ค(เฉพาะปีต่ออายุ)โดยจะทำการบันทึกรับเป็นค่าเบี้ยประกัน ณ วันที่ครบกำหนดชำระแล้วเท่านั้น
    - ให้นำฝากเช็ค 1 ฉบับ ต่อ 1 กรมธรรม์ เท่านั้น (ห้ามนำเช็ค 1 ฉบับ ชำระมากว่า 1 กรมธรรม์)

    บริษัทฯ จะถือว่าได้รับค่าเบี้ยประกันต่อเมื่อ บริษัทฯ ได้รับเงินจากสถาบันการเงินเรียบร้อยแล้ว เท่านั้น

  • คำถาม: เช็ค หรือ แคชเชียร์เช็ค มีวันหมดอายุของเช็คหรือไม่ ?

    คำตอบ: เช็คมีอายุ 180 วัน นับแต่วันที่ลงบนหน้าเช็ค, แคชเชียร์เช็คไม่มีวันหมดอายุ

  • คำถาม: การเรียกเก็บเช็ค มีระยะเวลาในการดำเนินการกี่วัน ?

    คำตอบ: เช็คต้องผ่านการเรียกเก็บจึงจะสามารถอนุมัติรับประกันได้ โดยเช็คจะใช้เวลาประมาณ 3 วันทำการในการเรียกเก็บ

  • เลขที่บัญชีที่ใช้ในการโอนเงินของบริษัท

    คำถาม: เลขที่บัญชีของบริษัทฯ ออมทรัพย์และกระแสรายวัน ที่โอนเงินชำระค่าเบี้ยประกันได้ มีเลขที่บัญชีใดบ้าง ?

    คำตอบ: บริษัทฯ ไม่รับชำระเบี้ยฯผ่านการโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ หรือกระแสรายวันใดๆ ของบริษัทโดยตรง ขอให้ใช้ใบนำฝากแบบพิเศษ สามารถติดต่อขอรับจาก ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ 1159 ตลอด 24 ชั่วโมง

  • คำถาม: สินไหมมรณกรรม เอกสารที่ใช้มีอะไรบ้าง ?

    คำตอบ:
    - บันทึกถ้อยแถลงของผู้เรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
    - สำเนามรณบัตร
    - ใบรายงานแพทย์ ซึ่งผู้เอาประกันภัยทำการรักษาก่อนเสียชีวิต
    - สำเนาบัตรประจำตัวผู้เอาประกันภัย และผู้รับผลประโยชน์
    - สำเนาทะเบียนบ้านผู้เอาประกันภัย และผู้รับผลประโยชน์

  • มรณกรรมผิดธรรมชาติ หรือ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ

    คำถาม: เอกสาร

    คำตอบ:
    - บันทึกถ้อยแถลงของผู้เรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
    - สำเนามรณบัตร
    - ใบรายงานแพทย์ ซึ่งผู้เอาประกันภัยทำการรักษาก่อนเสียชีวิต
    - สำเนาบัตรประจำตัวผู้เอาประกันภัย และผู้รับผลประโยชน์
    - สำเนาทะเบียนบ้านผู้เอาประกันภัย และผู้รับผลประโยชน์
    - สำเนาบันทึกประจำวันของตำรวจ(ทั้งข้อรับแจ้งและข้อกลับจากตรวจการเกิดเหตุ)
    - สำเนารายงานการชันสูตรพลิกศพ
    - รูปถ่ายและแผนที่การเกิดเหตุ(ถ้ามี)
    - เอกสารอื่น เช่น ข่าวจากสื่อต่างๆ

  • สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยอุบัติเหตุคุ้มครองการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ และค่ารักษาพยาบาล

    คำถาม: สัญญาเพิ่มเติมการประกันอุบัติเหตุ คุ้มครองการเสียชีวิตสูญเสียอวัยวะ และ ค่ารักษาพยาบาล (ECARE) เอกสารที่ใช้มีอะไรบ้าง ?

    คำตอบ:
    - ใบเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ที่ลงนามโดยผู้เอาประกันภัย
    - ใบรายงานแพทย์ผู้ตรวจรักษา(ตามแบบฟอร์มของบริษัท)
    - สำเนาบันทึกประจำวันตำรวจ(กรณีถูกทำร้ายร่างกาย)
    - ใบเสร็จรับเงินต้นฉบับและใบหน้างบสรุปรายการค่ารักษาพยาบาล

  • คำถาม: สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยอุบัติเหตุ คุ้มครองการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ (AP) เอกสารที่ใช้มีอะไรบ้าง ?

    คำตอบ:
    - ใบเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ที่ลงนามโดยผู้เอาประกันภัย
    - ใบรายงานแพทย์ผู้ตรวจรักษา(ตามแบบฟอร์มของบริษัท)
    - สำเนาบันทึกประจำวันตำรวจ(กรณีถูกทำร้ายร่างกาย)

  • สัญญาเพิ่มเติมค่ารักษาพยาบาล MEA

    คำถาม: สัญญาเพิ่มเติมค่ารักษาพยาบาล (MEA/MEA+) เอกสารที่ใช้มีอะไรบ้าง ?

    - ใบเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ที่ลงนามโดยผู้เอาประกันภัย
    - ใบรายงานแพทย์ผู้ตรวจรักษา(ตามแบบฟอร์มของบริษัท)
    - ใบเสร็จรับเงินต้นฉบับ
    - ใบหน้างบสรุปรายการค่ารักษาพยาบาล

  • สัญญาเพิ่มเติมค่าชดเชยรายวัน MEB

    คำถาม: สัญญาเพิ่มเติมค่าชดเชยรายวัน (MEB)เอกสารที่ใช้มีอะไรบ้าง ?

