ข้อมูลสำหรับลูกค้า

ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่างๆ ที่ลูกค้าพึงทราบ

ประเภท:

  • วิธีการขอเอาประกันภัย

    - ติดต่อกับตัวแทนของบริษัทที่ท่านรู้จัก เพื่อแจ้งความประสงค์ขอเอาประกัน
    - โทรศัพท์แจ้งความประสงค์ขอเอาประกันภัยทาง call centre หมายเลข 1159
    - ติดต่อ สำนักงานใหญ่ หรือ สาขาที่ท่านสะดวก

  • เอกสารที่เกี่ยวข้อง

    ใบคำขอเอาประกันภัย ซึ่งแบ่งออกเป็น
    - ใบคำขอเอาประกันภัย แบบสามัญ
    - ใบคำขอเอาประกันภัย ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA)
    - ใบคำขอเอาประกันภัย สินเชื่อกลุ่ม (โครงการ MRTA)

  • ใบคำขอเอาประกันภัย

    แบ่งออกเป็น
    - บุคคลสัญชาติไทย ให้ใช้เอกสารดังนี้
    - ผู้ที่มีอายุ 16 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป
    - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ
    - สำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการ หรือ
    - สำเนาใบอนุญาตขับรถ หรือ
    - ใบสุทธิพระ
    - ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี
    - สำเนาทะเบียนบ้าน หรือ
    - สำเนาใบสูติบัตร
    - บุคคลต่างด้าว ให้ใช้เอกสารดังนี้
    - สำเนาหนังสือเดินทาง (passport) ทุกหน้า หรือ
    - สำเนาหนังสือสำคัญแสดงตัวบุคคล
    - สำเนาหนังสือใบอนุญาตประกอบอาชีพ (Work permit)

  • เอกสารแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้ขอเอาประกันภัย ผู้ชำระเบี้ยประกันภัย และผู้รับประโยชน์

    (กรณีความสัมพันธ์ไม่ชัดเจน เช่น นามสกุลต่างกัน เป็นต้น) อาทิ เช่น
    - สำเนาทะเบียนบ้าน หรือ
    - สำเนาใบสูติบัตร หรือ สำเนาใบรับรองบุตร หรือ
    - สำเนาทะเบียนสมรส หรือ สำเนาใบสำคัญการหย่า

  • เอกสารทางการแพทย์

    อ้างอิงตามทุนประกันภัยหรือตามที่ผู้พิจารณารับประกันภัยร้องขอ อาทิ เช่น
    - แบบฟอร์มตรวจสุขภาพ สำหรับผู้ใหญ่
    - แบบฟอร์มตรวจสุขภาพ สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีบริบูรณ์
    - แบบฟอร์มตรวจเลือด Anti-HIV

  • เอกสารแสดงฐานะทางการเงิน

    อ้างอิงตามทุนประกันภัยหรือตามที่ผู้พิจารณารับประกันภัยร้องขอ

  • เอกสารอื่นๆ

    ที่ผู้พิจารณารับประกันภัยอาจร้องขอ เพื่อพิจารณาความเสี่ยงภัยหรือความเหมาะสมในการขอเอาประกันภัย

  • ขั้นตอนการขอเอาประกันภัย

    1. ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแบบประกันว่าท่านต้องการความคุ้มครองอย่างไรจากผู้เสนอ (ตัวแทน, เจ้าหน้าที่การเงิน) พร้อมทั้งศึกษาจำนวนเงินเอาประกันภัย และเบี้ยประกันภัยที่ท่านต้องการ
    2. กรอกข้อมูลในใบคำขอ/ คำถามสุขภาพ (ถ้ามี) ให้ครบถ้วนตามความเป็นจริง
    3. นำส่งเอกสารตามข้อ 2 และเอกสารอื่นๆ ตามที่บริษัทกำหนด โดยท่านสามารถส่งผ่านตัวแทน หรือเจ้าหน้าที่เสนอขายผ่านธนาคาร (KTB) โดยท่านต้องชำระเบี้ยประกันตามข้อเสนอในข้อ 1 เข้าบัญชีของบริษัท KAL ผ่านทางธนาคาร สาขาที่ท่านสะดวก โดยมีตัวแทนรับทราบ และได้ออกใบเสร็จรับเงินชั่วคราวให้
    4. ท่านจะได้รับใบเสร็จรับเงินชั่วคราวจากผู้ที่ท่านได้ติดต่ออยู่ และใบรับเงินของธนาคาร (กรณีที่ใส่ชำระเงินผ่านธนาคาร)
    5. กรณีที่ข้อมูลของท่านได้กรอกอย่างสมบูรณ์ และไม่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ ท่านจะได้รับกรมธรรม์ภายในไม่เกิน 30 วัน ถ้าไม่ได้รับเนื่องจากบริษัทไม่สามารถสรุปผลพิจารณาได้ ท่านจะได้รับจดหมายแจ้งให้ทราบตามที่อยู่ที่ปรากฏในใบคำขอเอาประกันภัย
    6. เมื่อได้รับกรมธรรม์แล้ว ลงนามรับกรมธรรม์ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องของกรมธรรม์ ทั้งนี้ หากพบข้อผิดพลาดโปรดติดต่อตัวแทนหรือสำนักงาน เพื่อทำการแก้ไขให้ถูกต้อง

