สำหรับคนที่รักสุขภาพ เรื่องอาหารการกินเป็นเรื่องใหญ่ เพราะการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์นั้น นับเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้เรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และหนึ่งในอาหารที่หลาย ๆ คนชอบแถมมีโปรตีนสูงและมีประโยชน์ต่อร่างกายก็นมนั่นเอง แต่จะดื่มนมแบบไหนที่ดีต่อสุขภาพ จะเป็น นมธัญพืช หรือนมวัว เราลองมาเลือกดูประโยชน์ของนมทั้งสองแบบกันเลย ว่านมแบบไหนที่เหมาะสำหรับสุขภาพ ความต้องการ และไลฟ์สไตล์ของเรามากที่สุด
นมธัญพืช กับ นมวัว แตกต่างกันอย่างไร ?
ทั้ง นมธัญพืช และนมวัว ถือเป็นตัวเลือกที่ดี สำหรับการบริโภคเพื่อสุขภาพ แต่นมทั้งสองประเภทนี้ มีความแตกต่างกันทั้งด้านสารอาหาร ราคา และปริมาณการบริโภค แต่จะแตกต่างกันอย่างไรบ้าง เราลองมาดูกันใน 5 ข้อต่อไปนี้
- แหล่งที่มา
นมวัว ได้มาจากน้ำนมของวัวซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ผ่านการฆ่าเชื้อพาสเจอร์ไรซ์ให้เหมาะสมต่อการบริโภค บางครั้งอาจมีการแต่งกลิ่น รสให้สามารถดื่มได้ง่ายยิ่งขึ้น
นมธัญพืช ได้จากการสกัดธัญพืช เช่น ข้าวโอ๊ต อัลมอนด์ หรือถั่วเหลือง เป็นต้น จึงเป็นผลิตภัณฑ์จากพืช เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้แลคโตสในนมวัว หรือผู้ที่ทานมังสวิรัติ
- สารอาหาร
นมวัว
● โปรตีน - ช่วยในการเสริมสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ รวมถึงมีกรดอะมิโนถึง 9 ชนิด ที่จำเป็นต่อร่างกาย
● แคลเซียม - นมวัวมีปริมาณแคลเซียมค่อนข้างสูง ช่วยในการสร้างและรักษาความแข็งแรงของกระดูกและฟัน ซึ่งการดื่มนมเพียง 3 แก้วต่อวัน ก็สามารถทำให้ปริมาณแคลเซียมเพียงพอต่อร่างกายได้
● วิตามินต่าง ๆ - นมวัวมีวิตามินอยู่มากมาย ๆ ซึ่งวิตามินที่มีปริมาณมากในนมวัวจะมี วิตามินดี ที่ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม วิตามินบี 2 ที่ช่วยในการเปลี่ยนอาหารเป็นพลังงาน รวมถึงช่วยรักษาสุขภาพของผิวหนัง ดวงตา และระบบประสาท และวิตามินบี 12 ที่ทำหน้าที่ในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง และช่วยในการทำงานของระบบประสาท
● ไขมันดี (ไขมันไม่อิ่มตัว) - ซึ่งเป็นไขมันที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL) รวมถึงช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมัน เช่น วิตามินเอ ดี อี และเค
นมธัญพืช
· โปรตีน - โดยเฉพาะนมถั่วเหลือง มีโปรตีนสูง และเป็นโปรตีนคุณภาพดี รวมถึงมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย
· ไฟเบอร์ - ไฟเบอร์ในนมธัญพืช ช่วยในการย่อยอาหารและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
· ไขมันดี - มีไขมันที่ดีต่อร่างกายมากกว่านมวัว และที่สำคัญไม่มีคอเลสเตอรอลที่เป็นภัยร้ายต่อร่างกาย
· สารต้านอนุมูลอิสระ - โดยเฉพาะ นมข้าวโอ๊ต และนมอัลมอนด์ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยป้องกันความเสียหายของเซลล์ และลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังต่าง ๆ
· วิตามินต่าง ๆ - ขึ้นอยู่กับชนิดของนมธัญพืช เช่น นมอัลมอนด์ มีวิตามินอีสูง ช่วยลดการอักเสบภายในร่างกาย และลดระดับความเครียด รวมถึงช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื้น
- การย่อยอาหาร
นมวัว สำหรับบางคน การดื่มนมวัวอาจทำให้เกิดอาการไม่สบายท้อง ท้องอืด หรือท้องเสีย เนื่องจากร่างกายอาจย่อยแลคโตสได้ไม่ดี
นมธัญพืช ย่อยง่ายกว่า และเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร
- รสชาติและเนื้อสัมผัส
นมวัว มีรสชาติค่อนข้างครีมมี่และเข้มข้น
นมธัญพืช มีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่เบากว่านมวัว ขึ้นอยู่กับชนิดของธัญพืชที่ใช้ในการผลิต ซึ่งอาจทำให้รสชาติแตกต่างกันออกไป
- ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
นมวัว การผลิตนมวัวมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าการผลิต นมธัญพืช เพราะการเลี้ยงวัวใช้ทรัพยากรน้ำและพื้นที่ค่อนข้างเยอะ ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก ลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน
นมธัญพืช มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรณรงค์ใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม
นมธัญพืช ยอดฮิตมีอะไรบ้าง ?
