วันนี้เราจะชวนทุกคนมารู้จักกับ อีกหนึ่งศาสตร์แพทย์ทางเลือก ที่สามารถบรรเทาอาการปวดหลังเรื้อรัง หรืออาการปวดจากความผิดปกติของระบบเส้นประสาทต่าง ๆ ได้ มาทำความรู้จักกันว่า ไคโรแพรคติก คือ อะไร ? อันตรายไหม ? แล้วอาการแบบไหนที่ควรไปหาหมอ วันนี้เรามีคำตอบมาให้ทุกคนกันค่ะ
ไคโรแพรคติก คือ อะไร ?
ไคโรแพรคติก (Chiropractic) หรือ การจัดกระดูก คือศาสตร์แพทย์ทางเลือกแขนงหนึ่ง ในการรักษาสุขภาพ ที่ให้ความสำคัญกับ การรักษาด้วยมือเปล่าในการจัดกระดูก โดยใช้เทคนิค ‘manipulaion’ คือ ดึง ดัด และกระชากเบา ๆ เพื่อให้กระดูก กล้ามเนื้อ และข้อต่อ ตั้งแต่ส่วนคอลงไปจนถึงก้นกบ ที่อยู่ผิดไปจากตำแหน่งที่ควร ให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง เพื่อรักษาเส้นประสาทในกระดูกและข้อกระดูก ให้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง โดยให้ความสำคัญกับร่างกาย 4 ส่วนหลัก ๆ คือ
1. กระดูกสันหลัง (Spine)
2. ระบบประสาท (Nervous System)
3. ลักษณะโครงสร้างของร่างกาย (Structure)
4. โภชนาการด้านอาหารและวิตามิน (Nutrition)
นอกจากนี้ ไคโรแพรคติก นั้น ยังเป็นศาสตร์การแพทย์ทางเลือก ที่ได้รับการยอมรับเป็นอันดับ 2 ในประเทศสหรัฐอเมริกา รองจากการฝังเข็ม (Acupuncture) ซึ่งการจัดกระดูก เกิดขึ้นครั้งแรกที่เมือง ดาเวนพอร์ต รัฐไอโอวา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี ค.ศ. 1895 (พ.ศ. 2438) โดยปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกว่า 70 ประเทศทั่วโลก
อาการแบบไหนควรไปพบหมอไคโรแพรคติก
หากมีอาการดังต่อไปนี้ แนะนำว่าให้ลองไปพบหมอไคโรแพรคติก แล้วลองปรึกษาคุณหมอเกี่ยวกับการจัดกระดูกดู เพื่อที่เราจะได้หายขาดจากอาการปวดหลังเรื้อรัง หรืออาการป่วยจากความผิดปกติของระบบประสาทต่าง ๆ ที่กำลังเผชิญอยู่
1. มีอาการของโรคออฟฟิศซินโดรม ซึ่งเป็นอาการกล้ามเนื้ออักเสบ และปวดเมื่อยตามอวัยวะต่าง ๆ ได้แก่ คอ บ่า ไหล่ หลัง แขน
2. ข้อต่อแข็ง ติดขัด หรือเคลื่อนไหวลำบาก
3. ปวดหรือชาที่แขน ขา เช่น อาการปวดจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เป็นต้น
4. มีอาการปวดจากโรคข้อกระดูกอักเสบหรือเสื่อมสภาพ
5. อาการปวดที่เกิดจากการอยู่ในท่าทางที่ไม่เหมาะสม เป็นระยะเวลานานติดต่อกัน เช่น การนั่ง การก้ม การยืน การยกของหนัก เป็นเวลานาน จนทำให้กระดูกสันหลังคดงอ เป็นต้น
6. ปวดศีรษะเรื้อรัง จากความเครียดในกระดูกสันหลังหรือเส้นประสาท
ทั้งนี้การจัดกระดูกจะต้องมีการจัดท่ายืดกระดูกที่เหมาะสม และยืดหยุ่นต่อกล้ามเนื้อ ที่สำคัญต้องช่วยให้ผ่อนคลายมากกว่ารู้สึกเจ็บปวด รวมถึงมีการผ่อนลมหายใจเข้าออกที่ถูกต้อง โดยผู้จัดกระดูกจะต้องเป็น ‘ไคโรแพรกเตอร์’ (Chiropractor) ซึ่งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดกระดูกโดยเฉพาะเท่านั้น
ข้อควรระวังในการทำไคโรแพรคติก
หลังจากจัดกระดูกไคโรแพรคติกเสร็จแล้ว หลายคนอาจจะรู้สึกล้า หรือปวดเมื่อยอยู่บ้าง และในบางคนอาจมีอาการปวดศีรษะเล็กน้อย ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นเพียงอาการชั่วคราวเท่านั้น โดยปกติแล้วอาการจะดีขึ้นเองภายใน 2-3 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม การจัดกระดูกอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ แต่พบได้น้อยมาก เช่น