    คำตอบ:
    - ใบเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ที่ลงนามโดยผู้เอาประกันภัย
    - ใบรายงานแพทย์ผู้ตรวจรักษา(ตามแบบฟอร์มของบริษัท)
    - ใบเสร็จรับเงินแสดงค่าห้องพัก

  • สัญญาเพิ่มเติมผลประโยชน์ชำระเบี้ยประกันภัย WPD หรือ WPDD

    คำถาม: สัญญาเพิ่มเติมผลประโยชน์ผู้ชำระเบี้ยประกันภัย (WPD,WPDD) เอกสารที่ใช้มีอะไรบ้าง ?

    คำตอบ:
    - ใบเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ที่ลงนามโดยผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้ปกครองตามกฎหมาย
    - ใบรายงานแพทย์ผู้ตรวจรักษา(ตามแบบฟอร์มของบริษท)กรณีผู้ชำระเบี้ยประกันภัยเป็นบุคคลทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร
    - สำเนามรณบัตร กรณีผู้ชำระเบี้ยประกันชีวิตเสียชีวิต
    - สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประจำตัวผู้ชำระเบี้ยประกันภัย
    - กรมธรรม์ฉบับจริง

  • สัญญาเพิ่มเติมผลประโยชน์ยกเว้นเบี้ยประกันภัย

    คำถาม: สัญญาเพิ่มเติมผลประโยชน์ยกเว้นเบี้ยประกันภัย (WP) เอกสารที่ใช้มีอะไรบ้าง ?

    คำตอบ:
    - ใบเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ที่ลงนามโดยผู้เอาประกันภัย
    - ใบรายงานแพทย์ผู้ตรวจรักษา(ตามแบบฟอร์มของบริษัท)
    - กรมธรรม์ฉบับจริง

  • สัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองโรคร้ายแรง แบบจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยของกรมธรรม์หลักล่วงหน้า SLI

    คำถาม: สัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองโรคร้ายแรงแบบจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยของกรมธรรม์หลักล่วงหน้า(SLI) เอกสารที่ใช้มีอะไรบ้าง ?

    คำตอบ:
    - ใบเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ที่ลงนามโดยผู้เอาประกันภัย
    - ใบรายงานแพทย์ผู้ตรวจรักษา(ตามแบบฟอร์มของบริษัท)
    - กรมธรรม์ฉบับจริง

  • สัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองโรคร้่ายแรง ELI

    คำถาม: สัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองโรคร้ายแรง (ELI) เอกสารที่ใช้มีอะไรบ้าง ?

    คำตอบ:
    - ใบเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ที่ลงนามโดยผู้เอาประกันภัย
    - ใบรายงานแพทย์ผู้ตรวจรักษา(ตามแบบฟอร์มของบริษัท)
    - กรมธรรม์ฉบับจริง

  • คำถาม: เงื่อนไขความคุ้มครอง กรณีผู้ป่วยนอกอุบัติเหตุฉุกเฉินมีอะไรบ้าง ?

    คำตอบ: ต้องเข้ารับการรักษาภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากเกิดอุบัติเหตุ และ เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเท่านั้น

  • การเปลี่ยนแบบประกันภัย

    คำถาม: การเพิ่มสัญญาเพิ่มเติม สามารถเพิ่มได้เมื่อไร และต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ?

    การเปลี่ยนแบบประกันภัย

    คำถาม: การเพิ่มสัญญาเพิ่มเติม สามารถเพิ่มได้เมื่อไร และต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ?

  • คำถาม: การยกเลิกสัญญาเพิ่มเติม สามารถทำได้เมื่อไร และต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ?

    คำตอบ: สามารถยื่นความประสงค์ได้ ณ วันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย เอกสารที่ใช้ในการดำเนินการ
    - กรมธรรม์ฉบับจริง
    - ใบคำขอใช้บริการ
    - เบี้ยประกันใหม่สำหรับงวดปัจจุบัน

  • คำถาม: สัญญาเพิ่มเติมผลประโยชน์มรณกรรมผู้ชำระเบี้ยประกันภัย (WPD) และสัญญาเพิ่มเติมผลประโยชน์ผู้ชำระเบี้ยประกันภัย (WPDD) สามารถซื้อเพิ่มเติมในปีกรมธรรม์ถัดไปได้หรือไม่ ?

    คำตอบ: ไม่สามารถซื้อเพิ่มเติมในปีต่อได้ ต้องซื้อพร้อมกับการสมัครเอาประกันภัยครั้งแรกเท่านั้น

  • คำถาม: กรมธรรม์ใช้สิทธิขยายเวลาแล้ว สามารถซื้อสัญญาเพิ่มเติมได้หรือไม่ ?

    คำตอบ: ไม่สามารถซื้อสัญญาเพิ่มเติมได้ จะมีความคุ้มครองเฉพาะประกันชีวิตหลักเท่านั้น

  • คำถาม: ขอเพิ่มทุนประกันได้หรือไม่ และต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ?

    คำตอบ: ผู้เอาประกันภัยสามารถขอเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อครบรอบปีกรมธรรม์ของปีแรกเท่านั้น โดยแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนครบรอบปีกรมธรรม์ เอกสารที่ใช้ในการดำเนินการ
    - กรมธรรม์ฉบับจริง
    - ใบคำขอใช้บริการ
    - เบี้ยประกันใหม่สำหรับงวดปัจจุบัน

  • การเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินเอาประกันภัย

    คำถาม: การลดจำนวนเงินเอาประกันภัยทำได้เมื่อไร และต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ?

