ท้องเสีย เป็นอาการที่สามารถพบได้บ่อย แต่ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนของ โรคลำไส้อักเสบ (Ulcerative Colitis, UC) ได้เช่นกัน ซึ่งโรคลำไส้อักเสบ เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุผนังลำไส้ใหญ่ ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ ดังนั้นการเลือกรับประทานอาหาร จึงเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยโรคลำไส้อักเสบควรให้ความสำคัญ โดยในบทความนี้เราจะมาแนะนำว่าเมื่อเป็นโรค ลำไส้อักเสบ ห้ามกินอะไร บ้าง? และควรกินอะไร เพื่อช่วยให้อาการของผู้ป่วยโรคลำไส้อักเสบทุเลาลง รวมถึงฟื้นฟูร่างกายให้สามารถหายเป็นปกติได้เร็วขึ้น
ท้องเสียแบบไหนเสี่ยงต่อการเป็นโรคลำไส้อักเสบ
ก่อนอื่นเราลองมาเช็คตัวเองกันดูสักหน่อยว่า อาการท้องเสียที่เราเป็น อาจไม่ได้เป็นเพียงอาการท้องเสียธรรมดา และมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วยหรือไม่
1. ท้องเสียเรื้อรัง หรือมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ เป็นเวลานานมากกว่า 4 สัปดาห์
2. อาจเกิดอาการท้องร่วงเฉียบพลัน ถ่ายวันละ 10-20 ครั้ง
3. ปวดเกร็งช่องท้องเป็นพัก ๆ
4. ถ่ายเหลวเป็นน้ำ และอาจมีมูกเลือดปนในอุจจาระ
5. รู้สึกอยากถ่ายอุจจาระตลอดเวลา
6. มีไข้ อุณหภูมิร่างกายมากกว่า 38 องศาเซลเซียส
7. ท้องอืด ท้องเฟ้อ คลื่นไส้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร และอาเจียน
8. น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
9. อาจพบอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดบริเวณข้อ มีแผลในปาก เกิดความผิดปกติที่ตาหรือตับ เป็นต้น
หากมีอาการผิดปกติตรงตามที่กล่าวไปด้านบน แนะนำให้รีบไปพบแพทย์ เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษา
อาหารต้องห้าม ! สำหรับผู้ป่วยโรคลำไส้อักเสบ
การเลือกรับประทานอาหาร เป็นสิ่งที่ผู้ป่วยโรคลำไส้อักเสบควรใส่ใจและให้ความสำคัญ เรามาดูกันว่า ผู้ป่วยโรค ลำไส้อักเสบ ห้ามกินอะไร บ้าง ?
1. อาหารหมักดอง เช่น ผลไม้ดอง ผักดอง ปลาร้า เป็นต้น
อาหารหมักดอง มีทั้งแบคทีเรีย กรด เกลือ และสารฮีสตามีน (Histamine) ที่ทำให้เยื่อบุลำไส้ระคายเคืองและอาจเกิดการอักเสบเพิ่มขึ้นได้
2. อาหารรสจัด ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่มีรสเผ็ดจัด เค็มจัด หรือหวานจัด เช่น ส้มตำ ยำ แกงเผ็ด เป็นต้น
อาหารรสจัด โดยเฉพาะอาหารเผ็ด มีสารแคปไซซิน (Capsaicin) ที่ไปกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ยิ่งทำให้ผู้ป่วยปวดท้อง แสบท้อง อาหารไม่ย่อย และท้องเสีย ส่วนอาหารเค็มจัดและหวานจัด จะดึงน้ำเข้าสู่ลำไส้ ทำให้ผู้ป่วยท้องเสีย และเกิดแก๊สในลำไส้
3. อาหารที่มีไขมันสูง เช่น เบคอน ฟาสต์ฟู้ด ของทอด กะทิ เนื้อวัว เนื้อหมู เป็นต้น
