ไม่มีข้อมูล

*โปรดระบุคำค้นหา
ค้นหาในทุกหมวด

กรุงไทย-แอกซ่า เทเลเฮลท์

กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านสุขภาพ นำเสนอบริการใหม่ด้านสุขภาพ ผ่านโมบายแอปพลิเคชัน โดยลูกค้าสามารถพบแพทย์ได้จากที่บ้าน พร้อมส่งยาถึงบ้าน

TeleHealth

TeleHealth มิติใหม่ของการพบแพทย์

สำหรับลูกค้ารายบุคคล ท่านสามารถดาวน์โหลด และลงทะเบียนแอปพลิเคชัน

Emma by AXA เพื่อเข้าใช้บริการเทเลเฮลท์

เมื่อลงทะเบียนแอปพลิเคชัน Emma by AXA เรียบร้อยแล้ว ท่านสามารถกดปุ่ม “Telehealth” และยืนยันหมายเลขกรมธรรม์ของท่าน ท่านก็จะสามารถใช้บริการได้ทันที ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ที่ App Store และ Google Play

สำหรับลูกค้าประกันกลุ่ม ท่านสามารถดาวน์โหลด

ลงทะเบียนแอปพลิเคชัน CLIKCNIC เพื่อเข้าใช้บริการเทเลเฮลท์

เมื่อลงทะเบียนแอปพลิเคชัน CLICKNIC เรียบร้อยแล้ว ท่านสามารถกดปุ่ม “ข้อมูลส่วนตัว” ที่มุมขวาล่าง และไปที่ “กรมธรรม์ของฉัน” เลือก “กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต” จากนั้น ระบุหมายเลขกรมธรรม์ (Policy Number) และเลขที่สมาชิก (Certificate No.) เช่น 810xxxxx หรือ CSxxxxxx และ 00xxx/0x ท่านก็จะสามารถใช้บริการได้ทันที ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ที่ App Store และ Google Play

9 ข้อควรรู้ของ TeleHealth
1. TeleHealth คืออะไร

TeleHealth เป็นบริการพบแพทย์ออนไลน์ที่ครบวงจรเสมือนลูกค้าไปโรงพยาบาล โดยมีบริการต่างๆ ได้แก่ ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ การสั่งจ่ายยา และส่งยาถึงบ้าน

2. TeleHealth มีค่าบริการหรือไม่

ค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ TeleHealth ประกอบด้วย ค่าบริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ และในกรณีที่ลูกค้าเลือกรับยา จะมีค่ายาในการรักษาจากร้านยา

3. ใครสามารถใช้ TeleHealth ได้

- ลูกค้ากรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิตที่สถานะกรมธรรม์มีผลบังคับ หรือ มีสถานะคุ้มครองตามสัญญา
- ลูกค้ารายเดี่ยวและสมาชิกประกันกลุ่มที่มีสิทธิความคุ้มครองผลประโยชน์ผู้ป่วยนอก (OPD) ท่านสามารถใช้บริการ TeleHealth ได้โดยไม่ต้องสำรองจ่าย
- ลูกค้ารายเดี่ยวและสมาชิกประกันกลุ่มที่ไม่มีสิทธิความคุ้มครองผลประโยชน์ผู้ป่วยนอก (OPD) ท่านสามารถใช้บริการ TeleHealth ได้ตามปกติ แต่ท่านต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง
- สำหรับลูกค้าประกันกลุ่ม กรมธรรม์ของท่านจะต้องมีสิทธิความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล (Medical Expenses)
*ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการใช้บริการ TeleHealth โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

4. ประโยชน์ของ TeleHealth

TeleHealth ให้บริการผ่านแอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือ ที่สะดวกรวดเร็ว ช่วยให้ท่านประหยัดเวลา ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องรอคิวในการเข้าถึงการปรึกษาปัญหาด้านสุขภาพ

5. สถานการณ์ใดไม่ควรใช้ TeleHealth

- บริการ TeleHealth ไม่เหมาะกับกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินที่ต้องการการรักษาทางการแพทย์เร่งด่วน เช่น ถ้าลูกค้ามีอาการเจ็บหน้าอก หายใจไม่สะดวก หรือ เกิดอุบัติเหตุ ลูกค้าควรไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที

- บริการ TeleHealth ไม่แนะนำในเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี กรณีเด็กอายุ 5-15 ปี ควรใช้บริการ TeleHealth ภายใต้การดูแลของผู้ปกครอง

