เนื่องในวันที่ 14 มกราคม 2565 เป็นวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้แห่งชาติ ในแต่ละปีจะมีการสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของป่าไม้ทุกประเภทแก่ประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งได้รับการสนับสนุนให้ดำเนินการในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศเพื่อจัดกิจกรรมเกี่ยวกับป่าและต้นไม้ เช่น การรณรงค์ปลูกต้นไม้
วันนี้เมื่อ 3 ปีที่แล้ว กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ได้ริเริ่มโครงการปลูกต้นไม้อย่างเป็นทางการที่พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) และตั้งเป้าหมายว่าจะปลูกต้นไม้ให้ได้ 100,000 ต้นภายในสิ้นปี 2565 วันนี้ เป้าหมายนั้นไม่เพียงสำเร็จ แต่ได้ทะลุเป้าปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 110,000 ต้น ในทั่วทุกภาคของประเทศไทย โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม กระตุ้นการปลูกจิตสำนึกในการลดภาวะลดโลกร้อน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และเพิ่มพื้นที่ป่าเพื่อสร้างสมดุลในระบบนิเวศน์
คุณแซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า “ในฐานะบริษัทเอกชน กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต มีความมุ่งมั่นในการรับผิดชอบต่อทรัพยากรธรรมชาติ และเราให้ความสำคัญกับความยั่งยืนเป็นอย่างมากเพื่อให้แน่ใจว่าเรากำลังทำทุกวิถีทางเพื่อฟื้นฟู และปกป้องป่าทั่วโลก การปลูกต้นไม้ของ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต แตกต่างจากหน่วยงานอื่นๆ เพราะบริษัทฯ ไม่ได้เพียงแค่ปลูกต้นไม้เท่านั้น แต่บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะลดการใช้กระดาษ เพื่อเปลี่ยนเป็นการปลูกต้นไม้ รวมถึงการปรับเปลี่ยนจากกระดาษเป็นกรมธรรม์อเล็กทรอนิกส์ (E-Policy) และแอปพลิเคชันอิเล็กทรอนิกส์ (E-Application) แนวทางดังกล่าวทำให้บริษัทฯ มีโอกาสที่จะส่งเสริมให้พนักงาน ตัวแทน และลูกค้า ได้มีส่วนในการช่วยกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการลดภาวะลดโลกร้อน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่เรากำลังเผชิญอยู่”
คุณแซลลี่ กล่าวสรุปว่า "ดิฉันอยากจะแสดงความขอบคุณต่อผู้เข้าร่วมโครงการ ทั้ง พนักงาน ตัวแทน และลุกค้าสำหรับการทำงานหนักและการสนับสนุนโครงการที่สำคัญนี้ พร้อมทั้งมีส่วนช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายของเรา - Know You Can!”
กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จะยังคงยึดมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดผลกระทบจากเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปกป้องสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการต่างๆ ในอนาคต ซึ่งในปีนี้บริษัทฯ จะจัดโครงการปลูกป่าชายเลน เนื่องจากป่าชายเลยเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญทางธรรมชาติ เป็นส่วนช่วยในการปกป้องพื้นที่ริมฝั่ง โดยป้องกันการกัดเซาะและดูดซับผลกระทบจากคลื่นพายุในช่วงเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดูรรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ Hearts in Action Facebook page https://www.facebook.com/Hearts.in.action.volunteers
