ไม่มีข้อมูล

ค้นหาในทุกหมวด
*โปรดระบุคำค้นหา
27 มกราคม 2569

Co-payment vs Deductible ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนประหยัดเบี้ยสุด

ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี?

Co-payment คือการร่วมจ่ายค่ารักษาที่ได้รับความคุ้มครองจากแผนประกัน (เช่น จ่าย 20% ทุกครั้ง) ส่วน Deductible คือการจ่ายส่วนแรกก่อน แล้วประกันจ่ายให้ 100% ในส่วนที่เหลือที่ได้รับความคุ้มครอง หากคุณสุขภาพดีไม่ค่อยป่วย เลือก Deductible แบบรายปี จะช่วยประหยัดเบี้ยได้ 20-35%

Co-payment vs Deductible

● Co-payment = ร่วมจ่ายทุกครั้งที่เคลม (เช่น 20% ของค่ารักษา)

● Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรก) = จ่ายส่วนแรกก่อน เกินจากนั้นจะได้รับความคุ้มครองตามแบบประกัน

● Deductible ช่วยประหยัดเบี้ยได้ 20-30% เหมาะกับคนสุขภาพดีไม่ค่อยป่วย

● iHealthy Ultra จาก Krungthai-AXA มีให้เลือกทั้งสองแบบ

หลายคนสับสนระหว่าง Co-payment และ Deductible ใน ประกันสุขภาพ ทั้งสองคำนี้เป็นกลไกที่ช่วยลดเบี้ยประกันได้ แต่ทำงานต่างกันโดยสิ้นเชิง การเลือกผิดอาจทำให้จ่ายเงินมากกว่าที่ควรเมื่อถึงเวลาใช้จริง บทความนี้จะอธิบายความแตกต่างของทั้งสองระบบอย่างละเอียด พร้อมตัวอย่างการคำนวณจริง

Co-payment คืออะไร?

Co-payment ประกันสุขภาพ คือ รูปแบบการร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลระหว่างผู้เอาประกันและบริษัทประกัน โดยทุกครั้งที่เคลม ผู้เอาประกันต้องจ่ายเป็นเปอร์เซ็นต์ที่กำหนดไว้ ส่วนที่เหลือบริษัทประกันจะเป็นผู้จ่าย

ตัวอย่างการคำนวณ: หากค่ารักษาพยาบาล 100,000 บาท และมี Co-pay 20% ผู้เอาประกันต้องจ่ายเอง 20,000 บาท ส่วนบริษัทประกันจ่าย 80,000 บาท

● ข้อดี: เบี้ยประกันถูกลงกว่าแบบไม่มี Co-pay

● ข้อสังเกต: ต้องจ่ายเองทุกครั้งที่เคลม ยิ่งค่ารักษาสูง ยิ่งต้องจ่ายมาก

Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรก) คืออะไร?

Deductible หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก คือ ส่วนแรกของค่ารักษาพยาบาลที่ผู้เอาประกันต้องรับผิดชอบเองก่อน หากค่ารักษาเกิน Deductible ที่กำหนด ส่วนที่เกินประกันจะจ่ายให้ 100%

ตัวอย่างการคำนวณ: หาก Deductible 30,000 บาท และค่ารักษา 100,000 บาท ผู้เอาประกันจ่ายเอง 30,000 บาท ส่วนบริษัทประกันจ่าย 70,000 บาท (100%)

● ข้อดี: เบี้ยประกันถูกลงมาก และหากค่ารักษาเกิน Deductible ประกันจ่าย 100%

● ข้อสังเกต: ในแผนรายครั้งต้องจ่ายส่วนแรกเสมอ ไม่เหมาะกับคนที่ต้องพบแพทย์บ่อย

*ประกันสุขภาพกรุงไทยแอกซ่าเป็นแผนรายปี จ่ายค่า Deductible เพียงครั้งเดียวต่อปีเท่านั้น

เปรียบเทียบ Co-payment vs Deductible

Co-payment เหมาะกับคนที่เจ็บป่วยบ่อยและต้องการแบ่งเบาภาระทุกครั้ง แต่ยังกังวลว่าหากเคลมบ่อยแล้วจะมีโอกาสที่เบี้ยจะแพงมากขึ้น จากมาตรฐานประกันสุขภาพใหม่ในปี 2568 ส่วน Deductible เหมาะกับคนสุขภาพดีที่ไม่ค่อยเจ็บป่วย เพราะจะจ่ายน้อยกว่าในระยะยาว Deductible ยังช่วยประหยัดเบี้ยได้มากกว่า อาจถึง 20-35%

เลือกประกันสุขภาพแบบมี Deductible ประหยัดเบี้ยได้เท่าไหร่?