- การให้คำปรึกษา และบริการทางการแพทย์ผ่าน TeleHealth เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้นตามข้อมูลที่แพทย์ได้รับจากผู้รับบริการ ไม่ถือเป็นการวินิจฉัยทางการแพทย์

6. TeleHealth เหมาะกับอาการป่วยประเภทใด

ลูกค้าสามารถใช้ Telehealth เพื่อปรึกษาแพทย์ได้ เมื่อลูกค้ามีอาการเจ็บป่วยทั่วไป สามารถรักษาด้วยยาและดูแลตัวเองที่บ้านได้ หรือทางการแพทย์เรียกว่า Simple diseases เช่น ท้องเสีย เป็นหวัด ออฟฟิสซินโดรม เป็นต้น

7. เวลาให้บริการ TeleHealth และเขตพื้นที่จัดส่งยา

TeleHealth เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 07:30 น. - 19:30 น. และมีบริการส่งยาในเวลา 08:00 น. - 20:00 น. ในเขตพื้นที่ จังหวัดกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล อันได้แก่ สมุทรปราการ, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรสาคร, นครปฐม และบริการส่งยาในเวลา 08:00 น. - 16:00 น. ในเขตพื้นที่จังหวัด ชลบุรี ระยอง จันทบุรี สงขลา เชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่น นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา และฉะเชิงเทรา

8. สำหรับเด็กอายุ 5 -15ปี สามารถใช้ TeleHealth ได้หรือไม่ อย่างไร

สำหรับเด็ก 5 -15ปี ที่มีกรมธรรม์กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิตเป็นของตัวเองสามารถใช้บริการเทเลเฮลท์ได้ตามปกติ โดยที่จะต้องอยู่ในการดูแลของผู้ปกครอง ซึ่งผู้เอาประกันจำเป็นจะต้องมีเบอร์โทรศัพท์เป็นของตัวเองในการดาวน์โหลดและลงทะเบียนแอปพลิเคชัน Emma by AXA

9. ขั้นตอนการจัดส่งยาจาก TeleHealth

เมื่อลูกค้าปรึกษาแพทย์เรียบร้อยแล้ว ภายในระยะเวลาไม่เกิน 15 นาที ลูกค้าจะได้รับโทรศัพท์จากเภสัชกร อธิบายการใช้ยาและข้อควรระวังต่างๆ โดยท่านสามารถปรึกษาเรื่องยาเพิ่มเติม ขอลดจำนวนยา หรือเลือกรับยาเพียงบางรายการได้ หากมียาเดิมอยู่แล้ว

หมายเหตุ : สำหรับแบบประกัน iHealthy, Flexi Health และ Group Health ที่ลูกค้าเลือกซื้อยาเองจากร้านยา สามารถส่งเอกสารประกอบการเรียกร้องสินไหม ดังนี้

1. สำเนาบัตรประชาชน

2. ใบสั่งยาฉบับจริง หรือสามารถระบุเพียงเลขที่ขอคำปรึกษาที่ได้รับจากระบบแทนได้

3. ใบเสร็จรับเงินจากร้านยาที่จดทะเบียนถูกต้อง โดยจะต้องประกอบด้วยข้อมูลต่อไปนี้

- ชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ ของร้านยา

- วันที่ใช้บริการ (ต้องซื้อยาภายใน 2 วันนับจากวันที่ได้รับใบสั่งยา)

- ชื่อ-สกุล ของผู้เอาประกันภัย

- รายการยา พร้อมจำนวนและราคา

- ชื่อ-สกุล และเลขที่ใบประกอบวิชาชีพ (ถ้ามี) ของเภสัชกรผู้ทำการจ่ายยา

4. สามารถส่งเอกสารเรียกร้องสินไหมได้ที่

- ศูนย์บริการลูกค้า กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ทุกสาขา

- กรณีที่ค่าใช้จ่ายไม่เกิน 3,000 บาท สามารถส่งรูปถ่ายเอกสารทางออนไลน์ โดยล็อคอินผ่านระบบ MyAXAHealth ที่ https://www.myaxahealth.com

หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามได้ที่ 1159 ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ยังคงมุ่งมั่นสนับสนุน พร้อมเป็นเพื่อนคู่คิดแก่ท่าน เพื่อให้ท่านได้มีสุขภาพที่ดี และมีชีวิตที่ดีขึ้นตามใจปรารถนา

แบบประกันที่น่าสนใจ ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