· หมอนรองกระดูกเคลื่อน
· เส้นประสาทถูกกดทับในกระดูกสันหลังส่วนล่าง (Cauda equina syndrome)
· โรคหลอดเลือดสมอง
ซึ่งความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงจะสูงขึ้น หากได้รับการจัดกระดูกจากแพทย์ที่ไม่มีใบอนุญาต หรือไม่ได้รับการฝึกฝน ดังนั้นเราจึงควรเข้ารับการรักษากับหมอไคโรแพรคเตอร์ ที่มีใบอนุญาต และมีความเชี่ยวชาญเท่านั้น
นอกจากนี้การทำไคโรแพรคติกนั้น ยังไม่เหมาะสำหรับ
· ผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุน
· ผู้ที่เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
· ผู้ที่มีกระดูกสันหลังที่อ่อนแอเปราะบาง
· ผู้ที่มีอาการเหน็บ ชา หรือแขนขาอ่อนแรง
· ผู้ป่วยโรคมะเร็งกระดูกสันหลัง
· ผู้ป่วยโรคหัวใจ
การรักษาและวิธีป้องกัน โดยแพทย์ทางเลือกอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
นอกจากการรักษาด้วย ไคโรแพรคติก แล้วก็ยังมีการรักษาและวิธีป้องกันอื่น ๆ โดยแพทย์ทางเลือกที่สามารถช่วยบรรเทาอาการที่เกี่ยวข้องกับกระดูกสันหลังและกล้ามเนื้อได้ดังต่อไปนี้
1. การฝังเข็ม (Acupuncture)
สามารถช่วยบรรเทาอาการปวด โดยเฉพาะอาการปวดหลังและปวดคอ ซึ่งการฝังเข็มเป็นการกระตุ้นจุดต่าง ๆ บนร่างกาย เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและระบบประสาท ช่วยบรรเทาความเครียดและความเจ็บปวดในกล้ามเนื้อ
2. การนวดบำบัด (Massage Therapy)
ช่วยลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ และเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ไปยังบริเวณที่มีอาการปวด ซึ่งการนวดบำบัด เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรัง โดยเฉพาะอาการที่เกิดจากการอยู่ในลักษณะท่าทางที่ไม่ถูกต้องเป็นระยะเวลานาน
3. โยคะและพิลาทิส (Yoga and Pilates)
เป็นกีฬาที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ และปรับสมดุลของร่างกาย โดยการฝึกโยคะจะช่วยผ่อนคลายความเครียด ในขณะที่พิลาทิสช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ที่ช่วยสนับสนุนกระดูกสันหลัง จึงสามารถช่วยป้องกันการบาดเจ็บ และการเกิดอาการปวดหลังในอนาคต
4. การกายภาพบำบัด (Physical Therapy)
มุ่งเน้นในการฟื้นฟูการทำงานของร่างกาย โดยการออกกำลังกาย และเทคนิคการฟื้นฟูเฉพาะ ที่ช่วยในการรักษาอาการบาดเจ็บและป้องกันการเกิดซ้ำ โดยเฉพาะอาการปวดหลังและข้อต่อ
สุดท้ายนี้ถึงแม้ว่า ไคโรแพรคติก อาจจะเป็นแพทย์ทางเลือก ที่ไม่ได้แพร่หลายมากนักในประเทศไทย แต่ก็เป็นอีกหนึ่งศาสตร์แพทย์ทางเลือกสำคัญ ที่สามารถช่วยรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูกสันหลังได้ โดยไม่ต้องพึ่งพายาหรือการผ่าตัด นอกจากนี้การรักษาท่าทางการยืนและการนั่งให้เหมาะสม รวมถึงการออกกำลังกาย ก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน อย่าลืมทำอย่างเป็นประจำสม่ำเสมอ เพื่อรักษาสุขภาพและความแข็งแรงของร่างกายในระยะยาวกัน สำหรับใครที่ปวดหลัง และอยากปลอดภัยจากโรคร้ายไว้ก่อน สามารถเข้าไปดูรายละเอียดประกันสุขภาพได้ที่ https://www.krungthai-axa.co.th/th/products/health-insurance-and-hospital-income/ihealthy-ultra นะคะ
แหล่งที่มาของข้อมูล
· สมาคมไคโรแพททริกแห่งประเทศไทย
· เว็ปไซต์ HD Mall
· Primo Care Medical
· Gifford Health Care
· Cleveland Clinic