    คำตอบ: ผู้เอาประกันภัยสามารถขอเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อครบรอบปีกรมธรรม์เท่านั้น โดยแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนครบรอบปีกรมธรรม์
    เอกสารที่ใช้ในการดำเนินการ
    - เล่มกรมธรรม์
    - ใบคำขอใช้บริการ (ท่านสามารถดูตัวอย่างการกรอกเอกสารได้) แนบตัวอย่างการกรอกใบคำขอใช้บริการ
    - เบี้ยประกันใหม่สำหรับงวดปัจจุบัน

  • การเปลี่ยนแปลงผู้ชำระเบี้ยประกันภัย

    คำถาม: การเปลี่ยนแปลงผู้ชำระเบี้ยประกันภัยกรณีมีผลประโยชน์ผู้ชำระเบี้ย ประกันภัย(WPDD,WPD) สามารถเปลี่ยนผู้ชำระเบี้ยได้หรือไม่ ?
    คำตอบ: สามารถขอเปลี่ยนแปลงผู้ชำระเบี้ยประกันภัยได้ในวันครบรอบปีกรมธรรม์ และต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ดังนี้ กรณีที่มีการหย่าร้างตามกฎหมายโดยความสมัครใจ และผู้ชำระเบี้ยประกันภัยคนเดิมยินยอมให้มีการเปลี่ยนแปลงผู้ชำระเบี้ยประกันภัยเป็นลายลักษณ์อักษร เอกสารที่ใช้มีดังนี้

    - ใบคำขอใช้บริการ (ท่านสามารถดูตัวอย่างการกรอกเอกสารได้) แนบตัวอย่างการกรอกใบคำขอใช้บริการ พร้อมลงลายมือชื่อ และผู้ชำระเบี้ยประกันภัยคนใหม่ต้องแถลงรายละเอียดส่วนที่ 3 (แถลงสุขภาพให้ครบถ้วน)
    - สำเนาใบสำคัญการหย่าพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
    - หนังสือยินยอมให้เปลี่ยนผู้ชำระเบี้ยประกันภัย จากผู้ชำระเบี้ยประกันภัยคนปัจจุบัน พร้อมสำเนาบัตรประชาชนรับรองสำเนาถูกต้อง
    - หลักฐานการตรวจสุขภาพของผู้ชำระเบี้ยใหม่ กรณีอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องตรวจสุขภาพ ตามหลักเกณฑ์การพิจารณารับประกันภัยกรมธรรม์ใหม่
    - กรมธรรม์ฉบับจริง
    - เบี้ยประกันภัย

    กรณีการหย่าร้างแบบเป็นคดีความ ต้องมีหนังสือแต่งตั้งให้ผู้ชำระเบี้ยคนใหม่เป็นผู้ปกครองโดยชอบธรรม เอกสารที่ใช้มีดังนี้
    - ใบคำขอใช้บริการ พร้อมลงลายมือชื่อ และผู้ชำระเบี้ยประกันภัยคนใหม่ต้องแถลงรายละเอียดส่วนที่ 3 (แถลงสุขภาพให้ครบถ้วน)
    - สำเนาใบสำคัญการหย่าพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
    - อนุญาตให้ใช้หนังสือแต่งตั้งผู้ปกครองโดยชอบธรรม จากหน่วยงานราชการแทนหนังสือยินยอมให้เปลี่ยนผู้ชำระเบี้ยประกันภัย จากผู้ชำระเบี้ยประกันภัยคนปัจจุบัน
    - หลักฐานการตรวจสุขภาพของผู้ชำระเบี้ยใหม่ กรณีอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องตรวจสุขภาพ ตามหลักเกณฑ์การพิจารณารับประกันภัยกรมธรรม์ใหม่
    - กรมธรรม์ฉบับจริง
    - เบี้ยประกันภัย

  • การขอลดหรือยกเลิกเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมพิเศษ

    คำถาม: ขอลดหรือขอยกเลิกเบี้ยประกันภัยพิเศษเนื่องจากสุขภาพ ทำได้หรือไม่ ?

    คำตอบ: สามารถดำเนินการได้เมื่อครบรอบปีกรมธรรม์ โดยแสดงหลักฐานการรักษา หรือผลทางการรักษาที่หายเป็นปกติดีแล้ว หรือตรวจสุขภาพเพิ่มตามที่บริษัทฯกำหนด โดยค่าใช้จ่ายเป็นของผู้เอาประกันภัย

  • คำถาม: ขอลดหรือขอยกเลิกเบี้ยประกันภัยพิเศษเนื่องจากอาชีพ ทำได้หรือไม่ ?

    คำตอบ: สามารถดำเนินการได้เมื่อครบรอบปีกรมธรรม์ โดยแจ้งให้บริษัทฯทราบถึงอายุงานใหม่ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ปี หรือแจ้งหลังจากมีอายุงานในอาชีพและลักษณะงานในปัจจุบันไม่น้อยกว่า 1 ปี พร้อมระบุตำแหน่งลักษณะงานที่ทำใหม่และรายได้ในเอกสารที่ขอเปลี่ยนแปลง

  • การเปลี่ยนแปลงงวดการชำระเบี้ยประกันภัย

    คำถาม: ขอเปลี่ยนงวดการชำระเบี้ยประกันเป็นรายเดือนมีเบี้ยประกันภัยขั้นต่ำเท่าไร ?

    คำตอบ: สำหรับแบบประกันทั่วไป เบี้ยประกันภัยรายเดือนขั้นต่ำ 650 บาท เอกสารที่ใช้มีดังนี้
    - ใบคำขอใช้บริการ พร้อมลงลายมือชื่อ
    - หนังสือยินยอมหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ
    - สำเนาหน้าบัญชีเงินฝาก ประเภทออมทรัพย์ หรือกระแสรายวัน

  • คำถาม: กรมธรรม์รายเดือน สามารถยกเลิกการตัดบัญชีได้ใช่หรือไม่ ?

    คำตอบ: ไม่สามารถยกเลิกการตัดบัญชีได้ กรมธรรม์รายเดือนต้องชำระเบี้ยแบบหักบัญชี อัตโนมัติเท่านั้น

  • การเปลี่ยนชื่อ/นามสกุลของผู้เอาประกันภัยผู้ชำระเบี้ยประกันภัยหรือผู้รับผลประโยชน์

    คำถาม: เอกสารที่ใช้ในการเปลี่ยนชื่อ/นามสกุลของผู้เอาประกันภัย,ผู้ชำระเบี้ยประกันภัย หรือ ผู้รับประโยชน์ มีอะไรบ้าง ?

