ไม่มีข้อมูล

ค้นหาในทุกหมวด
*โปรดระบุคำค้นหา
29 มกราคม 2569

120วัน โรคร้ายแรง & UCEP คืออะไร: ระยะรอคอยประกันสุขภาพที่ต้องรู้

  • ระยะรอคอย = ช่วงเวลาที่ต้องรอก่อนความคุ้มครองเริ่มต้น ประกันสุขภาพ รอคอยกี่วัน ขึ้นอยู่กับประเภทโรค
  • 30 วัน: โรคทั่วไป / 120 วัน โรคร้ายแรง, ผ่าตัด / 12 เดือน: คลอดบุตร
  • UCEP = สิทธิฉุกเฉินวิกฤต ใช้ได้ทันทีทุกโรงพยาบาล
  • อุบัติเหตุไม่มีระยะรอคอย คุ้มครองทันทีตั้งแต่วันแรก

หลายคนทำประกันสุขภาพแล้วเข้าใจว่าสามารถใช้สิทธิ์ได้ทันที แต่ความจริงแล้วประกันส่วนใหญ่มี "ระยะเวลารอคอย" ที่ต้องรอก่อนความคุ้มครองจะเริ่มมีผล คำถามที่พบบ่อยคือ ประกันสุขภาพ รอคอยกี่วัน และ ระยะเวลารอคอย โรคร้ายแรง เท่าไหร่

บทความนี้จะอธิบายระยะเวลารอคอยประเภทต่างๆ รวมถึง 120 วัน โรคร้ายแรง และแนะนำสิทธิ UCEP ที่ช่วยคุ้มครองในกรณีฉุกเฉินวิกฤตได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ

ระยะเวลารอคอยคืออะไร? ระยะเวลารอคอย (Waiting Period) คือช่วงเวลาหลังจากกรมธรรม์เริ่มมีผลบังคับ ที่ผู้เอาประกันยังไม่สามารถเคลมค่ารักษาบางประเภทได้ ระยะเวลารอคอย หมายถึงช่วงเวลาที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันสุขภาพ ซึ่งผู้เอาประกันจะยังไม่ได้รับความคุ้มครองสำหรับการเจ็บป่วยบางประเภท โดยเริ่มนับตั้งแต่วันที่กรมธรรม์มีผลบังคับ ตัวอย่างเช่น หากกรมธรรม์เริ่มวันที่ 1 มกราคม และมีระยะรอคอย 30 วัน ผู้เอาประกันจะได้รับความคุ้มครองสำหรับโรคทั่วไปตั้งแต่วันที่ 31 มกราคมเป็นต้นไป

เหตุผลที่มีระยะเวลารอคอย บริษัทประกันกำหนดระยะเวลารอคอยด้วยเหตุผลหลัก ดังนี้: ป้องกันการทำประกันเมื่อรู้ว่าตัวเองจะป่วย (Adverse Selection) รักษาความเป็นธรรม ให้กับผู้เอาประกันทุกคน ควบคุมต้นทุน และรักษาเบี้ยประกันให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ป้องกันการฉ้อฉล ในระบบประกันภัย

ระยะรอคอยแต่ละประเภท ประกันสุขภาพ รอคอยกี่วัน นั้นขึ้นอยู่กับประเภทของโรคและการรักษา โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก: ตารางสรุประยะเวลารอคอย: ประเภท ระยะรอคอย ตัวอย่างโรค/กรณี หมายเหตุ โรคทั่วไป 30 วัน ไข้หวัด ท้องเสีย ภูมิแพ้ กระเพาะอาหารอักเสบ นับจากวันที่กรมธรรม์มีผล 120 วัน โรคร้ายแรง 120 วัน มะเร็ง หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไส้เลื่อน นิ่ว ต้อกระจก รวมการผ่าตัดเฉพาะทาง คลอดบุตร 12 เดือน ฝากครรภ์ คลอดธรรมชาติ ผ่าคลอด ภาวะแทรกซ้อน วางแผนล่วงหน้าได้ อุบัติเหตุ 0 วัน (ทันที) รถชน ตกบันได กระดูกหัก ของมีคมบาด คุ้มครองตั้งแต่วันแรก

