ไม่มีข้อมูล

ค้นหาในทุกหมวด
*โปรดระบุคำค้นหา
16 พฤศจิกายน 2568

เป็นเหน็บชาบ่อย ๆ เป็นสัญญาณบ่งบอกโรคอะไรบ้าง

อาการชามือ ชาเท้า เป็นเหน็บชา เป็นอีกหนึ่งอาการที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะเกิดจากร่างกายขาดวิตามินบางตัวแล้ว ยังอาจเป็นสัญญาณร้ายแรงอย่างอื่นที่ร่างกายกำลังบอกเราอยู่ก็เป็นได้

ถึงแม้อาการเหน็บชาจะเป็นอาการทั่วไปที่อาจเกิดขึ้นได้หากเราอยู่ในอิริยาบถเดิมนาน ๆ จนทำให้เส้นประสาทบริเวณนั้นโดนกดทับนานเกินไป และใช้เวลาไม่นานก็หายเป็นปกติ แต่หากเกิดขึ้นบ่อย หรือเริ่มรู้สึกชาเป็นเวลานานก็อาจเป็นสัญญาณอันตรายได้เหมือนกัน ในวันนี้เราจึงอยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจอาการเหน็บชาให้มากขึ้นกันว่าอาการแบบนี้คืออะไร ควรไปหาหมอไหม และมีวิธีดูแลตัวเองอย่างไรจึงจะไม่เกิดอาการเหน็บชาบ่อย ๆ

อาการเหน็บชาเกิดจากอะไรได้บ้าง

อาการเหน็บชาเกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทส่วนรับรู้ความรู้สึก เกิดได้ในทุกส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะปลายมือ และปลายเท้า บางคนอาจรู้สึกว่ารับรู้ความรู้สึกได้น้อยลง บางคนอาจไม่รู้สึกอะไรเลย แต่บางคนอาจรู้สึกซ่าเหมือนมีเข็มทิ่ม โดยส่วนใหญ่มักเกิดจากหลากหลายปัจจัย ดังนี้

·       ร่างกายขาดวิตามิน B1, B6 และ B12 วิตามินบีเหล่านี้เป็นวิตามินที่ช่วยบำรุงระบบประสาทให้แข็งแรง ช่วยซ่อมแซมระบบประสาทให้กลับมาทำงานตามปกติ ถ้าร่างกายขาดวิตามินบีอาจทำให้เส้นประสาทอักเสบจนเกิดเป็นเหน็บชาได้

·       การอยู่ในอิริยาบถเดิมนาน ๆ จนทำให้เกิดการกดทับเส้นประสาท

·       ผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางอย่าง หรือการฉายรังสี

·       เป็นอาการข้างเคียงของโรคบางชนิด เช่น รูมาตอยด์ เกาต์ เบาหวาน หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ลมชัก เป็นต้น

·       ภาวะความเครียด ปวดไมเกรน หรือการทำงานหนักโดยไม่หยุดพัก

เหน็บชาแบบไหนที่ควรไปหาหมอ

โดยปกติแล้วอาการเหน็บชาที่ไม่ร้ายแรง มักเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ และหายเป็นปกติในระยะเวลาอันรวดเร็ว แต่หากพบว่าคุณมีอาการเหน็บชาบ่อยครั้ง มีความถี่มากกว่าปกติภายในหนึ่งวัน และมีอาการดังต่อไปนี้ อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคทางสมอง หรือระบบประสาทบางอย่าง แนะนำว่าควรรีบไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรคโดยด่วน

·       มีอาการชาด้านใดด้านหนึ่งของร่างกาย

·       ไม่มีแรง ทรงตัวหรือเคลื่อนไหวลำบาก

·       สูญเสียความรู้สึกบางส่วนไป

·       ตัวเย็น อุณหภูมิลดลง ตัวซีด

·       อาการชาเริ่มรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือชาติดต่อกันหลายวัน

·       มีอาการมือเท้าร้อน หรือเย็นผิดปกติ

เหน็บชาเป็นสัญญาณก่อให้เกิดโรคอะไรได้บ้าง

นอกเหนือจากการขาดวิตามิน และพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เหน็บชายังบ่งบอกถึงโรคต่าง ๆ ได้ดังนี้