    คำตอบ: เมื่อผู้เอาประกันภัย หรือ ผู้รับประโยชน์ได้ยื่นขอเปลี่ยนแปลงชื่อหรือชื่อสกุลจากหน่วยงานราชการเรียบร้อยแล้ว สามารถแจ้งบริษัทฯเพื่อเปลี่ยนแปลงข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษร เอกสารที่ใช้มีดังนี้
    - ใบคำขอใช้บริการ พร้อมลงลายมือชื่อเก่าและลายมือชื่อใหม่
    - สำเนาหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ/ชื่อสกุลของผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์จากทางราชการ(ผู้เอาประกันภัยลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง)
    - กรมธรรม์ฉบับจริง

  • การเปลี่ยนแปลงผู้รับผลประโยชน์

    คำถาม: เอกสารที่ใช้ในการเปลี่ยนแปลงผู้รับประโยชน์ มีอะไรบ้าง ?

    คำตอบ: ในกรณีที่กรมธรรม์มีผลบังคับ ผู้เอาประกันภัยสามารถขอเปลี่ยนแปลงผู้รับประโยชน์ได้ โดยแจ้งให้บริษัทฯ ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรโดยผู้รับประโยชน์ใหม่จะต้องสามารถพิสูจน์ความสัมพันธ์กับผู้เอาประกันภัยได้ หมายเหตุ การเปลี่นแปลงจะไม่สามารถทำได้ กรณีผู้เอาประกันภัยได้ส่งมอบกรมธรรม์ให้ผู้รับประโยชน์ไปแล้วและผู้รับประโยชน์คนปัจจุบันได้บอกกล่าวเป็นหนังสือมายังบริษัทแล้วว่าตนจำนงจะถือเอาประโยชน์จากสัญญานั้น เอกสารที่ใช้มีดังนี้
    - ใบคำขอใช้บริการ พร้อมลงลายมือชื่อเก่าและลายมือชื่อใหม่
    - สำเนาทะเบียนบ้านผู้รับประโยชน์คนใหม่ซึ่งสามารถพิสูจน์ความสัมพันธ์กับผู้เอาประกันภัยได้
    - กรมธรรม์ฉบับจริง

  • การเปลี่ยนลายมือชื่อผู้เอาประกันภัย**

    คำถาม: เอกสารที่ใช้ในการเปลี่ยนลายมือชื่อของผู้เอาประกันภัย มีอะไรบ้าง ?

    คำตอบ: ผู้เอาประกันภัยสามารถเปลี่ยนแปลงลายมือชื่อ(ลายเซ็นต์) ได้ โดยแจ้งให้บริษัทฯ ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมแสดงลายมือชื่อเดิมและลายมือชื่อใหม่ในเอกสารขอเปลี่ยนแปลง เอกสารที่ใช้มีดังนี้
    - ใบคำขอใช้บริการ พร้อมลงลายมือชื่อเก่าและลายมือชื่อใหม่
    - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เอาประกันภัยพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

  • การเปลี่ยนแปลงวิธีรับเงินปันผลหรือเงินจ่ายคืนตามเงื่อนไข

    คำถาม: เอกสารที่ใช้ในการเปลี่ยนวิธีรับเงินปันผล หรือเงินจ่ายคืนตามเงื่อนไข มีอะไรบ้าง ?

    คำตอบ: ให้แจ้งบริษัทฯล่วงหน้าก่อนวันครบรอบปีกรมธรรม์อย่างน้อย 30 วัน ในกรณีแจ้งช้ากว่านี้ บริษัทฯ จะดำเนินการจ่ายเงินปันผลตามวิธีที่ได้เลือกไว้ก่อน สำหรับวิธีรับเงินปันผล หรือเงินจ่ายคืนตามเงื่อนไขใหม่ที่ขอเปลี่ยนจะมีผลในรอบปีกรมธรรม์ถัดไป เอกสารที่ใช้มีดังนี้

    - ใบคำขอใช้บริการ พร้อมลงลายมือชื่อเหมือนกับที่ให้ไว้กับบริษัทฯ

  • การเปลี่ยนแปลงสถานที่ติดต่อ

    คำถาม: กรณีขอเปลี่ยนสถานที่ติดต่อ ทำอย่างไรได้บ้าง ?

    คำตอบ: ผู้เอาประกันภัยสามารถแจ้งเปลี่ยนแปลงสถานที่ติดต่อได้ โดย 2 วิธี
    - ติดต่อโดยตรงที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ เบอร์โทร 1159
    - แจ้งบริษัทฯทราบเป็นลายลักษณ์อักษร โดยกรอกใบคำขอใช้บริการ หรือจดหมายแจ้งการเปลี่ยนแปลงของผู้เอาประกันภัย พร้อมลงลายมือชื่อเหมือนกับที่ให้ไว้กับบริษัทฯ

  • การขอออกกรมธรรม์คู่ฉบับ

    คำถาม: การขอออกรมธรรม์คู่ฉบับ ทำอย่างไร ?

    คำตอบ: หากกรมธรรม์เกิดสูญหายหรือถูกทำลาย บริษัทฯ จะพิจารณาออกกรมธรรม์ให้ใหม่ และกรมธรรม์ต้นฉบับถือเป็นโมฆะ เอกสารที่ใช้มีดังนี้
    - ใบคำขอใช้บริการ ระบุกรมธรรม์หาย หรือชำรุด และขอออกกรมธรรม์ฉบับใหม่ พร้อมลงลายมือชื่อเหมือนกับที่ให้ไว้กับบริษัทฯ
    - ใบแจ้งความกรมธรรม์หาย หรือกรมธรรม์เล่มเดิมที่ชำรุด
    - ค่าธรรมเนียมการออกกรมธรรม์ฉบับละ 300 บาท

  • การบริการผู้ถือกรมธรรม์/การแจ้งวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย

    คำถาม: การแจ้งวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย บริษัทฯแจ้งอย่างไร ?

