ใครที่เริ่มรู้สึกว่าตัวเองสมาธิสั้น กระวนกระวายใจ ต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถดูบ่อย ๆ โดยไม่มีสาเหตุ นี่อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าคุณกำลังเสพติดโซเชียลมากเกินไป และต้องรีบทำ Social Detox โดยด่วนก็เป็นได้
สังเกตไหมว่า ช่วงหลังมานี้กิจกรรมแรกที่เรามักทำหลังตื่นนอน ไม่ใช่การลุกขึ้นไปอาบน้ำแปรงฟัน แต่เป็นการหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กว่ามีแจ้งเตือนอะไรเด้งขึ้นมาบ้างแทน ส่งผลให้ความเครียดถาโถมใส่เราตั้งแต่ลืมตาตื่นจนกระทั่งหลับตานอน สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อสุขภาพจิตของเราโดยตรง หากปล่อยทิ้งเอาไว้นาน ๆ นอกจากสุขภาพใจเราจะพังแล้ว สุขภาพกายก็จะพังตามไปด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ความเครียดถาโถมใส่ไปมากกว่านี้ เราจึงอยากชวนทุกคนไปทำความรู้จักการ “โซเชียลดีท็อกซ์” เพื่อจัดการกับความเครียดที่เกิดจากโลกโซเชียลอย่างถูกวิธีกันว่าทำอย่างไรเราถึงจะเล่นโซเชียลได้อย่างเป็นสุข
ความเครียดจากโลกออนไลน์คืออะไร
ความเครียดจากโลกออนไลน์ คือ ภาวะการเสพข่าว ภาพ วิดีโอ หรือเนื้อหาบนโลกออนไลน์มากเกินไปจนส่งผลกระทบต่อร่างกาย และจิตใจ ทำให้เกิดความเครียด วิตกกังวล อารมณ์แปรปรวนง่าย และไม่สามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เป็นเวลานาน ในรายที่ติดโซเชียลมีเดียรุนแรงอาจถึงขั้นไม่สามารถควบคุมการเสพสื่อได้จนส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันได้เลยทีเดียว
สัญญาณบ่งบอกว่าคุณกำลังเสพติดโลกออนไลน์ มีอะไรบ้าง
· ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ มักหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูบ่อย ๆ โดยไม่มีสาเหตุ
· ใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันไปกับโซเชียลมีเดีย
· ใช้เวลากับผู้อื่นน้อยลง
· เบื่อง่าย ขี้หงุดหงิด
· ไม่มีสมาธิในการทำงาน
· รู้สึกอึดอัดใจ และวิตกกังวลเมื่อไม่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้
· ใช้โซเชียลมีเดียระบายอารมณ์ด้านลบ
Social Detox คืออะไร จำเป็นแค่ไหน
โซเชียลดีท็อกซ์ เป็นการลดระยะเวลาการใช้โซเชียลมีเดียลง หรือบำบัดพฤติกรรมการใช้สื่อโซเชียล เพื่อให้เราออกห่างจากสื่อโซเชียล หรือสังคมออนไลน์มากขึ้น พึ่งพาเทคโนโลยีให้น้อยลง ร่างกาย และจิตใจจะได้ฟื้นฟูจากความเครียดที่เกิดจากการเล่นโซเชียลมีเดียมากเกินไป ก่อนจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
ความเครียดส่งผลกระทบอะไรต่อตัวเราบ้าง
· สมาธิสั้น
· ปวดตา มองไม่ชัด หรือสมองตื้อไปชั่วขณะ
· มีปัญหาด้านการนอนหลับ หลับไม่สนิท กระสับกระส่าย
· ขาดความมั่นใจในตัวเอง
· มีปัญหาด้านอารมณ์ เช่น ฉุนเฉียว หงุดหงิดง่าย เครียด หรือเสี่ยงเป็นภาวะซึมเศร้า
· ปวดไมเกรน เหนื่อยล้าง่าย
· ขาดความกระตือรือร้น
· น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น
· ไม่สามารถโฟกัสกับการทำงาน หรือการเรียนได้อย่างเต็มที่จนทำให้ประสิทธิภาพลดลง
เทคนิค Social Detox เพื่อจัดการกับความเครียด
· จำกัดเวลาการใช้งานโทรศัพท์ พยายามบังคับตัวเองให้จับสมาร์ทโฟน หรือเล่นอินเทอร์เน็ตน้อยลง ในช่วงแรกอาจกำหนดให้พักทุก 30 นาทีก็ได้ จากนั้นค่อยเพิ่มเวลาพักให้นานขึ้น
· ปิดการแจ้งเตือนบางอย่าง เพื่อป้องกันไม่ให้เราเผลอกดเข้าไปดูบ่อย ๆ แล้วอย่าลืมคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองเผลอหยิบมาดูเวลาหน้าจอสว่างขึ้นมา
· งดเล่นโทรศัพท์ก่อนนอน เนื่องจากแสงไฟจากจอโทรศัพท์จะกระตุ้นประสาทสัมผัสของเราให้ตื่นตัวมากขึ้น และลดสารเมลาโทนินที่ช่วยให้การนอนหลับลง ทำให้เรานอนหลับยากนั่นเอง
· ทำโซเชียลดีท็อกซ์ในวันหยุด เพื่อให้วันหยุดเป็นวันพักผ่อนจริง ๆ ให้เราได้ใช้ชีวิตอยู่นอกจอ มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งรอบตัว และคนรอบข้างมากขึ้น
· หากิจกรรมอื่น ๆ ทำระหว่างวัน เพื่อให้ตัวเองหักห้ามใจไม่ให้จับโทรศัพท์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ คุยกับครอบครัว ออกไปกินข้าวนอกบ้าน ฟังเพลง หรือช้อปปิ้ง ถ้าเราดึงตัวเองออกจากโลกออนไลน์ได้มากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งมีความสุขกับโลกออฟไลน์มากขึ้นตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการติดโซเชียลมีเดียจะเป็นแค่ภาวะหนึ่งที่สามารถดูแลรักษาให้หายขาดได้ แต่ถ้าปล่อยให้ลุกลามก็อาจส่งผลกระทบร้ายแรงจนเกิดเป็นโรคร้ายได้เช่นกัน ดังนั้น วันไหนที่เรารู้สึกว่าเริ่มติดโซเชียลมีเดียมากเกินไป เริ่มไม่มีความสุข และอารมณ์ฉุนเฉียว ให้รีบทำ Social Detox เพื่อดึงตัวเองออกมาทันที แต่ถ้าทำแล้วยังรู้สึกเครียด เศร้า หรือหดหู่ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเข้ารับการรักษาที่เหมาะสมต่อไปจะดีที่สุด สำหรับลูกค้ากรุงไทย-แอกซ่าประกันชีวิต ที่สนใจในการดูแลสุขภาพสามารถอ่านบทความด้านสุขภาพอื่น ๆ ได้ที่ https://www.krungthai-axa.co.th/th/health-advisories
หากสนใจผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพโดยกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) และผู้ป่วยใน (IPD) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.krungthai-axa.co.th/th/products/health-insurance-and-hospital-income/ihealthy-ultra
แหล่งที่มาของข้อมูล
· เว็บไซต์พบแพทย์
· กรุงเทพประกันชีวิต