    *สาขา หมายถึง สำนักงานตัวแทน หรือ สาขาธนาคารกรุงไทย

  • ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณารับประกันภัย

    ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณารับประกันภัย ขึ้นกับข้อมูลเอกสาร หลักฐานประกอบการพิจารณา โดยแยกเป็นกรณีต่างๆ ได้ดังนี้
    - กรณีข้อมูล และเอกสารครบถ้วน พร้อมชำระเบี้ยประกันภัยแล้ว และสุขภาพสมบูรณ์ ท่านจะได้รับการคุ้มครองทันที
    - กรณีบริษัทขอเอกสารเพิ่มเติม เวลาในการพิจารณา ไม่เกิน 30 วัน นับจากวันที่บริษัทได้รับเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วน
    - หากบริษัทไม่สามารถสรุปผลการพิจารณารับประกันได้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่บริษัทได้รับเอกสารและเบี้ยประกันภัยครบถ้วน บริษัทจะมีจดหมาย (หรือ SMS/Email) แจ้งให้ท่านทราบเป็นระยะจนกว่าการพิจารณารับประกันจะแล้วเสร็จ

  • ชำระผ่านตัวแทน

    รับชำระได้ทั้งเงินสดและเช็ค ซึ่งตัวแทนจะต้องออกใบรับเงินชั่วคราว ทั้งปีแรกและปีต่ออายุ ให้กับลูกค้าทันที ที่รับชำระเงินค่าเบี้ยประกันมาจากลูกค้า และใบรับเงินชั่วคราวที่ออกให้กับลูกค้า ณ วันนั้นจะต้องเป็นใบรับเงินชั่วคราวที่ยังไม่หมดอายุ

  • ชำระทางไปรษณีย์

    - ชำระทางไปรษณีย์โดยแนบ"ใบแจ้งการชำระเบี้ยประกันภัย AC08142" (ส่วนล่าง)แล้วส่งไปยังบริษัทฯ พร้อมเงิน
    ค่าเบี้ยประกันภัย ซึ่งสามารถชำระได้ตามวิธีต่อไปนี้คือ (โปรดอย่าแนบเงินสด)
    - ชำระเป็นเช็ค หรือ ตั๋วแลกเงิน สั่งจ่าย “บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)“ โดยขีดคร่อมและขีดฆ่า
    “หรือผู้ถือ“
    - ชำระเป็นธนาณัติระบุชื่อผู้รับในนาม “บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)“ และสั่งจ่าย ป.ณ.นานาเหนือ
    กรุงเทพ ฯ
    - ชำระเป็นแคชเชียร์เช็คสั่งจ่าย “บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)“

  • ชำระผ่านเคาน์เตอร์ของธนาคาร

    ชำระผ่านเคาน์เตอร์ของธนาคาร ได้แก่
    - ธนาคารกรุงไทย
    - ธนาคารกรุงเทพ
    - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
    - ธนาคารกสิกรไทย
    - ธนาคารไทยพาณิชย์
    - ธนาคารทหารไทย
    - ธนาคารธนชาต
    - ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

    ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยรับชำระเป็น
    - ชำระเป็นเงินสด ได้ทั้งกรณีเบี้ยปีแรก และปีต่ออายุ
    - ชำระเป็นเช็คได้ทั้งเบี้ยปีแรกและปีต่ออายุ(ยกเว้นเบี้ยปีต่ออายุที่มีใบแจ้งการชำระเงิน (AC07142) ทางธนาคาร
    รับเฉพาะเงินสดเท่านั้น) หรือตั๋วแลกเงินหรือแคชเชียร์เช็คสั่งจ่าย “บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)"
    โดยขีดคร่อมและขีดฆ่า "หรือผู้ถือ"