    คำตอบ: บริษัทฯ จัดส่งใบแจ้งการชำระเงินให้ผู้เอาประกันภัย 28 วัน ก่อนวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย กรณีที่มิได้ชำระเบี้ยประกันภัยตามวันครบกำหนด บริษัทฯ จะส่งใบแจ้งการชำระเงินครั้งที่ 2 หลังวันครบกำหนดชำระ

  • แบบประกัน UL

    คำถาม: สำหรับแบบประกัน UL เบี้ยประกันภัยรายเดือนขั้นต่ำเท่าไร ?

    คำตอบ: ประกัน UL เบี้ยประกันภัยรายเดือนขั้นต่ำ 1,250 บาท

  • คำถาม: แบบประกัน UL สามารถขอชำระเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมพิเศษ (Top Up) ได้เท่าไร และเมื่อไร ?

    คำตอบ: เบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมพิเศษ (Top Up) ไม่ต่ำกว่า 5,000 บาทต่อครั้ง และเพิ่มได้ภายในรอบปีกรมธรรม์ โดยไม่เกินเบี้ยประกันภัยรายปี

  • คำถาม: แบบประกันภัยแบบอิสระ(UL) สามารถเปลี่ยนแบบได้หรือไม่ ?

    คำตอบ: ไม่สามารถเปลี่ยนแบบประกันเป็นแบบอื่นได้

  • คำถาม: ผู้เอาประกันสามารถถอนเงินจากบัญชีกรมธรรม์ประกันภัย UL ได้หรือไม่ ?

    คำตอบ: ถอนเงินจากมูลค่าบัญชีกรมธรรม์ แต่ละครั้งไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท หักด้วยค่าธรรมเนียมตามที่ระบุไว้ในตารางค่าธรรมเนียมการถอน และมูลค่าบัญชีกรมธรรม์ภายหลังจากการถอน จะต้องเหลือไม่น้อยกว่า 8,000 บาท

  • คำถาม: เงื่อนไขความคุ้มครอง กรณีผู้ป่วยนอกอุบัติเหตุฉุกเฉินมีอะไรบ้าง ?

    คำตอบ: ต้องเข้ารับการรักษาภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากเกิดอุบัติเหตุ และ เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเท่านั้น

  • คำถาม: การนวดแผนไทย กดจุด หรือ ทำกายภาพ โดย ไม่ใช่แพทย์แผนปัจจุบัน สามารถให้ความคุ้มครองได้หรือไม่ ?

    คำตอบ: ไม่สามารถให้ความคุ้มครอง เนื่องจากตามสัญญาระบุว่า จะต้องเข้ารับการตรวจรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบันเท่านั้น

  • คำถาม: การรักษาเกี่ยวกันฟัน ให้ความคุ้มครองได้หรือไม่ ?

    คำตอบ: ไม่สามารถให้ความคุ้มครองได้เว้นแต่ กรณีเกิดอุบัติเหตุ แล้วได้รับบาดเจ็บที่ ฟัน จะสามารถให้ความคุ้มครองได้ กรณี อุด ถอน และต้องรับการรักษาภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังเกิดอุบัติเหตุ

  • คำถาม: การตั้งครรภ์ การแท้งบุตร การคลอด ทำหมัน การรักษา เกี่ยวกับการคุมกำเนิด ช่วยผู้มีบุตรยากให้ความคุ้มครองหรือไม่ ?

    คำตอบ: ไม่สามารถให้ความคุ้มครองได้ เนื่องจากเป็นข้อยกเว้นในความคุ้มครองสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ

  • คำถาม: การขอแบบฟอร์มเรียกร้องสินไหมทดแทนสามารถขอรับได้จากที่ไหน ?

    คำตอบ:
    1. ดาวน์โหลดเอกสารใน Website ของบริษัท www.krungthai-axa.co.th
    2. ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ เบอร์โทร 1159 เปิดบริการตั้งแต่ วันจันทร์ถึงวันศุกร์ 8.30 น.-19.00 น.
    3. สำนักงานใหญ่ หรือ สาขาทั่วประเทศ
    4. ติดต่อตัวแทนประกันชีวิตของท่าน

  • คำถาม: การส่งเอกสารการเรียกร้องค่าสินไหมสามารถจัดส่งที่ช่องทางไหนได้บ้าง ?

    - ส่งผ่านตัวแทนประกันชีวิตของท่าน
    - ส่งผ่านสาขาทั่วประเทศของบริษัทฯที่สะดวกในเวลาทำการ
    - ส่งผ่านสำนักงานใหญ่(แผนกสินไหม) ในเวลาทำการที่บริษัท
    - ส่งผ่านทางไปรษณีย์ ตามที่อยู่บริษัทสำนักงานใหญ่
    บริษัท กรุงไทยแอกซ่าประกันชีวิต จำกัด(แผนกสินไหมทดแทน)
    เลขที่ 9 อาคาร จี ทาวเวอร์ แกรนด์ รามา 9 ชั้น 1,20-27 ถนน พระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

    ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ เบอร์โทร 1159

  • คำถาม: เอกสารในการยื่นขอใช้สิทธิ์เรียกร้องค่ารักษาพยาบาลผ่านโรงพยาบาลที่อยู่ในเครือข่ายมีอะไรบ้าง ?

    คำตอบ:
    - บัตรประชาชนของผู้เอาประกัน
    - บัตรประจำตัวผู้เอาประกัน

    หมายเหตุ : กรณีเรียกร้องสินไหมสุขภาพและเบิกประวัติเพื่อเข้ารักษาในโรงพยาบาลคู่สัญญาของบริษัท และทางโรงพยาบาลจะเป็นผู้ประสานงานให้ท่านเอง

  • คำถาม: การเจ็บป่วยเกี่ยวกับโรคใดบ้างที่ต้องมีระยะเวลารอคอย 120 วันนับจากวันที่ทำสัญญาเพิ่มเติม หรือ วันต่ออายุสัญญาเพิ่มเติม ?