การเลือกแผนที่มี Deductible สามารถลดเบี้ยประกันได้อย่างมีนัยสำคัญ:

● แบบไม่มี Deductible: เบี้ยเต็มราคาตามแผน

● แบบมี Deductible 30,000 บาท: ประหยัดเบี้ยประมาณ 20-25%

● แบบมี Deductible 100,000 บาท: ประหยัดเบี้ยประมาณ 30-35%

วิธีเลือกแผนประกันให้เหมาะสมกับสุขภาพของตัวเอง

คนสุขภาพดี ไม่ค่อยป่วย: เลือก Deductible สูง ช่วยประหยัดเบี้ยในระยะยาว และหากเจ็บป่วยหนักประกันก็ยังครอบคลุม 100%

คนต้องการความอุ่นใจสูงสุด: เลือกแบบไม่มีส่วนร่วมจ่าย เบี้ยสูงกว่าแต่ไม่ต้องควักกระเป๋าเพิ่มเมื่อเคลม

คนมีสวัสดิการ รพ. อยู่แล้ว: เลือก Deductible เพื่อเป็นความคุ้มครองส่วนเกินจากสวัสดิการ

คำถามที่พบบ่อย

Q: Co-payment กับ Deductible อันไหนดีกว่า?

A: ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละคน หากคุณสุขภาพดีไม่ค่อยป่วย Deductible จะช่วยประหยัดเบี้ยได้มากกว่า แต่หากคุณต้องพบแพทย์บ่อย Co-payment อาจเหมาะกว่าเพราะช่วยแบ่งเบาภาระในแต่ละครั้ง

Q: เลือก Deductible แล้วเปลี่ยนใจได้ไหม?

A: ทำได้ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตอนต่ออายุกรมธรรม์ในปีถัดไป

Q: Deductible นับต่อครั้งหรือต่อปี?

A: มีทั้ง 2 แบบทั้งแต่ครั้ง และนับต่อปี (ต่อรอบกรมธรรม์) โดย iHealthy Ultra จะเป็บแบบรายปี หมายความว่าเมื่อจ่าย Deductible ครบแล้วในปีนั้น การเคลมครั้งต่อไปประกันจะจ่ายให้ 100%

Q: Deductible เท่าไหร่ถึงจะคุ้ม?

A: ขึ้นอยู่กับงบประมาณและสุขภาพของคุณ โดยทั่วไป Deductible 30,000 บาท ช่วยประหยัดเบี้ย 20-25% ส่วน Deductible 100,000 บาท ประหยัดได้ถึง 30-35% เหมาะกับคนที่มีเงินสำรองและสุขภาพดี

Q: มีสวัสดิการบริษัทอยู่แล้ว ควรเลือกแบบไหน?

A: แนะนำเลือกแบบมี Deductible เพื่อเป็นความคุ้มครองส่วนเกินจากสวัสดิการบริษัท โดยตั้ง Deductible ให้เท่ากับหรือต่ำกว่าวงเงินสวัสดิการที่มี จะช่วยประหยัดเบี้ยได้มากและยังได้ความคุ้มครองเต็มที่

Q: สัญญาแบบมี Copay ดีไหม?

A: ดีสำหรับคนที่ต้องการเบี้ยประกันถูกลงแต่ยังต้องการความคุ้มครองในทุกการเคลม เหมาะกับคนที่พบแพทย์เป็นประจำและต้องการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละครั้ง

เลือกแบบประกันที่ที่ใช่สำหรับคุณ

ทั้ง Co-payment และ Deductible ต่างมีข้อดีแตกต่างกันไป การเลือกขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ สุขภาพ และงบประมาณของแต่ละคน iHealthy Ultra จาก Krungthai-AXA มีตัวเลือกหลากหลายให้คุณปรับแต่งความคุ้มครองได้ตามต้องการ

*ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียด ความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

Blog เด่นวันนี้