  • ชำระโดยหักบัญชีอัตโนมัติผ่านบัญชีเงินฝากธนาคาร

    ชำระโดยหักบัญชีอัตโนมัติผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หรือกระแสรายวัน กับ
    - ธนาคารกรุงไทย
    - ธนาคารกรุงเทพ
    - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
    - ธนาคารกสิกรไทย
    - ธนาคารไทยพาณิชย์

    ได้ทุกสาขาทั่วประเทศโดยรับชำระ ทุกประเภททั้ง รายเดือน / ราย 3 เดือน / ราย 6 เดือน / รายปี ทั้งนี้จะต้องกรอกแบบฟอร์มขอหักบัญชีเงินฝากธนาคาร เพื่อให้ธนาคารตรวจสอบความถูกต้องของเลขที่บัญชีธนาคารและลายเซ็นเจ้าของบัญชีทุกครั้ง (สามารถขอแบบฟอร์ม การหักบัญชีธนาคารได้ที่สำนักงานใหญ่ สาขา หรือสำนักงานตัวแทนทุกแห่ง)
    - หนังสือยินยอมให้หักบัญชีเงินฝาก (DA Form)
    - สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารหน้าแรก

  • ชำระผ่านบัตรเครดิต

    ชำระผ่านบัตรเครดิต รับชำระด้วยบัตรเครดิตทุกธนาคารที่เป็น VISA หรือ MASTER CARD หรือ JCB card หรือ Amex (American Express)

    - กรอกรายละเอียดใน"หนังสือยินยอมให้เรียกเก็บเงินชำระค่าเบี้ยประกันภัยจากบัตรเครดิต" สามารถชำระบัตรเครดิตแทนกันได้เฉพาะ พ่อ แม่ ลูก หรือ สามี-ภรรยา เท่านั้น (ท่านสามารถติดต่อตัวแทนของท่านเพื่อแจ้งการชำระเบี้ยฯ ผ่านบัตรเครดิต)
    - กรุณาระบุหมายเลขบัตรเครดิตให้ชัดเจนและครบถ้วน
    - ลงชื่อในหนังสือยินยอมฯ ให้ตรงตามลายเซ็นหลังบัตรเครดิต
    - แนบสำเนาบัตรเครดิตหรือสำเนาบัตรประชาชน (เจ้าของบัตรเครดิต)
    - ส่งหนังสือยินยอมฯที่กรอกรายละเอียดเรียบร้อยครบถ้วน

    พร้อมเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องมายังบริษัทฯทางไปรษณีย์ ตามที่อยู่ :

    แผนกรับชำระเบี้ยประกันภัย
    เลขที่ 9 อาคาร จี ทาวเวอร์ แกรนด์ รามา 9 ชั้น 1,20-27 ถนน พระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
    โทร. 02 030 9000 -9499

  • ชำระผ่านบัตร A.T.M. ของธนาคารกรุงไทย

    ชำระผ่านบัตร A.T.M. ของธนาคารกรุงไทย โดยผ่านเครื่อง ATM ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา
    ทั่วประเทศ ภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งวงเงินจำกัดที่สามารถรับชำระได้แบ่งตามประเภทของบัตรดังนี้ คือ

    - บัตร Classic 20,000 บาท / วัน
    - บัตร Gold 50,000 บาท / วัน

    ซึ่งธนาคารจะคิดค่าธรรมเนียมในการหักบัญชี เพื่อชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตหรือค่าบริการต่อครั้งดังนี้

    - ในเขตกรุงเทพ ฯ และปริมณฑล 10 บาท / ครั้ง
    - ในเขตต่างจังหวัด 20 บาท / ครั้ง

    ชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส (7-Eleven) หรือห้างเทสโก้โลตัส ได้ทุกสาขา (ตลอด 24 ชั่วโมง)
    - ชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส ชำระได้ไม่เกิน 30,000 บาท / ครั้ง
    - ชำระผ่านเคาน์เตอร์ห้างเทสโก้โลตัส ชำระได้ไม่เกิน 49,000 บาท / ครั้ง

  • วิธีการรักษากรมธรรม์

    - กรมธรรม์ที่ท่านถืออยู่นี้เป็นสัญญาระหว่าง บริษัทฯ และ ผู้เอาประกัน ทั้งบริษัทฯ และ ท่านในฐานะผู้เอาประกัน ต่างมีภาระหน้าที่ต่อกันและกัน บริษัทฯ มีภาระหน้าที่ที่จะให้ความคุ้มครองแก่ท่านตลอดอายุสัญญา ส่วนท่านก็มีภาระที่ต้องรักษากรมธรรม์ให้มีผลบังคับตลอดสัญญา โดยการชำระเบี้ยประกันภัยให้ตรงตามกำหนด