    คำตอบ:
    - เนื้องอก ถุงน้ำ หรือมะเร็งทุกชนิด
    - ริดสีดวงทวาร
    - ไส้เลื่อนทุกชนิด
    - ต้อเนื้อ หรือต้อกระจก
    - การตัดทอนซิล หรือ ดีนอยด์
    - นิ่วทุกชนิด
    - เส้นเลือดขอดที่ขา
    - เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดปกติ

  • คำถาม: การเจ็บป่วยต่างๆ สามารถใช้สิทธิ์ในการเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ทันทีหลังจากที่มีการเริ่มสัญญาประกัน หรือ วันต่ออายุสัญญา หรือไม่ ?

    คำตอบ: บริษัทให้การคุ้มครองในเรื่องของการใช้สิทธิ์เบิกค่ารักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วย หากเหตุที่เกิดขึ้นเป็นหลังจากวันเริ่มสัญญาประกัน หรือ วันต่ออายุสัญญาแล้ว 30 วัน

  • คำถาม: ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดกี่เปอร์เซ็นต์ ที่สัญญาเพิ่มเติมประกันภัยอุบัติเหตุ ที่บริษัทไม่คุ้มครองการเสียชีวิต การสูญเสียอวัยวะ และการทุพพลภาพ และการรักษาพยาบาล ?

    คำตอบ: ระดับแอลกอฮอล์ในเลือด ตั้งแต่ 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป

  • การจัดส่ง และ การดาวน์โหลดหนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันภัย

  • คำถามข้อที่ 1 : หนังสือรับรองการชำระเบี้ยปีภาษี 2564 บริษัทฯ จะจัดส่งหนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันอย่างไร?

    คำตอบข้อที่ 1 : ทางบริษัทฯ จะดำเนินการจัดส่งหนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันภัยทาง Email หรือ SMS ตามที่ทางผู้เอาประกันได้ให้ไว้กับบริษัทฯ

  • คำถามข้อที่ 2 : ในปี 2564 บริษัทฯ จะเริ่มจัดส่งหนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันในช่วงไหน?

    คำตอบข้อที่ 2 : ทางบริษัทฯจะเริ่มดำเนินการจัดส่งหลังวันที่ 15 ธันวาคม 2564 เป็นต้นไป สำหรับกรมธรรม์ที่มีการชำระเบี้ยครบเรียบร้อยตามเงื่อนไขของบริษัทฯ และกรมสรรพากร

  • คำถามข้อที่ 3 : ในปี 2564 บริษัทฯ จะยังคงมีการจัดส่งหนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันภัยทางไปรษณีย์ให้แก่ผู้เอาประกันหรือไม่?

    คำตอบข้อที่ 3: เนื่องจากกรมสรรพากรได้ประกาศหลักเกณฑ์การส่งข้อมูลเบี้ยประกันภัยสำหรับลูกค้าผู้ที่ต้องการใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกันภัยให้แก่สรรพากรในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ดังนั้นเพื่อให้การนำส่งข้อมูลเบี้ยประกันภัยที่บริษัทฯ จะนำส่งให้แก่ผู้เอาประกันเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ บริษัทฯ จะยกเลิกการจัดส่งหนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันภัยในรูปแบบกระดาษ โดยเริ่มตั้งแต่ปีภาษี 2564 เป็นต้นไป ลูกค้าสามารถดาวน์โหลดหนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันภัยในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชั่น Emma by AXA ทั้งระบบ iOS และ Android หรือผ่านเว็บไซด์ของบริษัทฯ

  • คำถามข้อที่ 4 : การขอหนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันภัยสามารถขอได้ที่ช่องทางใดบ้าง

    คำตอบข้อที่ 4 : ผู้เอาประกันสามารถขอหนังสือรับรองการชำระเบี้ยผ่านผ่านช่องทาง ดังนี้

    - แอปพลิเคชัน Emma by AXA ทั้งระบบ iOS และ Android

    - เว็บไซด์ของบริษัทฯ : https://www.krungthai-axa.co.th/th/document/taxcert

    - Inbox มาทาง Facebook: Krungthai-axa life

    - ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ 1159 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ Email customer.care@krungthai-axa.co.th

    - ตัวแทนผู้ให้บริการของท่าน

  • คำถามข้อที่ 5 : วิธีการดาว์นโหลด เพื่อขอหนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันภัย ผ่านแอปพลิเคชั่น Emma by AXA ต้องทำอย่างไร?

    คำตอบข้อที่ 5: หลังจากที่ผู้เอาประกันได้ทำการลงทะเบียนแอปพลิเคชั่น Emma by AXA และ ทำการเพิ่มกรมธรรม์เรียบร้อยแล้ว สามารถ ดาว์นโหลดหนังสือรับรองการชำระเบี้ยได้ดังนี้

    - ไปที่เมนู “ดาว์นโหลด” เอกสาร

    - เลือกกรมธรรม์ที่ต้องการ “ดาว์นโหลด”

    - ระบบจะมาที่หน้าเอกสารที่ท่านเลือก ให้กด “ดาว์นโหลด”

    - หลังจากกดปุ่ม “ดาว์นโหลด” เอกสารแล้ว จะมีปุ่มให้เลือกให้ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะแชร์เอกสารนี้ผ่านช่องทางไหน ซึ่งช่องทางในการแชร์นั้นจะขึ้นอยู่กับแต่ละอุปกรณ์มือถือที่ลูกค้าใช้

    คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติม

  • เงื่อนไขการลดหย่อนภาษี

  • คำถามข้อที่ 1 : หากผู้เอาประกันไม่ได้ลงทะเบียนให้ความยินยอมให้บริษัทประกันชีวิตส่ง และเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเบี้ยประกันภัยต่อกรมสรรพากร (Tax Consent) จะสามารถยื่นลดหย่อนภาษีกับกรมสรรพากรได้หรือไม่?

