บ้านที่น่าอยู่ นอกจากจะสวยงามและเป็นระเบียบแล้ว ก็ควรจะเป็นพื้นที่ปลอดภัย และอุ่นใจสำหรับทุกคนในบ้านด้วย โดยเฉพาะครอบครัวไหน ที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ภายในบ้าน ก็ควรจะคำนึงถึงการจัดบ้านที่ปลอดภัยต่อผู้สูงอายุเป็นพิเศษด้วย เพราะหากผู้สูงอายุเกิดสะดุด หกล้ม แล้วต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อรักษาตัวขึ้นมา บอกเลยว่างานนี้ทุกคนในบ้าน ต้องเป็นห่วงและกังวลมาก ๆ อย่างแน่นอน
วันนี้เรามีเคล็ดลับการจัดบ้านให้ปลอดภัย ผู้สูงอายุ เพื่อป้องกันเหตุร้าย หรืออุบัติเหตุต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้กับผู้สูงอายุที่เรารัก มาฝากทุกคนกัน
การจัดบ้านที่ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ เป็นอย่างไร ?
การดูแลบ้านให้ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ ควรให้ความใส่ใจตั้งแต่ การจัดสภาพแวดล้อมภายในบ้าน ให้เหมาะสม โดยต้องคำนึงถึงการจัดวางตำแหน่งสิ่งของและเฟอร์นิเจอร์เป็นหลัก รวมถึงติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้ใช้งานได้ง่าย สะดวกต่อการหยิบจับ โดยคำนึงถึงการมองเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหวร่างกาย และอารมณ์ของผู้สูงอายุเป็นหลัก เพื่อให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกง่ายดาย และปลอดภัยที่สุด เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ ระหว่างที่ลูกหลานออกไปทำงานหรือทำธุระนอกบ้าน
วิธีการจัดบ้านให้ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ
พื้นที่ใช้งาน
ผู้สูงอายุมักมีปัญหาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว จึงควรจัดพื้นที่ใช้สอยสำหรับผู้สูงอายุ ให้อยู่บริเวณชั้น 1 เพื่อที่ผู้สูงอายุจะได้ไม่ต้องขึ้นลงบันไดบ่อย ๆ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้มากเลยทีเดียว นอกจากนี้ควรจัดห้องต่าง ๆ ให้เหมาะสำหรับผู้สูงอายุดังนี้
1. ห้องนอน
· ควรมีพื้นที่อย่างน้อย 16-20 ตารางเมตร สำหรับทำกิจกรรมและงานอดิเรก
· เตียงนอนควรจัดวางให้อยู่ในตำแหน่งที่สามารถเข้า-ออกได้ง่าย โดยมีขนาดความกว้างไม่น้อยกว่า 180 เซนติเมตร สูง 40 เซนติเมตร (ประมานหัวเข่า) เพราะผู้สูงอายุมักจะลุกนั่งและลงจากเตียงลำบาก และพื้นเตียงนอนไม่ควรแข็งหรือนุ่มเกินไป เพราะจะทำให้ลุกยาก หรือทำให้เกิดอาการปวดหลังปวดข้อได้
· พื้นที่ข้างเตียงควรมีระยะหมุน 1.5 เมตร สำหรับผู้สูงอายุที่จำเป็นต้องใช้รถเข็นวีลแชร์ รวมถึงมีราวจับที่ขอบเตียง เพื่อช่วยลดการใช้แรงในการลุกนั่งบนเตียง นอกจากนี้ควรติดตั้งสวิตช์ไฟไว้ที่หัวเตียง และใช้หลอดไฟที่ให้แสงสว่างอย่างเพียงพอ เพื่อความสะดวกต่อการเข้าห้องน้ำในตอนกลางคืน และการทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายในห้องนอน
· ควรมีหน้าต่างบานใหญ่ เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก และทำให้ผู้สูงอายุสามารถรับแสงแดดได้ในทุกเช้า