30 วัน: โรคทั่วไป โรคทั่วไปมีระยะรอคอย 30 วัน นับจากวันที่กรมธรรม์มีผลบังคับ ตัวอย่างโรคที่อยู่ในกลุ่มนี้: ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ ภูมิแพ้ ผื่นคัน กระเพาะอาหารอักเสบ ทางเดินปัสสาวะอักเสบ

120 วัน โรคร้ายแรง: มะเร็ง, ไส้เลื่อน, นิ่ว, ต้อกระจก 120 วัน โรคร้ายแรง และการผ่าตัดเฉพาะทาง มีระยะรอคอยยาวกว่าโรคทั่วไป เพราะเป็นโรคที่มักมีอาการมาก่อนและต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูง: โรคมะเร็งทุกชนิด โรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง ไส้เลื่อน (Hernia) นิ่วในไต นิ่วในถุงน้ำดี ต้อกระจก ต้อหิน ริดสีดวงทวาร ต่อมทอนซิลอักเสบ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) ถุงน้ำทุกชนิด (Cyst) สำหรับ ระยะเวลารอคอย โรคร้ายแรง ผู้เอาประกันควรวางแผนล่วงหน้าและทำประกันก่อนที่จะมีอาการ ทั้งนี้ รายละเอียดขึ้นกับเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์

12 เดือน: คลอดบุตร การตั้งครรภ์และคลอดบุตรมีระยะรอคอยยาวที่สุดคือ 12 เดือน (1 ปี) เนื่องจากเป็นสิ่งที่วางแผนได้ล่วงหน้า ครอบคลุม: ค่าฝากครรภ์ ค่าคลอดบุตร (ทั้งคลอดธรรมชาติและผ่าคลอด) ภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ ดังนั้น หากวางแผนมีบุตร ควรทำประกันสุขภาพล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ปี

0 วัน: อุบัติเหตุ (คุ้มครองทันที) อุบัติเหตุไม่มีระยะรอคอย คุ้มครองทันทีตั้งแต่วันแรกที่กรมธรรม์มีผล เพราะอุบัติเหตุเป็นเหตุการณ์ที่ไม่สามารถคาดเดาหรือวางแผนล่วงหน้าได้ ตัวอย่าง: อุบัติเหตุรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ตกบันได หกล้ม ของมีคมบาด กระดูกหัก ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก

UCEP คืออะไร? นอกเหนือจากประกันสุขภาพแล้ว สิทธิ UCEP (Universal Coverage for Emergency Patients) คือสิทธิเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตที่คุ้มครองคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะมีประกันสุขภาพหรือไม่ก็ตาม โดยไม่มีระยะเวลารอคอย

สิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต สิทธิ UCEP ช่วยให้ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตสามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลใดก็ได้ทั้งรัฐและเอกชน โดย: ไม่ต้องสำรองจ่าย ภายใน 72 ชั่วโมงแรก ใช้ได้ทุกโรงพยาบาล ทั้งรัฐและเอกชน ไม่จำกัดสิทธิ์ประกันสังคม ประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือประกันเอกชน ไม่มีระยะรอคอย ใช้ได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

โรค/อาการที่เข้าเกณฑ์ UCEP UCEP คุ้มครองภาวะฉุกเฉินวิกฤต 6 ประเภท ตามเกณฑ์ สพฉ. ได้แก่: หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง หายใจติดขัดมีเสียงดัง ชักต่อเนื่องไม่หยุด เจ็บหน้าอกเฉียบพลันรุนแรง แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัดแบบปัจจุบันทันด่วน อาการอื่นที่มีผลต่อการหายใจ ระบบไหลเวียนโลหิต และระบบสมองที่เป็นอันตรายถึงชีวิต