    คำตอบข้อที่ 1 : ผู้เอาประกันจะต้องลงทะเบียนให้ความยินยอม (Tax Consent) จึงจะสามารถใช้สิทธิยื่นลดหย่อนภาษีได้

  • คำถามข้อที่ 2 : ผู้เอาประกันสามารถยื่นลงทะเบียนให้ความยินยอมให้บริษัทประกันชีวิตส่งและเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเบี้ยประกันภัยต่อกรมสรรพากร (Tax Consent) ผ่านทางช่องทางใดได้บ้าง?

    คำตอบข้อที่ 2 : ผู้เอาประกันสามารถลงทะเบียนผ่านผ่านช่องทาง ดังนี้

    - แอปพลิเคชัน Emma by AXA ทั้งระบบ iOS และ Android

    - เว็บไซด์ของบริษัทฯ : https://www.krungthai-axa.co.th/th/tax-consent

    1. เข้าไปที่หัวข้อบริการลูกค้า

    2. เลือกหัวข้อแจ้งใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี

    3. กรอกเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน และระบุวันเดือนปี(พ.ศ.)เกิดของท่าน(ตามที่ระบุในบัตรประชาชน)

    - ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ 1159 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

    - ตัวแทนผู้ให้บริการของท่าน

  • คำถามข้อที่ 3: หากไม่จ่ายเบี้ยต่อ หรือยกเลิกกรมธรรม์ จะมีผลกระทบอย่างไร?

    คำตอบข้อที่ 3: หากหยุดชำระเบี้ย หรือเวนคืนกรมธรรม์ก่อนครบสัญญา จะทำให้ผู้เอาประกันเสียสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ โดยจะต้องยื่นแบบปรับปรุงภาษีเพื่อคืนภาษีที่ลดหย่อน และต้องชำระเงินเพิ่มกับกรมสรรพากร (อ้างอิงข้อมูลตามมาตรา 47(1)(ง) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 ของประกาศอธิบดีฯภาษีเงินได้ ฉบับที่ 172) ***ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการสุ่มตรวจจากกรมสรรพากร

  • เงื่อนไขการลดหย่อนภาษีของกรมธรรม์ประกันชีวิตและสุขภาพ

  • คำถามข้อที่ 1: เงื่อนไขหลักของเบี้ยประกันชีวิตที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ มีอะไรบ้าง และ สูงสุดไม่เกินเท่าไหร่ ?

    คำตอบข้อที่ 1 : กรมธรรม์ที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้มีดังนี้

    1. แบบประกันชีวิตที่มีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป

    2. แบบประกันที่มีความคุ้มครองสุขภาพ

    3. ผลประโยชน์ตอบแทนคืนไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี

    4. แบบประกันคุ้มครองสินเชื่อที่มีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป

    และ สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุด ดังนี้

    1. ค่าเบี้ยประกันชีวิตของผู้เอาประกันเองสามารถลดหย่อนได้ไม่เกิน 100,000 บาท

    2. ค่าเบี้ยประกันชีวิตของคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ สามารถลดหย่อนได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท

  • คำถามข้อที่ 2 : หลักเกณฑ์การนำเบี้ยประกันสุขภาพของตนเองลดหย่อนภาษีมีอะไรบ้าง?

    คำตอบข้อที่ 2 : เบี้ยประกันของสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ ผู้เอาประกันสามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 25,000 บาทต่อปี แต่เมื่อรวมเบี้ยประกันชีวิต ชีวิตแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท ประกันสุขภาพที่นำมาลดหย่อนได้ มีดังนี้

    - ประกันให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลอันเกิดจากการเจ็บป่วยและการบาดเจ็บ การชดเชยการทุพพลภาพและการสูญเสียอวัยวะเนื่องจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ

    - ประกันอุบัติเหตุเฉพาะที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล การทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะ และการแตกหักของกระดูก

    - ประกันภัยโรคร้ายแรง

    - ประกันภัยการดูแลระยะยาว

  • คำถามข้อที่ 3 : กรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันเป็นเด็ก และบิดา หรือมารดาเป็นผู้ชำระเบี้ย สามารถนำเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีในนามของผู้ชำระเบี้ยได้หรือไม่?

    คำตอบข้อที่ 3 : ไม่สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีในนามของผู้ชำระเบี้ยได้ แต่สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ในนามของเด็ก กรณีค่าเบี้ยประกันที่นำมาชำระมาจากรายได้ของเด็ก และมีรายได้อยู่ในฐานที่ต้องชำระภาษี

  • เงื่อนไขการลดหย่อนภาษีของกรมธรรม์ประกันชีวิตและสุขภาพบิดา-มารดา (ประกันชีวิตลูกกตัญญู)

  • คำถามข้อที่ 1 : การนำค่าเบี้ยประกันสุขภาพบิดา-มารดา (ประกันชีวิตลูกกตัญญู) มายื่นขอลดหย่อนภาษี มีหลักเกณฑ์อะไรบ้าง?

    คำตอบข้อที่ 1 : หลักเกณฑ์มีดังนี้

    1. สามารถนำเบี้ยสุขภาพที่จ่ายให้ทั้งบิดา-มารดาไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท สำหรับผู้ที่จ่ายเบี้ยให้บิดา-มารดา (สำหรับคนจ่ายเบี้ย 1 คน)

    2.บิดา-มารดา มีอายุ 60 ปีขึ้นไป

    3. บิดา-มารดา ต้องไม่มีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ขอหักลดหย่อนเกิน 30,000 บาทขึ้นไป

    4. สามารถลดหย่อนได้ในกรณีเป็นบุตร บุตรเขย บุตรสะใภ้

    5. หากมีผู้ชำระเบี้ยหลายคนสามารถเฉลี่ยกันได้

    6. สัญญาที่สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ ได้แก่

    - เป็นประกันภัยคุ้มครองการรักษาพยาบาลอันเกิดจากการเจ็บป่วย และการบาดเจ็บ การชดเชยทุพพลภาพ และการสูญเสียอวัยวะ เนื่องการเจ็บป่วยหรือการบาดเจ็บ

    - เป็นประกันอุบัติเหตุที่คุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล การทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะ และการแตกหักของกระดูก

    - เป็นประกันภัยโรคร้ายแรง (Critical Illnesses)

    - เป็นประกันภัยแบบดูแลระยะยาว (Long Term Care)

  • เงื่อนไขการลดหย่อนภาษีของกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญ

  • คำถามข้อที่ 1 : เงื่อนไขของกรมสรรพากรกำหนดให้ผู้เอาประกันสามารถนำค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกินเท่าไหร่?

