ไม่มีข้อมูล

ค้นหาในทุกหมวด
*โปรดระบุคำค้นหา
07 ธันวาคม 2568

กลางวันไม่ตื่น กลางคืนไม่นอน เสี่ยงโรคร่าเริง (Lychnobite)

ตอนเช้าตื่นไม่ไหว คิดอะไรไม่ออก แต่พอตกกลางคืนกลับสมองแล่น ไอเดียวิ่งฉิว หนุ่มสาววัยทำงานหลายคนที่กำลังประสบปัญหานี้ ลองมาสำรวจตัวเองดูว่าเสี่ยงเป็น โรคร่าเริง ที่ไม่ได้ร่าเริงตามชื่อรึเปล่า เพราะโรคนี้เป็นภัยเงียบที่แฝงโรคร้ายไว้อีกหลายโรค แถมยังส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาวโดยไม่รู้ตัวอีกด้วย

อาการโรคร่าเริง เป็นอย่างไร

โรคร่าเริง (Lychnobite) เป็นโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตแบบผิด ๆ ทำให้นาฬิการ่างกายเพี้ยน ทำงานหามรุ่งหามค่ำ อดหลับอดนอน นอนไม่ตรงเวลา เมื่อมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตผิดเพี้ยนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ร่างกายเหนื่อย อ่อนเพลียในตอนเช้า และมากระฉับกระเฉงตอนกลางคืนแทน

คนที่เป็นโรคร่าเริงนั้น ตอนกลางวันจะมีอาการง่วงนอน หงุดหงิดง่าย ไม่มีสมาธิ ใจลอย อ่อนเพลีย พอตกกลางคืน ร่างกายจะตื่นตัว สมองแล่น มีสมาธิ สามารถทำงานได้ทั้งคืน หากใครคิดว่าไม่เห็นเป็นอะไรเลย แค่ทำงานได้ก็พอ คุณคิดผิดแล้ว เพราะพฤติกรรมเช่นนี้จะส่งผลเสียต่อร่างกายของเราเป็นอย่างมาก

ผลกระทบต่อสุขภาพ จากโรคร่าเริง

โดยปกติแล้ว เมื่อเรานอนหลับในตอนกลางคืน ร่างกายจะได้รับการพักผ่อนเต็มที่ และได้ซ่อมแซมเซลล์ส่วนต่างๆ อีกทั้งร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมน (Growth Hormones) ออกมาในช่วงเที่ยงคืนจนถึงตีสอง ซึ่งโกรทฮอร์โมนนี้มีส่วนสำคัญในการฟื้นฟูร่างกาย ช่วยเผาผลาญพลังงาน และควบคุมความเครียด

ดังนั้น หากเรานอนไม่ตรงเวลา ร่างกายก็จะไม่หลั่งโกรทฮอร์โมนออกมา ทำให้ร่างกายฟื้นฟูได้ไม่เต็มที่ มีอาการอ่อนเพลีย ผิวพรรณเหี่ยว ขาดความชุ่มชื้น มีการเผาผลาญอาหารได้น้อยลง เสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคสมาธิสั้น และอัลไซเมอร์ได้

นอกจากนี้ การนอนตอนกลางวัน ยังส่งผลเสียต่อการทำงานของกระเพาะอาหาร เพราะมื้อเช้าที่ควรกิน กลับไม่กิน น้ำย่อยกัดกระเพาะอาหาร เสี่ยงเป็นโรคกระเพาะ อีกทั้งลำไส้ทำงานผิดปกติ ระบบขับถ่ายแปรปรวน เสี่ยงเป็นโรคมะเร็งลำไส้อีกด้วย

พฤติกรรมเสี่ยงเป็นโรคร่าเริง

·       คนที่ชอบทำงานดึก เล่นเกม ดูหนัง หรืออ่านหนังสือ จนเลยเวลานอนเป็นประจำ

·       ติดเล่นสมาร์ทโฟน หรือคอมพิวเตอร์ก่อนนอน แสงสีฟ้าจากหน้าจอจะกระตุ้นระบบประสาทให้ตื่นตัว และทำให้หลับยากกว่าปกติ

·       คนที่ชอบดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ หรือเครื่องดื่มชูกำลัง จนทำให้ร่างกายเสพติด หากไม่ดื่มก็ไม่มีแรง ส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

การป้องกัน

เมื่อรู้ตัวว่าพฤติกรรมของคุณมีความเสี่ยงที่จะทำให้เป็นโรคร่าเริง ต้องรีบปรับพฤติกรรมโดยด่วน ก่อนที่ร่างกายจะเจ็บป่วยจนมีโรคอื่น ๆ ตามมา โดยเริ่มจากการปรับเวลานอนให้เป็นเวลา สำหรับบางคนอาจจะทำยาก แต่ลองปรับเวลานอนให้ไวขึ้นทีละนิด เพื่อให้โกรทฮอร์โมนทำงานตอนกลางคืน และร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ คุณสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินได้ ด้วยการลดแป้งและน้ำตาลในช่วงกลางวัน เน้นโปรตีนมากขึ้น เพื่อช่วยให้ร่างกายตื่นตัว ลดการดื่มเครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีน ดื่มน้ำเปล่าให้ร่างกายสดชื่น งดเล่นสมาร์ทโฟนก่อนนอนสองชั่วโมง เพียงเท่านี้นาฬิการ่างกายก็จะค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ

แม้ว่าหนุ่มสาววัยทำงานให้ความสำคัญกับเรื่องงานเป็นอันดับแรก คิดว่าการทำงานโต้รุ่งเป็นเรื่องปกติ แต่การนอนหลับพักผ่อนเองก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะหากนอนไม่พอ โรคร้ายต่างๆ นานาก็จะตามมาอีกเพียบ ใครรู้ตัวว่าเสี่ยงเป็นโรคร่าเริง รีบแก้ไขก่อนจะสายเกินไป

 

อ้างอิง

Lychnobite ทำความรู้จัก มนุษย์นกฮูก ตะวันตกฟ้า แล้วข้าจะร่าเริง กลางวันไม่ยอมตื่น กลางคืนไม่ยอมหลับ

‘โรคร่าเริง’ ตัวการความอ่อนเพลีย ภัยร้ายที่ไม่ได้ช่วยให้ร่างกายร่าเริง

กลางวันไม่ตื่น กลางคืนไม่นอน ระวังเป็นโรคร่าเริง

   

 

บทความสุขภาพที่สำคัญ