- นมถั่วเหลือง
มีรสชาติที่ทานง่าย และมีสารอาหารใกล้เคียงกับนมวัวมากที่สุด โดยมีโปรตีนสูงที่สุดในบรรดา นมธัญพืช ทั้งหมด - นมอัลมอนด์
หนึ่งใน นมธัญพืช ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีรสชาติที่อร่อย หอมมัน และมีแคลอรี่ต่ำ - นมข้าวโอ๊ต
อุดมไปด้วยไฟเบอร์ที่ดีต่อระบบย่อยอาหาร และได้รับความนิยมสำหรับใส่ในกาแฟหรือเครื่องดื่มต่าง ๆ เพราะมีเนื้อสัมผัสครีมมี่ และรสชาติที่หวานตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งเเวดล้อมอีกด้วย
- นมข้าว
นมข้าวมีรสชาติหวานนุ่มและเนื้อสัมผัสเบากว่า นมธัญพืช อื่น ๆ มักใช้ในเครื่องดื่มหรือขนมหวาน เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้ถั่วหรือถั่วเหลือง เนื่องจากไม่มีสารก่อภูมิแพ้ เช่น โปรตีนโกลบูลิน อัลมูมิน ดีเฟนซิน โปรฟิลิน เป็นต้น ซึ่งสารเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้น ที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเกิดการต่อต้าน แล้วปรากฏเป็นอาการแพ้ขึ้นมา
- นมพิสตาชิโอ
อีกหนึ่ง นมธัญพืช ที่ได้รับความนิยม เนื่องจากมีรสชาติหอมมันอันเป็นเอกลักษณ์ และอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินอี แมกนีเซียม และไขมันที่ดีต่อหัวใจ
เปรียบเทียบแคลอรี่และไขมันใน นมธัญพืช - นมวัว
เปรียบเทียบแคลอรี่และไขมันของนมประเภทต่าง ๆ ต่อปริมาณ 1 ถ้วย (240 มิลลิลิตร) ตามข้อมูลด้านล่างดังนี้
· นมวัว (นมจืดแบบเต็มมันเนย) มีจำนวนแคลอรี่ประมาณ 150 แคลอรี่ และปริมาณไขมันประมาณ 8 กรัม
· นมถั่วเหลือง (แบบไม่หวาน) มีจำนวนแคลอรี่ประมาณ 80-100 แคลอรี่ และปริมาณไขมันประมาณ 4 กรัม
· นมอัลมอนด์ (แบบไม่หวาน) มีจำนวนแคลอรี่ประมาณ 30-40 แคลอรี่ และปริมาณไขมันประมาณ 2.5-3 กรัม
· นมข้าวโอ๊ต (แบบไม่หวาน) มีจำนวนแคลอรี่ประมาณ 120-130 แคลอรี่ และปริมาณไขมันประมาณ 2.5-5 กรัม
· นมข้าว (แบบไม่หวาน) มีจำนวนแคลอรี่ประมาณ 120-130 แคลอรี่ และปริมาณไขมันประมาณ 2-3 กรัม
· นมพิสตาชิโอ (แบบไม่หวาน) มีจำนวนแคลอรี่ประมาณ 90-100 แคลอรี่ และปริมาณไขมันประมาณ 7-8 กรัม
จากข้อมูลด้านบนจะเห็นได้ว่า นมอัลมอนด์ มีแคลอรี่และไขมันต่ำที่สุด ส่วนนมวัวและนมพิสตาชิโอมีไขมันสูงกว่า แต่ก็มีสารอาหารอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย นมข้าวและ นมข้าวโอ๊ต มีแคลอรี่ใกล้เคียงกันและมีไขมันปานกลาง ส่วน นมถั่วเหลือง มีแคลอรี่และไขมันปานกลาง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการโปรตีน
เปรียบเทียบปริมาณโปรตีนและแคลเซียมใน นมธัญพืช - นมวัว
เปรียบเทียบปริมาณโปรตีนและแคลเซียมของปริมาณที่แนะนำต่อวันในนมประเภทต่าง ๆ ต่อปริมาณ 1 ถ้วย (240 มิลลิลิตร) ตามข้อมูลด้านล่างดังนี้
· นมวัว (นมจืดแบบเต็มมันเนย) ปริมาณโปรตีน 8 กรัม ปริมาณแคลเซียม 300 มิลลิกรัม นับเป็น 30% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน
· นมถั่วเหลือง ปริมาณโปรตีน 7-8 กรัม ปริมาณแคลเซียม 300 มิลลิกรัม นับเป็น 30% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน
· นมอัลมอนด์ (แบบไม่หวาน) ปริมาณโปรตีน 1 กรัม ปริมาณแคลเซียม 450 มิลลิกรัม นับเป็น 45% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน
· นมข้าวโอ๊ต ปริมาณโปรตีน 2-4 กรัม ปริมาณแคลเซียม 350 มิลลิกรัม นับเป็น ประมาณ 35% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน
· นมข้าว ปริมาณโปรตีน 0.5-1 กรัม ปริมาณแคลเซียม 280-300 มิลลิกรัม นับเป็น 30% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน
· นมพิสตาชิโอ ปริมาณโปรตีน 4-5 กรัม ปริมาณแคลเซียม 300 มิลลิกรัม นับเป็น 30% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน
หมายเหตุ : ข้อมูลเหล่านี้อาจแตกต่างไปตามยี่ห้อ และการเสริมสารอาหารของแต่ละผลิตภัณฑ์
สรุปใครเหมาะกับการดื่มนมประเภทไหนบ้าง?
การเลือกดื่มนมประเภทต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับความต้องการ และข้อจำกัดทางสุขภาพของแต่ละบุคคล ที่นี้เรามาดูกันว่า ใครเหมาะกับการดื่มนมอะไรบ้าง ?
นมวัว
เหมาะสำหรับเด็ก วัยรุ่น และผู้ที่ต้องการเสริมโปรตีน รวมถึงผู้สูงอายุที่ต้องการเสริมแคลเซียม รวมถึงผู้ที่ชื่นชอบรสชาติเข้มข้น และความหอมของนมวัว
นมถั่วเหลือง
เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มหัดดื่ม นมธัญพืช เนื่องจากมีรสชาติที่ทานง่าย รวมถึงผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ แล้วต้องการเพิ่มโปรตีนให้กับร่างกาย
นมอัลมอนด์
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ควบคุมแคลอรี่ และระดับน้ำตาลในเลือด
นมข้าวโอ๊ต
เหมาะสำหรับสายรักษ์โลก ผู้ที่ชอบทานอาหาร Plant Based และมังสวิรัติ
นมข้าว
เหมาะสำหรับผู้สูงวัย โดยเฉพาะผู้สูงวัยที่รับประทานอาหารได้น้อยลง และมีอาการอ่อนเพลีย
นมพิสตาชิโอ
เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มหัดดื่ม นมธัญพืช เพราะทานง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพ และมองหานมทางเลือกที่ให้ประโยชน์หลากหลาย
สรุปแล้ว นมธัญพืช และนมวัวนั้น ต่างก็มีคุณค่าทางโภชนาการที่แตกต่างกัน และมีประโยชน์มากมายต่อร่างกายทั้งคู่ ซึ่งเราสามารถเลือกรับประทานได้ตามเงื่อนไขสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และความชอบส่วนของเรา หวังว่าบทความนี้จะช่วยไขข้อสงสัย และช่วยให้ทุกคนตัดสินใจในการเลือกดื่มนมได้ง่ายขึ้น รวมถึงมีทางเลือกในการดูแลสุขภาพที่มากขึ้นนะคะ สำหรับลูกค้าของกรุงไทย-แอกซ่าประกันชีวิตที่สนใจในการดูแลสุขภาพ สามารถอ่านบทความด้านสุขภาพอื่น ๆ ได้ที่ https://www.krungthai-axa.co.th/th/health-advisories
หากสนใจผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพโดยกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.krungthai-axa.co.th/th/products/health-insurance-and-hospital-income/ihealthy-ultra
แหล่งที่มาของข้อมูล
· คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
· เว็บไซต์พบแพทย์
· เว็บไซต์สังคมผู้สูงอายุ
· เว็บไซต์บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์