· ควรติดตั้งปุ่มฉุกเฉิน หรือมีโทรศัพท์ไว้ เมื่อเกิดอุบัติเหตุคนในบ้านจะได้สามารถเข้ามาช่วยได้อย่างทันท่วงที
· ควรมีห้องน้ำในตัวหรืออยู่ใกล้ห้องนอนมากที่สุด เพื่อการใช้งานที่สะดวก และป้องกันไม่ให้ผู้สูงอายุสะดุดหกล้มระหว่างทาง
2. ห้องน้ำ
· ห้องน้ำควรมีระยะห่างจากห้องนอนผู้สูงอายุไม่เกิน 3 เมตร เนื่องจากผู้สูงอายุมักมีปัญหากลั้นปัสสาวะไม่อยู่
· ควรมีพื้นที่อย่างน้อย 1.5 x 2 เมตร เพื่อให้รถเข็นสามารถหมุนกลับตัวได้
· พื้นห้องน้ำควรเป็นพื้นผิวหยาบ ไม่ลื่นเมื่อเปียกน้ำ สามารถใช้วัสดุกันลื่นปูในจุดที่มีความเสี่ยงต่อการหกล้ม และไม่ควรมีพื้นที่ต่างระดับ รวมถึงสามารถระบายน้ำได้ดีไม่มีน้ำขังขณะอาบน้ำ
· แบ่งพื้นที่ส่วนเปียกและส่วนแห้ง โดยใช้ผนังกั้น หรือใช้ลายกระเบื้องสีต่างกันแทนการใช้พื้นที่ต่างระดับ เพื่อความชัดเจนในการมองเห็นของผู้สูงอายุ และช่วยลดอุบัติเหตุ
· ควรใช้โถส้วมแบบนั่งแทนส้วมแบบนั่งยอง
· ควรมีเก้าอี้สำหรับนั่งอาบน้ำ และติดตั้งราวจับตามจุดที่ต้องระมัดระวัง อย่างบริเวณโถส้วมและพื้นที่อาบน้ำ โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3.5 เซนติเมตร สูงจากพื้น 80 เซนติเมตร ระยะห่างจากผนัง 5 เซนติเมตร
· ใต้อ่างล้างหน้าควรปล่อยโล่งให้รถเข็นสามารถเข้าได้ ส่วนก๊อกน้ำควรเลือกแบบก้านโยกปัดข้าง เพื่อที่ผู้สูงอายุจะได้ไม่ต้องออกแรงมาก
3. ห้องนั่งเล่น
· ควรจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่กีดขวางทางเดิน และไม่ควรวางของที่ไม่จำเป็นกีดขวางพื้นที่
· ควรใช้สีของเฟอร์นิเจอร์ตัดกับสภาพแวดล้อมภายนอก เพื่อการมองเห็นที่ชัดเจนของผู้สูงอายุ
· จัดห้องให้มีพื้นที่ว่างเพียงพอ ที่สะดวกต่อการให้รถเข็นวีลแชร์ผ่าน
· จัดบรรยากาศปลอดโปร่ง แสงสว่างเข้าถึง และอากาศมีถ่ายเท ควรมีม่านปรับแสง สำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านการมองเห็น มีปัญหาเรื่องดวงตาไวต่อแสง หรือมีปัญหาเรื่องต้อกระจก
4. พื้นที่ภายนอกรอบ ๆ ตัวบ้าน
· มีพื้นที่ในการปลูกต้นไม้ หรือจัดสวนเล็ก ๆ สร้างบรรยากาศสดชื่นบริเวณรอบ ๆ บ้าน ให้ผู้สูงอายุสามารถมานั่งชมวิว เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ และคลายเหงา
· วัสดุที่ใช้ตกแต่งสวนควรเป็นสีโทนร้อน เช่น อิฐแดง อิฐมอญโบราณ อิฐปูพื้น หลีกเลี่ยงวัสดุสีอ่อน เช่น สีฟ้า สีเทา สีเหลือง เนื่องจากผู้สูงอายุมักมีปัญหาสายตาพร่ามัว
สิ่งอำนวยความสะดวกและสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ภายในบ้าน
นอกจากการจัดบ้านโดยออกแบบพื้นที่ห้องต่าง ๆ ของผู้สูงอายุ ให้เหมาะกับการใช้งานแล้ว การคำนึงถึงสิ่งอำนวยความสะดวก การป้องกันการหกล้ม ผู้สูงอายุ และสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ภายในบ้าน ก็สำคัญไม่แพ้กัน เรามาดูกันดีกว่าว่า จะสามารถจัดการอย่างไรได้บ้าง ?