·       โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เป็นภาวะที่กระดูกสันหลังเสื่อมจนไปกดทับเส้นประสาท ทำให้เส้นประสาทอักเสบจนทำให้ปวดขา หรือชาตั้งแต่ขาลงไปจนถึงน่องเหมือนเป็นตะคริว

·       โรคปลายประสาทอักเสบ ส่วนใหญ่เกิดจากเส้นประสาทได้รับความเสียหายจนทำให้มือเท้าเริ่มชา ไร้ความรู้สึก หากอาการชาลุกลามไปบริเวณแขนและขา ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะดีที่สุด

·       โรคข้ออักเสบ เมื่อบริเวณข้อเกิดการอักเสบ เส้นประสาทโดยรอบจะได้รับผลกระทบจนทำให้มีอาการชาร่วมด้วย

·       โรคออฟฟิศซินโดรม เนื่องจากกล้ามเนื้อมีการหดเกร็งอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เส้นประสาท และการไหลเวียนเลือดทำได้ไม่ดีจนเกิดอาการเหน็บชา

วิธีดูแลและป้องกันตัวเองไม่เป็นเหน็บชาบ่อย

อาการเหน็บชา เป็นอาการที่ถ้าสังเกตได้ไวก็สามารถป้องกันไม่ให้ลุกลามรุนแรง และรักษาให้หายด้วยตัวเองได้ ตามวิธีการต่อไปนี้

·       กินอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน B1, B6 และ B12 อาทิ ธัญพืชต่าง ๆ ถั่ว ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต รำข้าว เนื้อวัว เนื้อปลา ไข่แดง ผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง เห็ด และฟักทอง หรือจะกินวิตามินบีรวมเสริมไปด้วยก็ได้ แต่ต้องคำนวณให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายด้วย

·       หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

·       หลีกเลี่ยงการกินของหมักดอง ของดิบต่าง ๆ เพราะอาหารเหล่านี้เข้าไปขัดขวางการดูดซึมวิตามินบีของร่างกาย

·       หลีกเลี่ยงการอยู่ในอิริยาบถเดิมเป็นเวลานาน ๆ

·       นั่งทำงานในท่าทางที่เหมาะสม

·       กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และยืดเหยียดทุกครั้งเพื่อลดการบาดเจ็บของเส้นเอ็น และเส้นประสาท

หากเราหมั่นสังเกตตัวเองและดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ อาการเหน็บชาก็สามารถหายไปได้เองโดยไม่จำเป็นต้องพบแพทย์ เพราะเหน็บชาไม่ใช่โรค แต่เป็นเพียงกลุ่มอาการที่เกิดขึ้นได้ตามปกติและมักไม่รุนแรง อย่างไรก็ตาม หากพบว่าอาการเหน็บชามีความรุนแรงเพิ่มขึ้น หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยอย่างละเอียด จะได้วางแผนการรักษาอย่างถูกต้องและปลอดภัยตั้งแต่เริ่มต้น นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยป้องกันความเสี่ยงของโรคร้ายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย สำหรับลูกค้ากรุงไทย-แอกซ่าประกันชีวิต ที่สนใจในการดูแลสุขภาพสามารถอ่านบทความด้านสุขภาพอื่น ๆ ได้ที่ https://www.krungthai-axa.co.th/th/health-advisories

หากสนใจผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพโดยกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) และผู้ป่วยใน (IPD) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.krungthai-axa.co.th/th/products/health-insurance-and-hospital-income/ihealthy-ultra

 

แหล่งที่มาของข้อมูล

·       เว็บไซต์พบแพทย์

https://bit.ly/3Os9rXO

·       โรงพยาบาลพญาไท

https://bit.ly/4g3PSRg

·       โรงพยาบาลศิครินทร์

https://bit.ly/3Zb55cB

·       โรงพยาบาลวิมุต

https://bit.ly/4g7NGbm

 

บทความสุขภาพที่สำคัญ