    คำตอบข้อที่ 1 : 1. เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ในอัตราร้อยละ 15 ของเงินได้ที่นำมาเสียภาษีเงินได้ในแต่ละปี แต่ไม่เกิน 200,000 บาท (เป็นค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ ความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และจ่ายผลประโยชน์เงินบำนาญเมื่อผู้มีเงินได้อายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไปถึงอายุ 85 ปีหรือกว่านั้น)

    2. เมื่อรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ+เงินสะสมเข้ากองทุนบำเน็จบำนาญข้าราชการ+เงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ตามกฏหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน+เงินที่ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ+เงินสะสมเข้ากองทุนการออมแห่งชาติ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

  • เงื่อนไขการลดหย่อนภาษีของกรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุน

  • คำถามข้อที่ 1 : ค่าเบี้ยสำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุน สามารถลดหย่อนภาษีได้ทั้งหมดเต็มจำนวนหรือไม่?

    คำตอบข้อที่ 1 : สามารถลดหย่อนภาษีได้เฉพาะค่าธรรมเนียม ได้แก่

    - ค่าธรรมเนียมในการจัดสรรเบี้ยประกันภัย

    - ค่าธรรมเนียมในการจัดสรรเบี้ยประกันภัยเพื่อการลงทุนเพิ่มเติมพิเศษ

    - ค่าธรรมเนียมในการบริหารกรมธรรม์

    - ค่าการประกันภัย

  • คำถามข้อที่ 2 : การลดหย่อนภาษีสำหรับกรมธรรม์ ไออินเวส (iInvest) สามารถมารถนำเบี้ยส่วนใดมาลดหย่อนภาษีได้บ้าง?

    คำตอบข้อที่ 2 : เบี้ยประกันของกรมธรรม์ ไออินเวส (iInvest) สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ดังนี้

    - ILC ค่าธรรมเนียมในการจดสรรเบี้ยประกันภัยชำระครั้งเดียว (Premium Charge)

    - LSC ค่าธรรมเนียมในการจัดสรรเบี้ยประกันภัยเพื่อการลงทุนเพิ่มเติมพิเศษ (Top-up Premium Charge)

    - IMF ค่าธรรมเนียมในการบริหารกรรมธรรม์ (Investment Management Fee) หรือ AMC ค่าธรรมเนียมบริหารกรมธรรม์ (Policy Administration Charge)

    - COI ค่าการประกันภัย

    โดยบริษัทฯ จะคำนวนค่าใช้จ่ายต่างๆในแต่ละสิ้นปีให้แก่ผู้เอาประกันภัยนำไปใช้สิทธิ์ในการยื่นขอลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทั้งนี้จะต้องเป็นไปตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

  • คำถามข้อที่ 3 : การลดหย่อนภาษีสำหรับกรมธรรม์ ไอเวลท์ตี้ (iWealthy) สามารถมารถนำเบี้ยส่วนใดมาลดหย่อนภาษีได้บ้าง?

    คำตอบข้อที่ 3 : เบี้ยประกัน ของกรมธรรม์ ไอเวลท์ตี้ (iWealthy) สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ดังนี้

    - BRC ค่าธรรมเนียมในการจัดสรรเบี้ยประกันภัยหลัก (Basic Regular Premium Charge)

    - TUC ค่าธรรมเนียมในการจัดสรรเบี้ยประกันภัยเพื่อการลงทุนรายงวด (Top-up Premium Charge)

    - LSC ค่าธรรมเนียมในการจัดสรรเบี้ยประกันภัยเพื่อการลงทุนเพิ่มเติมพิเศษ (Lum Sum Top-up Premium Charge)

    - IMF ค่าธรรมเนียมในการบริหารกรมธรรม์ (Investment Management Fee) หรือ AMC ค่าธรรมเนียมบริหารกรมธรรม์ (Policy Administration Charge)

    - COI ค่าการประกันภัย

    โดยบริษัทฯ จะคำนวนค่าใช้จ่ายต่างๆในแต่ละสิ้นปีให้แก่ผู้เอาประกันภัยนำไปใช้สิทธิ์ในการยื่นขอลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทั้งนี้จะต้องเป็นไปตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

  • คำถามข้อที่ 4 : การลดหย่อนภาษีสำหรับกรมธรรม์ ไอลิงค์ (iLink) และ UDR สามารถมารถนำเบี้ยส่วนใดมาลดหย่อนภาษีได้บ้าง?

    คำตอบข้อที่ 4 : เบี้ยประกัน ของกรมธรรม์ ไอลิงค์ (iLink) และ UDR สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ดังนี้

    - ค่าธรรมเนียมการจัดสรรเบี้ยประกัน (Premium Charge)

    - COI ค่าการประกันภัยสำหรับคุ้มครองชีวิต – ไอลิงค์ (ยูนิตลิงค์)

    - COR ค่าการประกันภัยสำหรับสัญญาเพิ่มเติม – ทีพีดีลิงค์ (TPDLink UDR)

    - COR ค่าการประกันภัยสำหรับสัญญาเพิ่มเติม – คริติคอลลิงค์ (CriticalLink UDR)

    - Administration Fee ค่าธรรมเนียมการบริหารกรมธรรม์

    โดยบริษัทฯ จะคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆในแต่ละสิ้นปีให้แก่ผู้เอาประกันภัยนำไปใช้สิทธิ์ในการยื่นขอลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทั้งนี้จะต้องเป็นไปตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร