ไม่มีข้อมูล

ค้นหาในทุกหมวด
*โปรดระบุคำค้นหา
30 พฤศจิกายน 2568

4 ทริค ส่งเสริมสุขภาพจิตผู้สูงวัย ให้แข็งแรงแจ่มใสในทุกวัน

ผู้ใหญ่ที่บ้านหลายคนจุกจิก จู้จี้ ขี้บ่น บางทีก็อารมณ์ขึ้นลงง่าย จนเอาใจแทบไม่ถูก ถึงแม้อาการเหล่านี้มักเกิดกับผู้สูงวัยจนเราคุ้นเคยดี แต่รู้ไหมว่านี่อาจเป็นสัญญาณขอความช่วยเหลือที่เราไม่ควรมองข้ามอยู่ก็เป็นได้

เพราะผู้สูงอายุเองก็มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจ ไม่ต่างจากวัยรุ่น ด้วยร่างกายที่ค่อยๆ เสื่อมลงทุกวัน รวมไปถึงฮอร์โมนต่าง ๆ ก็ลดลงตามวัย จึงอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจได้ หากเราไม่ดูแลให้ดี อาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าตามมาได้เลยทีเดียว วันนี้เราจึงอยากชวนทุกคนมาเจาะลึกถึงสาเหตุที่ส่งผลต่อจิตใจของผู้สูงวัย รวมไปถึงเทคนิคการส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดีกัน

สาเหตุของการเกิดปัญหาสุขภาพจิตในผู้สูงอายุ

ในช่วงวัย 60 ปีขึ้นไป ผู้สูงอายุมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและจิตใจควบคู่กันไป ผู้สูงวัยบางคนไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ จึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพจิตทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว โดยมีสาเหตุหลักคือ

1. การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย

ร่างกายที่เสื่อมถอย ความจำที่ขาดหาย พละกำลังที่ลดลง และการเคลื่อนไหวที่ไม่คล่องแคล่วว่องไว เมื่อรวมกับฮอร์โมนภายในร่างกายที่ลดลงจนปรับให้สมดุลได้ยาก จึงก่อตัวขึ้นกลายเป็นความหงุดหงิดรำคาญใจ ส่งผลให้ผู้สูงวัยเกิดความเครียดสะสม และมีปัญหาสุขภาพจิตตามมาโดยไม่รู้ตัว

2. ปัญหาสุขภาพ

เมื่ออายุมากขึ้น ปัญหาสุขภาพก็ตามมา ผู้สูงวัยบางรายมีโรคประจำตัวที่ต้องรักษาต่อเนื่อง ต้องเข้าออกโรงพยาบาลเป็นประจำเพื่อติดตามอาการ บางรายเจ็บป่วยเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง กระดูกและข้อ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง การรักษาจึงยืดเยื้อยาวนาน ไหนจะค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้ผู้สูงวัยวิตกกังวลใจ จนทำให้สุขภาพจิตแย่ลงไปด้วย

3. การเปลี่ยนแปลงบทบาททางสังคม

การเปลี่ยนสถานะจาก ผู้นำของครอบครัว มาเป็นผู้ที่ต้องได้รับการดูแล ส่งผลต่อสภาพจิตใจของผู้สูงวัยโดยตรง ยิ่งถ้าผู้สูงวัยคนนั้นรับบทบาทเป็นเสาหลักของครอบครัวมาก่อนยิ่งต้องใช้การปรับตัว และการทำความเข้าใจมากยิ่งขึ้น เพราะเขาเหล่านั้นนอกจากจะสูญเสียความมั่นคง และความมั่นใจไปแล้ว ยังสูญเสียความภาคภูมิใจในตัวเองไปอีกด้วย

4 ทริค ส่งเสริมสุขภาพจิตผู้สูงวัย มีอะไรบ้าง

 1. ดูแลด้านอาหารและร่างกาย

ร่างกายของผู้สูงอายุมีการเผาผลาญพลังงานได้น้อยลง จึงต้องปรับอาหารให้มีปริมาณที่เหมาะสม พอดี จำเป็นต้องลดแป้ง น้ำตาล และของมันของทอด เพราะหากบริโภคมากเกินไป จะทำให้ร่างกายสะสมไขมัน เกิดเป็นไขมันพอกตับ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน รวมไปถึงโรคอื่นๆ ให้เน้นอาหารที่ผ่านการอบ นึ่ง หรือต้มแทน ควรเสริมแคลเซียม สังกะสีและเหล็กในร่างกายด้วยการรับประทานนม ผัก ธัญพืช ถั่วชนิดต่างๆ