  • ขั้นตอนการส่งใบแจ้งการชำระเงิน

    - บริษัทฯ จัดส่งใบแจ้งการชำระเงินให้ท่าน 28 วัน ก่อนวันครบชำระเบี้ยประกันภัย
    - กรณีที่มิได้มีการชำระตามวันครบกำหนด ท่านจะได้รับใบแจ้งการชำระเงินครั้งที่ 2 หลังวันครบกำหนด 7 วัน
    - บริษัทฯ ให้ระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกัน 31 วัน นับจากวันครบชำระเบี้ยประกัน โดยท่านยังคงได้รับความคุ้มครองตามปกติ

  • ขั้นตอนการส่งใบแจ้งการชำระเงิน (การต่ออายุกรมธรรม์?)

    เมื่อพ้นระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกัน บริษัทฯ จะดำเนินการตามข้อกำหนดของกรมธรรม์โดยอัตโนมัติ (ถ้ากรมธรรม์มีมูลค่าเงินสดเพียงพอ) หากกรมธรรม์ของท่านขาดความคุ้มครอง ท่านสามารถติดต่อตัวแทนของท่าน หรือติดต่อบริษัทฯ เพื่อยื่นคำขอต่ออายุกรมธรรม์ได้โดยใช้ใบคำขอใช้บริการของทางบริษัทฯ เพื่อให้กรมธรรม์ มีผลบังคับ และคืนกลับสู่สถานะเดิม

    อนึ่ง การยื่นคำขอต่ออายุกรมธรรม์ สามารถทำได้ภายในระยะเวลาห้าปี (5 ปี) นับแต่วันที่กรมธรรม์ขาดผลบังคับเท่านั้นโดยติดต่อบริษัทฯ หรือตัวแทนของท่านเพื่อรับทราบเงื่อนไข และแสดงหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อให้บริษัทฯ พิจารณากลับคืนสู่สถานะเดิมของกรมธรรม์

  • หากท่านประสบปัญหาทางด้านการเงินในการชำระเบี้ยประกันภัย

    วิธีการแก้ปัญหา ดังต่อไปนี้
    - ขอลดจำนวนเงินเอาประกันภัยลง
    - การขอเปลี่ยนแปลงงวดการชำระเบี้ยประกันภัย (รายปี, ราย 6 เดือน, ราย 3 เดือน, รายเดือน)
    - การขอยกเลิกสัญญาเพิ่มเติมกรมธรรม์ประกันภัย
    - การขอเปลี่ยนแบบการประกันชีวิต
    - การขอเปลี่ยนกรมธรรม์เป็นกรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จหรือขยายเวลา เมื่อกรมธรรม์มีอายุตั้งแต่ 2 ปีเต็มขึ้นไป หรือมีมูลค่า
    เวนคืนเงินสดเกิดขึ้น สามารถเปลี่ยนแปลงได้ดังนี้
    - กรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จ คือ การแปลงกรมธรรม์ ที่ทำให้ผู้เอาประกันภัยได้รับการคุ้มครองในระยะเวลา
    เอาประกันภัยเท่าเดิม แต่จำนวนเงินเอาประกันภัยเปลี่ยนแปลงตามมูลค่า ณ ขณะนั้น (ขึ้นอยู่กับปีกรมธรรม์
    และแบบประกันภัย)
    - กรมธรรม์ขยายเวลา คือ การแปลงกรมธรรม์เดิม เป็นกรมธรรม์แบบขยายเวลาที่มีจำนวนเงินเอาประกันภัย
    เท่าเดิม (กรณีที่มีหนี้สินตามกรมธรรม์จะถูกหักออก) แต่ระยะเวลาความคุ้มครองเปลี่ยนแปลงตามตารางมูลค่า
    กรมธรรม์ หากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตภายในช่วงขยายเวลา ผู้รับประโยชน์ก็จะได้รับจำนวนเงินเอาประกันภัย
    แต่ถ้าผู้เอาประภัยมีชีวิตอยู่จนครบระยะเวลาที่ขยายออกไป และจะได้รับมูลค่าเงินสะสมสุทธิ (หากมี)

    หมายเหตุ กรมธรรม์ขยายเวลา สามารถทำได้เฉพาะกรมธรรม์ที่รับประกันภัยโดยใช้อัตราเบี้ยประกันภัยมาตรฐานเท่านั้น

    - การขอกู้ยืมเงินโดยมีกรมธรรม์เป็นประกัน เมื่อชำระเบี้ยประกันภัยมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือกรมธรรม์
    มีมูลค่าเวนคืนเงินสดเกิดขึ้น ผู้เอาประกันภัยสามารถกู้ยืมเงินได้โดยจำนวนเงินที่กู้ได้ไม่เกิน 90% ของมูลค่าเวนคืน
    กรมธรรม์ ณ ขณะนั้น โดยจะต้องชำระเบี้ยดอกเบี้ยในอัตราไม่เกินร้อยละแปด (8) ต่อปี หรือกว่านั้น เมื่อได้รับความเห็น
    ชอบจากนายทะเบียนประกันชีวิต

  • เปลี่ยนสถานที่ติดต่อ

    แจ้งให้บริษัทฯ ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร

    เอกสารที่ใช้ในการดำเนินการ
    - ใบคำขอใช้บริการ

  • เปลี่ยนชื่อ-สกุล / ลายมือชื่อผู้เอาประกัน

    แจ้งให้บริษัทฯ ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมลงลายมือชื่อ (ใหม่) ในใบคำขอใช้บริการ

    เอกสารที่ใช้ในการดำเนินการ

    - ใบคำขอใช้บริการ
    - หลักฐานการเปลี่ยน ชื่อ - สกุลจากทางราชการ
    - สำเนาบัตรประชาชน
    - กรมธรรม์

  • การเปลี่ยนผู้รับผลประโยชน์

    สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยผู้รับผลประโยชน์ ต้องมีความสัมพันธ์ กับผู้เอาประกันตามกฎเกณฑ์ได้แก่ สามี, ภรรยา, บิดา, มารดา และบุตร

    เอกสารที่ใช้ในการดำเนินการ

    - ใบคำขอใช้บริการ
    - สำเนาทะเบียนบ้าน ผู้รับประโยชน์ใหม่ (สืบความสัมพันธ์ได้)
    - กรมธรรม์

  • การขอออกกรมธรรม์คู่ฉบับ

    ในกรณีชำรุด
    - ใบคำขอบริการ
    - แนบกรมธรรม์ที่ชำรุดเข้ามาด้วย

    เอกสารที่ใช้ในการดำเนินการ
    ในกรณีสูญหาย
    - ใบคำขอบริการ
    -ใบแจ้งความจากสถานีตำรวจ
    - ค่าธรรมเนียม 300 บาท

  • การเปลี่ยนงวดการชำระเบี้ย

    - เปลี่ยนได้เมื่อตรงรอบปีกรมธรรม์ และภายในระยะเวลาผ่อนผัน 31 วัน

    เอกสารที่ใช้ในการดำเนินการ

    - ใบคำขอใช้บริการ
    - เบี้ยประกัน

    หากมีการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ในกรมธรรม์นอกเหนือจากนี้ กรุณาติดต่อตัวแทนหรือบริษัทฯ เพื่อรับทราบเงื่อนไขและให้บริการแก่ท่าน

  • ขั้นตอนการตรวจร่างกาย

    ความสำคัญของการตรวจสุขภาพผู้ขอเอาประกันชีวิต

    ข้อมูลทางสุขภาพ เป็นข้อมูลสำคัญที่บริษัทประกันต้องใช้ในการประเมินความเสี่ยงของผู้ขอเอาประกัน

    การรับประกันภัยโดยทั่วไป บริษัทกำหนดให้มีวิธีการรับประกันภัย 2 แบบด้วยกัน คือ
    - การรับประกันภัยโดยไม่ตรวจสุขภาพ
    - การรับประกันภัยโดยตรวจสุขภาพ
    กรณีจะเป็นแบบการรับประกันใด จะต้องพิจารณาข้อกำหนดเกี่ยวกับอายุ จำนวนเงินเอาประกันภัย ประวัติสุขภาพ ข้อมูลของใบสมัคร

    ผลการตรวจที่ถูกต้องสมบูรณ์แสดงให้เห็นถึงภาวะสุขภาพของผู้ขอเอาประกันที่แท้จริงขณะนั้น รวมทั้งมีการแถลงถึงปัญหาสุขภาพที่สำคัญในอดีต จะช่วยให้กระบวนการพิจารณารับประกันเกิดขึ้นได้อย่างถูกต้องรวดเร็ว เกิดความเป็นธรรมต่อผู้ขอเอาประกัน ซึ่งจะไม่ถูกปฏิเสธการจ่ายสินไหม หรือยกเลิกสัญญาในภายหลัง และก่อให้เกิดความมั่นคงของกองทุนเบี้ยประกันที่เป็นประโยชน์ของผู้เอาประกันทุกคน