อาหารไขมันสูง เมื่อรับประทานเข้าไป ไขมันจะไปเคลือบบริเวณผนังลำไส้ แล้วชะลอการดูดซึมน้ำ ทำให้ผู้ป่วยท้องเสีย
4. อาหารดิบ เช่น ซูชิ ปลาดิบ ไข่ดิบ ผักสด เป็นต้น
อาหารดิบนั้นเป็นอาหารที่ ย่อยยาก เพิ่มภาระให้กับระบบย่อยอาหาร รวมถึงมีเชื้อโรคต่าง ๆ ปนเปื้อน ได้แก่ แบคทีเรีย ไวรัส ปรสิต อาจทําให้ผู้ป่วยเกิดอาการท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ
5. อาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช ถั่ว เป็นต้น
อาหารที่มีกากใยสูง ย่อยยาก ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนัก ทำให้ท้องอืด ท้องเฟ้อ และยังระคายเคืองเยื่อบุลำไส้ รวมถึงดึงน้ำเข้าสู่ลำไส้ ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการท้องเสีย
6. อาหารและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา เครื่องดื่มชูกำลัง ช็อกโกแลต เป็นต้น
อาหารและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน จะไปกระตุ้นให้กระเพาะอาหารให้หลั่งกรดที่ไประคายเคืองเยื่อบุลำไส้ ทำให้ลำไส้อักเสบมากขึ้น นอกจากนี้กระตุ้นให้ลำไส้บีบตัว ส่งผลให้ผู้ป่วยปวดท้อง และท้องเสีย
7. ผลิตภัณฑ์จากนม เช่น นมโคสด นมข้น เนย เบเกอรี เป็นต้น
ผลิตภัณฑ์จากนม มีน้ำตาลแลคโตส (Lactose) ซึ่งผู้ป่วยโรคลำไส้อักเสบ อาจขาดเอนไซม์แลคเตส (Lactase) ที่ใช้ย่อยน้ำตาลแลคโตส ส่งผลให้เกิดการสะสมของน้ำตาลแลคโตสในลำไส้ และเกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร ท้องอืด ท้องเฟ้อ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และท้องเสียได้
8. เครื่องดื่มน้ำอัดลม เช่น โค้ก เป๊ปซี่ แฟนต้า โซดา เป็นต้น
เครื่องดื่มน้ำอัดลม มีปริมาณน้ำตาลสูง ย่อยง่าย ร่างกายดูดซึมได้เร็ว กระตุ้นให้ร่างเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูง แล้วหลั่งสารอินซูลิน (Insulin) เพื่อดึงน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ส่งผลผู้ป่วย ร่างกายอ่อนแอลง นอกจากนี้ยังมีกรดและคาเฟอีน ที่ทำให้เยื่อบุลำไส้ระคายเคือง และเกิดการอักเสบเพิ่มขึ้นอีกด้วย
9. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ เป็นต้น
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะ ทำให้ร่างกายผู้ป่วย สูญเสียน้ำและเกลือแร่ ส่งผลให้ร่างกายยิ่งขาดน้ำเพิ่มขึ้น จากเดิมที่ขาดน้ำเนื่องจากท้องเสียอยู่แล้ว ยังไปรบกวนการดูดซึมสารอาหาร ทำให้ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารอย่างเพียงพออีกด้วย
อาหารที่ดีต่อสุขภาพผู้ป่วยโรคลำไส้อักเสบ
อาหารที่ผู้ป่วยโรคลำไส้อักเสบควรรับประทาน เพื่อช่วยให้อาการทุเลาลง รวมถึงฟื้นฟูร่างกายให้สามารถหายเป็นปกติได้เร็วขึ้นมีดังนี้
1. อาหารปรุงสุก สะอาด ถูกสุขอนามัย
2. อาหารอ่อน ย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ซุป ข้าวต้ม ข้าวโอ๊ต เป็นต้น ควรรับประทานในช่วงระยะแรก เพื่อไม่ให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนัก
3. น้ำเปล่า ควรดื่มน้ำเปล่าให้มาก เพื่อกระตุ้นให้ลำไส้สามารถทำงานได้ดี เพราะลำไส้ของผู้ป่วยโรคลำไส้อักเสบ ไม่สามารถดูดซึมของเหลวได้ตามปกติ หากดื่มน้ำไม่เพียงพอ อาจเสี่ยงต่อการเกิดภาวะขาดน้ำได้
4. น้ำดื่มผสมเกลือแร่ เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไประหว่างขับถ่ายหรืออาเจียน โดยแนะนำให้ดื่มเกลือแร่ประเภท ORS (Oral Rehydration Solution) ซึ่งเป็นเกลือแร่สำหรับผู้ที่ท้องเสีย ไม่ควรดื่มเกลือแร่ ORT (Oral Rehydration Therapy) ซึ่งเป็นเกลือแร่สำหรับผู้ที่ออกกำลังกาย เพราะมีปริมาณน้ำตาลสูง ทำให้ท้องเสียหนักขึ้น
5. อาหารที่มีไฟเบอร์ต่ำ เช่น ขนมปังขาว ข้าวขาว แตงโม เป็นต้น เป็นอาหารที่ย่อยง่ายและช่วยให้ลำไส้ทำงานน้อยลง
6. อาหารที่มีไขมันต่ำและอุดมไปด้วยโปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เนื้อสัตว์ปีก เต้าหู้ นมถั่วเหลือง ไข่ เป็นต้น
7. อาหารที่มีโอเมก้า 3 เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาแมกเคอเรล ปลาซาดีน เป็นต้น ที่สามารถช่วยบรรเทาอาการอักเสบของร่างกาย
8. ผักและผลไม้บางชนิด เช่น อะโวคาโด เป็นแหล่งโปรตีนและไขมัน ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ย่อยง่าย แคลอรี่สูง และประกอบด้วยน้ำถึง 70 เปอร์เซ็นต์ หรือกล้วย ที่มีประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหาร เป็นต้น
9. โยเกิร์ต มีโพรไบโอติกส์ (Probiotoc) ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อการย่อยอาหาร แต่ควรเลือกรับประทานโยเกิร์ตรสธรรมชาติหรือโยเกิร์ตกรีก ที่มีน้ำตาลน้อยและไขมันต่ำ แต่โปรตีนสูง
จะเห็นได้ว่าโรคลำไส้อักเสบนั้น ถึงแม้จะไม่ได้เป็นโรคร้ายแรง แต่ก็สร้างความลำบากให้กับผู้ป่วยไม่น้อย ซึ่งเมื่อเราทราบแล้วว่าหากป่วยเป็นโรค ลำไส้อักเสบ ห้ามกินอะไร และควรกินอะไร ก็อย่าลืมปฏิบัติตามคำแนะนำที่ได้แบ่งปันไว้ และขอให้ทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรง ห่างไกลจากโรคภัยต่าง ๆ สำหรับลูกค้ากรุงไทย-แอกซ่าประกันชีวิต หากมีอาการไม่รุนแรงสามารถปรึกษาแพทย์ออนไลน์ได้กับบริการกรุงไทย-แอกซ่า เทเลเฮลท์ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Emma by AXA และกดปุ่ม “TeleHealth” พร้อมยืนยันหมายเลขกรมธรรม์ในครั้งแรกที่ใช้ รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก https://www.krungthai-axa.co.th/th/telehealth
แหล่งที่มาของข้อมูล
· โรงพยาบาลเพชรเวช / Petcharavej Hospital
· โรงพยาบาลนครธน / Nakornthon Hospital
· เว็บไซต์ พบแพทย์ / PobPad
· โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล / Bumrungrad International Hospital
· HDmall
· โรงพยาบาลเมดพาร์ค / MedPark Hospital
· โรงพยาบาลศิครินทร์ / Sikarin Hospital