เมื่อดูแลเรื่องอาหารแล้ว ก็ควรออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วย เพื่อเป็นการควบคุมน้ำหนักไม่ให้มากจนเกินไป ขยับร่างกายให้กล้ามเนื้อได้ทำงานอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้หากผู้สูงวัยมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์เรื่องวิธีการออกกำลังกาย

2. ส่งเสริมงานอดิเรกและการเข้าสังคม

ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักพบปัญหาอยู่บ้านเฉย ๆ โดยไม่มีกิจกรรมยามว่างทำ จึงเกิดปัญหาภาวะสมองเสื่อม หรือความจำเสื่อมตามมา จึงควรหางานอดิเรกให้ผู้สูงวัยทำ หรือหาเกมสนุก ๆ ให้เล่น เพื่อที่จะกระตุ้นสมองให้ฝึกคิดอยู่เสมอ เช่น การเล่นอักษรไขว้ ต่อคำ ซูโดกุ หมากรุก เป็นต้น นอกจากนี้ การส่งเสริมให้ผู้สูงวัยได้พบปะกับเพื่อน ได้พูดคุยกับญาติสนิท หรือพาออกไปเจอสิ่งแปลกใหม่นอกบ้าน ก็เป็นวิธีที่ดีที่จะช่วยชะลอความเสื่อมถอยของสมองได้เช่นกัน

3. ใส่ใจและดูแลคุณค่าทางจิตใจ

ผู้สูงอายุจำนวนมากมักรู้สึกไม่สำคัญ ไม่มีคุณค่า รู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระ ดังนั้นคำพูดและการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ล้วนส่งผลต่อสุขภาพจิตของผู้สูงวัยเป็นอย่างมาก ควรใช้น้ำเสียง วิธีการเข้าหาที่นุ่มนวล หมั่นสร้างเสียงหัวเราะ หากิจกรรมทำร่วมกัน และชื่นชมผู้ใหญ่ในบ้าน ปล่อยให้พวกเขาช่วยทำงานบ้านบ้าง จะเป็นการส่งเสริมให้พวกเขารู้สึกมีคุณค่า หากผู้สูงอายุมีอาการดื้อรั้น เอาแต่ใจ ควรพูดคุยอย่างจริงใจด้วยความใจเย็น ใช้ถ้อยคำที่สุภาพอ่อนหวานเพื่อให้พวกเขารู้จักอารมณ์ของตัวเอง เข้าใจสภาพความเป็นจริงและยอมรับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น

 4. หมั่นตรวจสุขภาพทุกปี

การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นสิ่งสำคัญที่คนในครอบครัวไม่ควรละเลย สำหรับผู้สูงวัยแล้ว การตรวจสุขภาพประจำปี อาทิ การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด, การตรวจระดับไขมันในเลือด และการตรวจคัดกรองโรคสมองเสื่อม เป็นต้น จะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรค ป้องกันการเกิดโรคเรื้อรังและสามารถวางแผนรักษาโรคได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ฯลฯ

การดูแลสุขภาพจิตของผู้สูงวัยจำเป็นต้องใช้ความเข้าใจและความอดทนอย่างมาก ซึ่งคนในครอบครัวสามารถเรียนรู้ไปด้วยกันได้ สุขภาพจิตที่ดีของผู้สูงวัย ย่อมส่งผลให้สุขภาพกายแข็งแรง และทำให้ผู้ใหญ่ในบ้านใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข

 

 

อ้างอิง

10 วิธีดูแลผู้สูงอายุให้สุขภาพดีทั้งกาย-ใจ

5 วิธีดูแลสุขภาพจิตผู้สูงอายุ ให้สดใสร่าเริง ห่างไกลจากโรคซึมเศร้า

เข้าถึงโลกของผู้สูงอายุด้วยหัวใจ สร้างสุขภาพจิตอย่างไรให้เวิร์ก

แนวทางการดูแลทางด้านสังคมจิตใจของ ผู้สูงอายุเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพจิต

บทความสุขภาพที่สำคัญ