วิธีใช้สิทธิ์ UCEP เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินวิกฤต ให้ดำเนินการดังนี้: โทรสายด่วน 1669 เพื่อประสานงานและประเมินอาการ นำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ไม่ว่าจะเป็นรัฐหรือเอกชน แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าขอใช้สิทธิ์ UCEP รับการรักษาภายใน 72 ชั่วโมงแรก โดยไม่ต้องสำรองจ่าย หลังพ้น 72 ชั่วโมง หากอาการยังไม่ดีขึ้น ระบบจะส่งต่อไปยังสิทธิ์การรักษาหลักของผู้ป่วย (ประกันสังคม บัตรทอง หรือประกันเอกชน)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ซื้อวันนี้ พรุ่งนี้ป่วยเคลมได้ไหม?

: ถ้าเป็นโรคทั่วไปต้องรอ 30 วัน และ 120 วันสำหรับโรคร้ายแรง ยกเว้นอุบัติเหตุที่คุ้มครองทันทีตั้งแต่วันแรก กรณีฉุกเฉินวิกฤตสามารถใช้สิทธิ์ UCEP ได้โดยโทร 1669

Q: ประกันสุขภาพ รอคอยกี่วัน?

: ขึ้นอยู่กับประเภทโรค โดยทั่วไปแบ่งเป็น 30 วันสำหรับโรคทั่วไป, 120 วันสำหรับโรคร้ายแรงและการผ่าตัดเฉพาะทาง, 12 เดือนสำหรับคลอดบุตร และ 0 วัน (คุ้มครองทันที) สำหรับอุบัติเหตุ

Q: UCEP ใช้ได้กับทุกโรงพยาบาลไหม?

: ใช่ สิทธิ UCEP ใช้ได้กับทุกโรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชน โดยไม่ต้องสำรองจ่ายภายใน 72 ชั่วโมงแรก แต่ต้องเป็นภาวะฉุกเฉินวิกฤตตามเกณฑ์ สพฉ. เท่านั้น

Q: ต่ออายุประกันทุกปี ต้องรอคอยใหม่ไหม?

: ไม่ต้อง หากต่ออายุประกันต่อเนื่องกับบริษัทเดิม ระยะรอคอยจะนับเพียงครั้งเดียวในปีแรก ปีต่อไปไม่ต้องรอใหม่

Q: Pre-existing condition ต่างจาก Waiting Period อย่างไร?

: Waiting Period คือช่วงเวลาที่ต้องรอก่อนความคุ้มครองเริ่มต้น แต่หลังจากพ้นระยะรอคอยแล้ว โรคใหม่ที่เกิดขึ้นจะได้รับความคุ้มครอง ส่วน Pre-existing condition คือโรคหรืออาการที่ผู้เอาประกันมีอยู่ก่อนทำประกัน ซึ่งอาจถูกยกเว้นความคุ้มครองถาวร ไม่ใช่แค่ช่วงรอ กล่าวคือ Waiting Period ใช้ชั่วคราว แต่ Pre-existing condition อาจไม่ได้รับความคุ้มครองเลย ทั้งนี้ ขึ้นกับเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์

สรุป การเข้าใจเรื่อง ระยะเวลารอคอย ของประกันสุขภาพ ช่วยให้คุณวางแผนการทำประกันได้อย่างเหมาะสม อุบัติเหตุคุ้มครองทันที โรคทั่วไปรอ 30 วัน และ 120 วัน โรคร้ายแรง ส่วนกรณีฉุกเฉินวิกฤตใช้สิทธิ์ UCEP ได้ทันที ทำให้คุณอุ่นใจได้แม้เกิดเหตุไม่คาดฝัน ทั้งนี้ รายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขขึ้นกับแผนที่เลือก

ติดต่อศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต โทร. 1159 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือใช้แอป Emma by AXA เพื่อปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและเลือกแผนประกันที่เหมาะกับคุณ

*ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

Blog เด่นวันนี้