· ประตู ควรเป็นบานเลื่อน เพราะใช้แรงในการเปิดน้อยกว่า และควรมีความกว้างอย่างน้อย 90 เซนติเมตร เพื่อให้รถเข็นวิลแชร์ผ่านได้ และไม่ควรมีธรณีประตูเพราะจะทำให้สะดุดล้ม
· พื้นห้อง ควรปูพื้นห้องด้วยวัสดุพื้นผิวที่มีคุณสมบัติช่วยดูดซับแรงกระแทก ซึ่งจะสามารถช่วยลดความรุนแรงจากการหกล้มได้ และควรเป็นวัสดุกันลื่น นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการมีพื้นต่างระดับภายในบ้าน รวมถึงการปูพรม เพราะกักเก็บฝุ่น และเป็นอุปสรรคต่อรถเข็นวีลแชร์ นอกจากนี้ยังอาจจะเกิดการสะดุดหกล้มได้อีกด้วย
· ทางเดิน ความกว้างไม่น้อยกว่า 70 เซนติเมตร และไม่ควรวางสิ่งของบนพื้น หรือเกะกะขวางทางเดิน
· แสงสว่าง สวิตซ์ไฟควรอยู่ในตำแหน่งที่ ผู้สูงอายุสามารถใช้งานสะดวก สามารถเอื้อมถึงได้ โดยที่ไม่ต้องก้มหรือต้องลุกขึ้นยืนทุกครั้ง เมื่อต้องการใช้งาน รวมถึงควรมีขนาดที่ใหญ่กว่าปกติ เพื่อความสะดวกต่อการเปิด-ปิด หรือสามารถติดตั้งระบบไฟส่องสว่างนำทางอัตโนมัติภายในบ้าน เพื่อความสะดวกที่มากยิ่งขึ้น
· เฟอร์นิเจอร์ ไม่มีมุมแหลมคม หากเป็นมุมเหลี่ยม ควรติดยางกันกระแทกตามมุมเหลี่ยมต่าง ๆ ของเฟอร์นิเจอร์ และเอื้ออำนวยต่อการใช้งานของผู้สูงอายุที่ต้องใช้รถเข็น โดยโต๊ะควรมีความสูงที่ใช้งานสะดวกไม่เกิน 75 เซนติเมตร และไม่ควรมีลิ้นชัก เพราะจะทำให้รถเข็นเข้าออกยาก ส่วนเก้าอี้ผู้สูงอายุควรมีพนักพิงและที่วางแขน เพื่อช่วยในการพยุงตัว
· ราวจับ ควรติดตั้งไว้ตามบริเวณผนังทางเดิน โดยใช้วัสดุผิวเรียบ ความสูงจากพื้น 80-90 เซนติเมตร เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถจับเพื่อพยุงตัวเองในระหว่างเดิน หรือสามารถจับคว้าได้ เมื่อเกิดการสะดุดหกล้ม ซึ่งสามารถช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุรุนแรงได้
· เครื่องใช้ไฟฟ้า ควรเก็บและเดินสายไฟให้เป็นระเบียบ เพื่อป้องกันการสะดุดหกล้ม
· อุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ ของผู้สูงอายุ ควรอยู่ในตำแหน่งที่หยิบจับง่าย และมีการเสริมที่จับให้มีขนาดใหญ่ขึ้น รวมถึงมีน้ำหนักเบา และไม่แตกหักง่าย
· กล้องวงจรปิด หากผู้สูงอายุต้องอาศัยอยู่บ้านเพียงลำพังบ่อย ควรติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ เพื่อที่คนในบ้านจะได้สามารถช่วยเหลือผู้สูงอายุได้ทันท่วงที เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น โดยอาจติดตั้งไว้ตามจุดสำคัญ เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น เป็นต้น
· ปุ่มฉุกเฉินหรือโทรศัพท์ ควรติดตั้งไว้ตามจุดสำคัญต่าง ๆ เพื่อที่ผู้สูงอายุจะได้ขอความช่วยเหลือได้ง่ายเมื่อเกิดอุบัติเหตุ คนในบ้านจะได้สามารถเข้ามาช่วยได้อย่างทันท่วงที
สุดท้ายนี้อย่าลืมว่า บ้านคือวิมานของเราทุกคน ฉะนั้นจัดบ้านทุกครั้ง ก็อย่าลืมนึกถึงผู้สูงอายุภายในบ้าน เพื่อความสบายใจและความปลอดภัยของผู้สูงอายุที่เรารักกัน และสำหรับใครที่กำลังมองหาประกันสำหรับผู้สูงอายุ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.krungthai-axa.co.th/th/products/health-insurance-and-hospital-income/ihealthy-ultra
แหล่งที่มาของข้อมูล
· Nexter Living Co., Ltd.
· โรงพยาบาลมนารมย์
· กรมกิจการผู้สูงอายุ
· เอสซีจี สมาร์ท ลีฟวิ่ง
· เซ็นจูรี่แคร์ ศูนย์ดูแลพักฟื้นผู้ป่วยและกายภาพบำบัด
